ประสบความสำเร็จจาก “อนงค์” ภาคแรกผู้กำกับฯ ‘เอส’ คมกฤษ ตรีวิมล ก็สานต่อภาค 2 กับภาพยนตร์เรื่อง “อนงค์ 2 สามสี่ชาติ” แนวรัก โรแมนติก แฟนตาซี ที่ยังคงนักแสดงตัวตึงคนเดิม ‘โบว์’ เมลดา สุศรี และ ‘จี๋’ สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร

โดยวันนี้ผู้กำกับฯ ‘เอส คมกฤษ’ ได้มาเล่า เรื่องราวการถ่ายทำเบื้องหน้าเบื้องหลังของภาพยนตร์ให้ฟัง

เบื้องหลังมายา -‘เอส คมกฤษ’เล่าเบื้องหลัง กว่าจะเป็น‘อนงค์2 สามสี่ชาติ’

♦“อนงค์ 2 สามสี่ชาติ” ถูกวางไว้ตั้งแต่ภาค 1 หรือเปล่า?

เอส – “ไม่ครับ พูดตรงๆ หนังได้เงินเลยมีภาคต่อ เพราะมันยากด้วยตายกันหมดแล้ว แต่ที่ตกตะกอนเป็นภาค 2 แล้วเป็นคอนเซ็ปต์สามสี่ชาติ คือในภาค 1 มันมีประเด็นโจรที่ฆ่าอนงค์อยู่ ซึ่งเรากับทีมคุยกันว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น ประกอบกับมีไดอะล็อกของธามไท (แพลงศิลป์) ที่ว่า ‘ถ้าพี่เกิดมาเป็นไอ้โน่นไอ้นี่ก็ไม่เจอกันหรอก’ เลยมีความข้ามภพข้ามชาติ พอหนังซักเซส คนอยากดูภาค 2 เลยพล็อตเรื่องขึ้นมา จนพัฒนาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คือมันเป็นมัลติเวิร์ส ก่อนที่เขาจะตายเขาไปเจอคนคนนึงที่นำพาเขาไปในอดีตได้ ซึ่งโครงสร้างของมันจะต้องเจอกันทุกชาติ แล้วก็ต้องพรากจากกัน เป็นกรรมที่ผูกกันไว้ อันนี้คือแก่นของเรื่อง”

เบื้องหลังมายา -‘เอส คมกฤษ’เล่าเบื้องหลัง กว่าจะเป็น‘อนงค์2 สามสี่ชาติ’

เรื่องนี้สรุปมีสามชาติ?

เอส – “3 ชาติ มีชาติบางระกัน จะเป็นช่วงสมัยกรุงแตก ในเรื่องจะมีตัวละครที่ชื่อ จอม (จี๋ สุทธิรักษ์) โดนพม่าไล่มาแล้วมาอยู่ในหมู่บ้านบางระกัน โบว์เล่นเป็นอนงค์ ซึ่งเขาจะเป็นอนงค์ทุกชาติ แต่จี๋จะเปลี่ยนชื่อไปแต่ละชาติ ชาตินี้ชื่อจอม จอมมาอยู่ในหมู่บ้านบางระกันแล้วเกิดความรักกับอนงค์ซึ่งเป็นหัวหน้านักรบ จากนั้นก็เกิดความผันผวน จะมีธามไท ซึ่งชื่อนายดอก มาเป็นบุคคลที่ทำให้เกิดคอนฟลิกต์ในชาตินี้

เบื้องหลังมายา -‘เอส คมกฤษ’เล่าเบื้องหลัง กว่าจะเป็น‘อนงค์2 สามสี่ชาติ’

ชาติต่อมาสมัยรัชกาลที่ 4 เราเซ็ตอัพให้เกิดขึ้นในจังหวัดนครพนม เพราะมีเทศกาลไหลเรือไฟโบราณ รู้สึกสวยดี เป็นประเพณีที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนัง เรื่องราวคือมีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้น จี๋ในชาตินี้ชื่อ จักร เป็นตำรวจมาจากพระนครเพื่อไขคดี ซึ่งชาวบ้านลือว่าเป็นปอบ แล้วคนที่เห็นเหตุการณ์คนแรกคืออนงค์ จักรเลยให้อนงค์ช่วยสืบคดี แล้วก็ไปตกหลุมรักเขา สำหรับชาตินี้เป็นแนวสืบสวนหน่อย

เบื้องหลังมายา -‘เอส คมกฤษ’เล่าเบื้องหลัง กว่าจะเป็น‘อนงค์2 สามสี่ชาติ’

อีกชาติหนึ่งเป็นชาติเด็ก ช่วงรัชกาลที่ 7 ประมาณพ.ศ. 2470 เป็นเด็กน้อยมาเล่น อนงค์ เป็นลูกคหบดีที่เดินทางมาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้วมาเจอเด็กผู้ชายชื่อ จ้อย คล้ายๆ แฟนฉัน นิดนึง เป็นความรู้สึกดีๆ ในวัยเด็ก 10 ขวบ อนงค์ตอนเด็กในชาตินี้จะเป็นคนเอาแต่ใจ จ้อยจะคอยรับใช้แล้วก็จะเกิดเหตุการณ์ที่ต้องจากกัน”

เบื้องหลังมายา -‘เอส คมกฤษ’เล่าเบื้องหลัง กว่าจะเป็น‘อนงค์2 สามสี่ชาติ’

♦ในแง่การทำงานยากกว่าปกติไหม?

เอส – “ยาก เหมือนทำหนังสั้น 3 เรื่อง เราทำชาติปอบก่อน พูดอีสานกัน ฝึกโน่นนี่ แต่งตัวแบบนี้ ทุกชาติคาแร็กเตอร์จะไม่เหมือนกัน พอชาตินี้จบปุ๊บ ล้างไพ่ มาเวิร์กช็อปกันใหม่เพื่อ มาเล่นต่ออีกชาตินึง โดยไม่สนใจอันเก่า มาฝึกฟันดาบ ทาตัวดำฟันดำ พูดจาแบบนี้บุคลิกภาพแบบนี้ ทำจนจบ ชาติเด็กก็โชคดีหน่อย ตัวละครคนละเซ็ตกัน

เบื้องหลังมายา -‘เอส คมกฤษ’เล่าเบื้องหลัง กว่าจะเป็น‘อนงค์2 สามสี่ชาติ’

ถ้าพูดตามตรงเราอยากขยายฐาน รู้สึกคนดูหนังหลากหลายขึ้น ก็มองมาร์เก็ตติ้งนิดนึง พยายามขยายให้กว้างขึ้น มีชาติที่เป็นบางระกัน มีภาคอีสาน มีเด็กเล่นมีความหลากหลายของเรื่องราวให้ดูแล้วคุ้ม แต่ต้องมีความดึงดูดทั้งเรื่องราวของหนังที่น่าสนใจ โปรดักชั่นการลงทุน”

เบื้องหลังมายา -‘เอส คมกฤษ’เล่าเบื้องหลัง กว่าจะเป็น‘อนงค์2 สามสี่ชาติ’

♦เวลาที่หนังมีหลายไทม์ไลน์ มันมีปัญหาไหมในห้องตัดต่อ?

เอส – “จริงๆ หนัง ตัดสลับกันหลายๆ ชาติ มีโอกาสงงได้มากๆ หนังเราพยายามอยากให้คนเข้าใจและรู้สึกกับมันเยอะๆ เพราะฉะนั้นถ้ามันงงตั้งแต่แรก ความรู้สึกก็จะไม่เกิด โดยโครงสร้างของบทมันยากอยู่แล้ว แต่เราจะทำยังไงในแง่การตัดต่อให้มันสมูธแล้วเข้าใจง่าย ในที่สุดพอไปที่ห้องโพสต์ผม ก็ไปทำสีมันอีก เพื่อให้มันแตกต่างกัน ให้เข้าใจง่ายขึ้น ตัวละครหน้าไม่เหมือนกัน สีของหนังทั้งหมดไม่เหมือนกัน อย่างบางระกันกับชาติปอบจะคนละสีกัน หรือชาติเด็กก็จะคนละสี เพื่อให้แยกแยะถูกต้องเวลาไปดูหนัง ให้คนดูตามเรื่องไปอย่างสมูธ”

เบื้องหลังมายา -‘เอส คมกฤษ’เล่าเบื้องหลัง กว่าจะเป็น‘อนงค์2 สามสี่ชาติ’

♦มีอะไรจากภาค 1 ที่ไม่ได้ทำ แล้วอยากทำในภาคนี้?

เอส – “อยากให้โบว์ปล่อยมุข เพราะภาคแรกเขาเรียบร้อย แต่ตัวจริงตลก อยากให้ได้เล่นอะไรที่สนุกๆ ภาคนี้จะได้เห็นโบว์เป็นอีกคนนึงจากภาคแรก จี๋ก็เหมือนกัน จริงๆ มันก็มีความจริงจังดราม่า แต่จะมีกิมมิกแบบของผม หนังผมจะทีเล่นทีจริง แต่สุดท้ายจะเอาจริง เหมือนอนงค์ หลอกล่อให้คนฮาไปก่อน สุดท้ายเป็นเรื่องดราม่า เป็นเรื่องความรักที่เป็นไปไม่ได้”

เบื้องหลังมายา -‘เอส คมกฤษ’เล่าเบื้องหลัง กว่าจะเป็น‘อนงค์2 สามสี่ชาติ’

♦สุดท้ายฝากถึงคนดู?

เอส – “ภาพยนตร์อนงค์ 2 สามสี่ชาติ เป็นหนังที่เหมาะกับคนไทย ทั้งเรื่องชาติภพต่างๆ ดูง่ายดูสนุก ผมว่าทุกคน น่าจะมีความสุขกับหนังเรื่องนี้ครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน