“ธนกร” เปิดปราศรัย เมืองคอนบ้านเกิด อ้อนกาทั้งคนทั้งพรรค ดัน ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ กลับมาสานต่อนโยบายเดิม เพิ่มเติมนโยบายใหม่ เหน็บ นักธุรกิจเล่นการเมือง ระวังซ้ำรอย อดีตผู้นำพท.
27 เม.ย. 66 – ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่เมื่อค่ำวันที่ 26 เม.ย.66 ที่ผ่านมาหาเสียงที่ อ.ร่อนพิบูลย์ และอ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช

เปิดเวทีปราศศรัยช่วย นายสนั่น พิบูลย์ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรม เขต 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ หาเสียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี มีพี่น้องประชาชนร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นนางอารีย์ ห้องสีปาน มารดานายธนกรยังได้เดินทางมาให้กำลังใจด้วย
นายธนกร ขึ้นเวทีปราศรัยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มีนโยบายที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม และยังมีอีกหลายโครงการที่จะต้องทำต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ตามนโยบาย “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ”

ทั้งสานต่อนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีผู้ใช้สิทธิจำนวน 14.6 ล้านคน เป็นบัตรสวัสดิการพลัสเพิ่มเงินเป็น 1,000 บาท การปล่อยกู้ฉุกเฉิน 10,000 บาท เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท ค่าตอบแทน อสม. 2,000 บาท กองทุนฉุกเฉินประชาชน 30,000 ล้านบาท ทั้งหมดอยู่ที่พ่อแม่พี่น้องชาวนคร ที่จะร่วมกำหนดอนาคตเพื่อจะสร้างความมั่งคั่งต่อไป
นายธนกร กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอโอกาสชาวนครศรีธรรมราช วันที่ 14 พ.ค. เข้าคูหากาให้ทั้งคน ทั้งพรรค หมายเลข 22 ให้พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้กลับมาสานต่อนโยบายเดิม และเพิ่มเติมนโยบายใหม่

ขอให้เชื่อมั่นและมั่นใจต่อตัว พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะนำมาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศและพร้อมจะทำงานต่อด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดมั่นใน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ที่ให้โอกาสลูกชาวบ้าน ลูกหลานชาวนครศรีธรรมราชอย่างตนเป็นรัฐมนตรี
นายธนกร กล่าวว่า ในส่วนนโยบายเงินดิจิทัล 1,000 บาท พรรคเพื่อไทยทำไม่ได้จริงหลอกชาวบ้านหวังเข้าสู่อำนาจเท่านั้น เพราะ ไม่มีงบประมาณ และที่รายงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) 560,000 ล้าน จาก 4 แหล่ง ไม่ว่าจะเป็น 260,000 ล้านบาท จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ก็มาโจมตีว่าพล.อ.ประยุทธ์ บริหารล้มเหลว 100,000 ล้านบาทจากการเก็บภาษีแวต
อดีตผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ยืนยันว่าเก็บได้เต็มที่ไม่เกิน 38000 ล้านบาท 130,000 ล้านบาทจากการบริหารงบประมาณก็คงไปตัดงบกระทรวงซึ่งทำยาก และ 90,000 ล้านบาทจากงบสวัสดิการที่ซ้ำซ้อน ก็อาจจะมาตัดงบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ตนอยากจะบอกพี่น้องคนไทยทั้งประเทศว่า นักธุรกิจมาเล่นการเมืองระวังซ้ำรอย อดีตผู้นำของพรรคเพื่อไทย