ทำเอาเดือดเหมือนกัน สำหรับกรณีที่ ‘ออฟโรด กันตภณ’ ออกมาโพสต์ปกป้องศิลปินคู่จิ้นอย่าง ‘ต้าห์อู๋ พิทยา’ ที่โดนชาวเน็ตบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังไปทำศัลยกรรมตาสองชั้นที่เกาหลีใต้ ระบุข้อความว่า

“ทุกครั้งที่มีคนพูดถึง “หน้าตา” ของคนอื่น อยากให้หยุดคิดนิดนึงครับ เพราะเบื้องหลังการตัดสินใจของเขา อาจมีทั้งความกล้า ความมั่นใจ และการเยียวยาตัวเอง การปรับลุค ไม่ได้ทำให้ใครด้อยลง
สิ่งที่ทำให้เราดูดีจริง ๆ คือ “ความมั่นใจ” และ “พลังใจ” จากการรักตัวเองในแบบที่เป็นโลกทุกวันนี้เปิดกว้างแล้วครับ ความงามไม่ได้มีมาตรฐานเดียวอีกต่อไป ถ้าเราไม่สามารถชื่นชมความแตกต่างของคนอื่นได้ อย่างน้อยอย่าทำร้ายเขาด้วยคำพูดเลยนะครับ”
ล่าสุดสองหนุ่มมาร่วมงานรอบปฐมทัศน์ละครเวที “วันสละโสดกับโจทก์เก่าๆ เดอะสรวนมิวสิคัล” ณ โรงละคร เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดา ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว

ออกมาปกป้องต้าห์อู๋?
ออฟโรด: “คือเราอยู่กับเขามานาน แล้วรู้ว่าเขารู้สึกยังไง และเรารู้สึกว่าไม่ใช่แค่เขาด้วย มันคือหลายๆ อย่างที่เราเห็นและเรารู้สึกว่า ผมไม่ได้ตัดสินผู้อื่นแล้วกัน แต่มันเป็นสิทธิ์ที่จะคิดได้ ผมแค่รู้สึกว่าการที่เขาคิดแล้วมาทำให้คนอื่นต้องเป็นทุกข์ผมว่าไม่ควรทำ ผมรู้สึกว่ามันควรจะเก็บไว้แล้วก็เก็บไว้ในใจ แล้วก็อย่าทำร้ายกันเลยดีกว่าเพราะผมรู้สึกว่าทุกวันนี้มันเป็นยุคของการที่คนรักตัวเอง ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำการที่คนหนึ่งได้รักตัวเองแล้วก็ได้ทำในสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกมั่นใจ หรือตัวเองรู้สึกดูดีขึ้น มันเป็นสิ่งที่ดี ไม่มีอะไรเสียหาย แค่รู้สึกว่าไม่ชอบไม่ต้องพิมพ์
ซึ่งเราอยู่กับเขา เรารู้สึกว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่ผมรักมากๆ แล้วผมไม่อยากให้เขาเสียใจ ผมรู้สึกว่าการที่ผมพิมพ์อะไรไปผมรู้สึกว่าผมได้พูดและผมรู้สึกสบายใจ ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมทำไปจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ผมรู้สึกว่าอย่างน้อยผมได้ปกป้องเขา ก็เป็นความรู้สึกที่ผมรู้สึกดีด้วยเหมือนกัน”
มีปรึกษากันไหม?
ต้าห์อู๋: “ไม่ ผมไม่รู้เรื่องเลย”
แสดงว่าออฟโรดเข้าไปเห็นในโซเชียลเอง?
ออฟโรด: “ด้วย แล้วผมทำงานด้วยกันด้วย และผมก็รู้เลยว่าความรู้สึกของเขาเป็นแบบไหน เราอยู่ด้วยกันทุกวัน เราเลยรู้ว่าต้าห์อู๋เขารู้สึกแย่ รู้สึกว่าลึกๆ แล้วเขาต้องการการปกป้องเหมือนกัน รู้สึกว่าผมอยากทำหน้าที่ตรงนี้ด้วย”

เห็นต้าห์อู๋บอกว่าเรารู้ทุกสิ่งทุกอย่างเลยว่าเขาจะไปขอพร ขอสิ่งศักด์สิทธิ์?
ออฟโรด: “เขาชวนผมไปดูสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย เขาให้ความรู้สึกว่าไปดูแล แต่ว่าตอนนั้นเราติดถ่ายซีรีส์ด้วยก็เลยไปไม่ได้ แต่ก็เสียดายเหมือนกัน เพราะว่าผมก็อยากไปเหมือนกัน แต่เขาก็มีโทรมาขิงว่าอยู่ตรงแม่น้ำที่เราเคยมาถ่ายด้วยกัน แล้วไปคนเดียว ก็ปั่นจักรยานแล้วก็เซลฟี่ ผมก็ลุ้นนะเพราะว่าตอนนั้นแบตเขาจะหมด เพราะเขาชอบโทรมาตอนแบตใกล้จะหมด แล้วเขาตามหาพาวเวอร์แบงค์ แล้วตอนนั้นผมก็กำลังจะเข้าซีนต่อ เราก็เลยเป็นห่วงว่าสรุปเขาเป็นยังไง”
เราส่งมาให้เขาดูเป็นคนแรกเลยไหม เราตัดผม?
ต้าห์อู๋: ไม่ส่ง แต่ก็วิดีโอคอล คือเราไปตัดผมมาอันแรกเลย ตั้งแต่ตัดผมมาผมก็ไม่ถ่ายรูปอีกเลย เพราะว่าเราเป็นคนหัวลีบมันอาจจะไม่เหมาะกับการดาวเพิร์ม ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่รู้ 100% ว่าดาวเพิร์มจริงๆ แล้วมันคืออะไรแล้วเป็นยังไง”
ออฟโรด: “แล้วไปดาวเพิร์มที่ออริจินัลของเขาคือที่เกาหลี แล้วรู้เลยว่าน้ำยาเขาดียังไง”
ต้าห์อู๋: “ซึ่งมันดี ทุกวันนี้เป็นเดือนกว่าจะคลาย ผมสระลูบทุกวันเลย”

แล้วเทพย่านไหนที่เราต้องขอพร?
ต้าห์อู๋: “ย่านกังนัมคลินิก”
ในฐานะที่เราผูกพันกันมา เราเห็นหน้าของพี่เขารู้สึกว่ามีความหล่อเปล่งประกายขึ้นไหม?
ออฟโรด: “ผมว่าเขาหล่อนะ ผมว่าเขาเป็นคนที่รู้ตัวเองมากๆ เพราะเขาเป็นคนคอยสังเกตตัวเองตลอดเวลา เพราะฉะนั้นผมมั่นใจมากๆ เลยว่าการที่เขาไปขอพรครั้งนี้ กลับมายังไงก็เป๊ะ”
ต้าห์อู๋: “เหมือนเดิม มีแต่คนบอกว่าผมหล่อเหมือนเดิม”
ออฟโรด: “มันจะหล่อเหมือนเดิมยังไง มันก็ต้องหล่อขึ้นกว่าเดิมสิ”
แต่โครงก็ยังเป็นเราอยู่?
ต้าห์อู๋: “ใช่ก็ยังคม ยังเท่เหมือนเดิม”
ออฟโรด: “ผมดีใจ เพราะว่าความรู้สึกจริงๆคือเขาเหมือนมีปัญหาของช่วงกล้ามเนื้อตาด้วย”
ต้าห์อู๋: “คือปัญหาหลักๆ ไม่ใช่ตาตรงนี้ แต่ว่ามันเป็นกล้ามเนื้อตาตรงนี้ด้วย ผมสู้แสงไม่ได้ กะพริบตาถี่ แล้วก็คิ้วกระตุกไม่หยุด เดี๋ยวจะมีอาร์ตเวิร์กอันหนึ่งปล่อยไป เดี๋ยวทุกคนจะเข้าใจเลย คือช่วงเดือนที่แล้วเราถ่ายซีรีส์ด้วย ถ่ายงานพรีเซนเตอร์ด้วย แล้วก็มีแฟนมีตากับเบเนฟิต ซึ่งมันก็ต้องถ่างตากับใช้ตาเยอะมาก แล้วมันก็กลายเป็นว่าเราพักผ่อนน้อย แล้วผมไปหาหมอมาเขาบอกว่าถ้า 3 วัน 7 วันไม่หายกลับมาหาอีก ซึ่งจริงๆ แล้วมันผ่านไปเป็นเดือน เป็นเดือนที่ผมไปแฟนมีตแล้วคิ้วมันกระตุก จนคนเห็นเลยว่ามันกระตุก ซึ่งเรารู้สึกว่าไม่ได้แล้วต้องพักผ่อน ทีนี้ถือโอกาสพักผ่อนมันก็เลยถือโอกาสอะไรหลายๆอย่าง เพราะเดี๋ยวปีหน้าก็คงไม่ได้คิดว่าจะมีเวลาไปทำอะไรแบบนี้”
เรามีการพูดคุยกับแฟนคลับของเราไหมว่าไปทำมาเพราะว่ามีปัญหาจริงๆ?
ต้าห์อู๋: “แฟนคลับรู้อยู่แล้ว เพราะว่ามันเป็นช่วงที่เราต้องพักบ่อยขึ้น แต่ก่อนเราลุยงาน อย่างแฟนคอนแรกอ่ะเราไม่หยุดเลย แต่นี่มันกลายเป็นว่าเราต้องพักบ้าง ต้องหยุดบ้าง เพราะว่ามันไม่ไหวจริงๆ มันกลายเป็นว่าผมกลัวว่ามันจะไปโดนเส้นประสาทเราหรือเปล่า เพราะว่ามันเป็นเรื่องนี้มันน่ากลัว”

อยากขอบคุณน้องที่ออกมาปกป้องแทนเรา เดือดแทนเรา?
ต้าห์อู๋: “ผมชื่นชมอยู่แล้ว เพราะว่าจริงๆ มันไม่ใช่เบื้องหน้าหรอก เบื้องหลังเขาคุยกับเราแล้ว คือผมเป็นคนที่ไม่ค่อยออกมาบอกใคร เพราะว่ามันไม่โอเค แล้วก็เป็นคนที่เก็บ แต่ว่าเขาจะเป็นคนที่รับรู้ได้ และเราก็รู้สึกว่าเขารู้แล้วด้วย เขาทำให้เราคลายแล้วด้วย แต่เขาก็ยังไปพิมพ์อะไรแบบนั้นอีกซึ่งก็รู้สึกขอบคุณ (ไม่นอยด์ใช่ไหม?) ไม่นอยด์ ผมก็เข้าใจเหมือนที่ผมบอกในสัมภาษณ์ที่แล้วคนไม่เคยเห็นหน้าผม เห็นรูปหล่อๆ แล้วก็ไปเห็นวันนั้นที่มันบวม คนก็จะต้องคิดอยู่แล้วว่าทำทำไม หน้าเก่าก็ดีอยู่แล้ว ผมว่ามันก็เป็นความหวังดีของเขา ซึ่งเขาอาจจะไม่ได้เข้าใจ แต่วันนี้ถ้าเห็นแล้ว ถ้าอยากรู้อะไรก็สามารถติดต่อได้ ตู๋ห์อ้ารับทำหน้านะครับ”
ออฟโรด: “เปิดบริษัทใหม่แล้ว (ยิ้ม)”
ต้าห์อู๋: “แซวเล่นๆ”