เชอรีน ณัฐจารี อัพเดตความคืบหน้าคดี! โดนอดีตสามีทำร้ายร่างกาย ด้านสภาพจิตใจดีขึ้น แต่ยังคงหวาดระแวง – เผยลูกสาว มีแววเหมือนแม่
หลังจากที่ เชอรีน ณัฐจารี ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีอดีตสามี บอส อัศม์กรณ์ ใน 3 ข้อหา ได้แก่ ทำร้ายร่างกาย ได้รับอันตรายทั้งกายและใจ, ความผิดความรุนแรงในครอบครัว และการข่มขู่คุกคามทำให้ปราศจากเสรีภาพ ไปเมื่อช่วงปีที่แล้ว (2567)
ล่าสุดวันที่ 7 ธ.ค. เชอรีน ได้มาร่วมงานแถลงข่าว “From Partners to Family: The Next Generation of Probiotics” ชั้น 1 ลิโด้ คอนเนค สยามสแควร์ พร้อมอัพเดตความคืบหน้าของคดี โดยเผยว่าคดีก็นิ่งไปเลยตั้งแต่วันนั้นก็ไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ ส่วนตัวก็มองว่าอย่างน้อยคนทั้งประเทศก็ได้รู้แล้ว ด้านสภาพจิตใจก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีหวาดระแวงบ้าง นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้อัพเดตพัฒนาการลูกสาว “น้องจินเจอร์“ วัย 4 ขวบไว้ว่า
“น้องเข้ามาปีนึงแล้วค่ะ เข้าตั้งแต่ปีที่แล้ว เขาชอบ สนุกมีความสุข ช่วงไหนเด็กเวลาไปโรงเรียนก็จะมีไม่สบายบ้างกลับมา แล้วช่วงไหนป่วยแล้วต้องหยุดนานๆ เขาจะเริ่มถามแล้วว่าเมื่อไหร่เขาจะได้ไปโรงเรียน เขาก็จะพูดชื่อเพื่อนว่าเขาคิดถึงเพื่อนคนนี้ๆ กลับมาจากโรงเรียนเขาก็จะเล่าให้ เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียนบ้าง (บางคนงอแงไม่อยากไปโรงเรียนแต่น้องคือชอบ?) แฮปปี้มากๆ”
ตอนเขาไปโรงเรียนครั้งแรกเป็นห่วงไหม? “ก็เป็นห่วงคร่าวๆ ในเรื่องของโรงเรียนจะดูแลยังไง จะทรีตเด็กดีไหม แต่โชคดีที่โรงเรียนคอยอัพเดตตลอด ตอนนี้เขาทำอะไร ก็ลดความหวงได้ประมาณนึง ก็จะอัพเดตค่อนข้างเรียลทาม ซึ่งเราจะรู้ตลอดว่าน้องทำอะไรอยู่ที่โรงเรียน แต่จริงๆ แล้วเราดีใจที่ค่อนข้างมีเวลาเพิ่มขึ้น”
กิจกรรมที่เขาชอบทำในช่วงนี้? “เขาชอบทำเยอะมาก ชอบระบายสี วาดรูป ร้อยกำไล คือเขาเป็นคนชอบเครื่องประดับ แต่เราจะไม่ได้ซื้อเป็นสำเร็จมาให้เขา ก็จะซื้อเป็นกล่องที่ยังไม่เสร็จให้เขามาร้อยเอง เพราะฉะนั้นกำไลทุกอันที่เขาใส่เขาทำเองหมดเลย”
มีแววชอบมาทางแม่กับลุงไหม? “มากค่ะ (หัวเราะ) ร้องเพลงทุกวัน จำเนื้อเพลงได้เยอะมาก แล้วก็เริ่มเต้นตามได้ จำท่าจากในเอ็มวี เต้นตามได้”
เริ่มมีคนติดต่อให้มาเป็นพรีเซนเตอร์บ้างไหม? “ไม่ค่ะ เพราะเราไม่ได้เปิดน้องเลย ทุกครั้งที่รับงานก็จะบอกลูกค้าทั้งหมดว่าถ้ามีน้องอยู่ในคลิปหรือทำการถ่ายกับน้อย อาจจะไม่ให้เห็นหน้าน้องแบบชัดๆ นะคะ อาจจะเป็นด้านข้าง คืออยากให้เขาใช้ชีวิตวัยเด็กให้เต็มที่ แล้วก็ไม่อยากให้มีคนมาคอยจ้องหรือรุมเขาตลอดเวลา”
หลังจากนี้วางแผนอนาคตยังไง? “เรื่องเรียนก็ยังคิดไม่ตกค่ะตอนนี้ คิดอยู่เรื่อยๆ เราก็ดูปีต่อปีถ้าตอนนี้น้องโอเคกับโรงเรียนนี้ แล้วโรงเรียนนี้จะคิดว่าให้อยู่ถึงประมาณอายุเท่าไหร่ ก็คิดไปเรื่อยๆ แล้วก็กำลังหาโรงเรียนที่เหมาะกับน้องในอนาคต ใกล้ๆ เวลาก็ค่อยดูอีกทีนึงว่าเขาเหมาะกับการไปทางไหนมากกว่า”
อย่างเรื่องที่เขาชอบร้องเพลงชอบเต้นถ้าเขาสนใจส่งเสริมเต็มที่เลยใช่ไหม? “เต็มที่เลยค่ะ เต็มที่แน่นอน ก็ถามเขานะว่าอยากเรียนไหม เขาก็บอกแหละว่าเขาอยากเรียน แต่คิดว่าน่าจะซักห้าขวบ เพราะตอนนี้เหมือนเขาอยากเล่นอยากอะไรอยู่ ไม่อยากให้เขาไปอยู่ในการเรียนเยอะเกินไป เหมือนเขาชอบร้องเพลงแต่ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าต้องไปเรียนร้องเพลงได้ ไม่อยากให้เขาไปเครียดกับสิ่งที่เขาชอบ”
ขออนุญาตอัพเดตคดี? “ก็ไม่มีอัพเดต เงียบไปเลย ก็ไม่มีอะไรดำเนินการต่อ ก็หยุดนิ่งไป จริงๆ ด้วยความที่ตัวคดีมันไม่ได้มีการตัดสินอะไรที่แบบร้ายแรงขนาดนั้น แต่อย่างน้อยมีคดีไว้แล้วสำหรับเชอรู้สึกว่าโอเคแล้ว อีกอย่างคือคนทั้งประเทศก็ค่อนข้างรู้ เราก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นนิดนึง แต่ก็ยังมีระแวงอยู่บ้าง จะมีใครมาตามอยู่อีกไหม มันคงเป็นเรื่องที่ฝังใจ”
สภาพจิตใจตอนนี้ดีขึ้นแล้วใช่ไหม? “ก็ถือว่าดีขึ้นแหละค่ะ แต่เรื่องของความระแวง ความกังวลว่าจะมีใครมาตามอีกไหม ก็ยังมีอยู่บ้าง อย่างเวลาเราเจอคนมาเดินแถวหน้าบ้านซึ่งอาจจะเป็นคนธรรมดาเฉยๆ เราก็มีแบบว่าใครอ่ะ หรือไปข้างนอกเจอคนมอง ซึ่งบางทีเออเราเคยเป็นดาราเนาะ คนก็ต้องมอง แต่ถ้ามีคนมองแปลกๆ เราก็จะเริ่มคิดแล้ว ใช่หรือเปล่า”
เราอยากให้เรื่องนี้มันดำเนินต่อไปยังไง? “ก็นี่แหละค่ะจุดที่เราอยากให้มันเป็น (โดยไม่ต้องมายุ่งกัน?) คือความตั้งใจตอนนั้นที่แจ้งความ คือหนึ่งอยากให้มีการแจ้งความเกิดขึ้น ให้ทราบว่ามันเคยเกิดขึ้นนะ เหมือนเป็นเครื่องป้องกันเราในอนาคตด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก แต่อย่างน้อยๆ มีการรับรู้เกิดขึ้นแล้ว ว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ”
ยังไม่มีการขึ้นศาลใช่ไหม? “ไม่มีค่ะ ก็คือจบที่วันนั้นเลย”
แล้วผลงานในวงการบันเทิง? “เอาจริงก็เสียดายอยู่เหมือนกันนะคะ ที่ไม่มีโอกาสได้กลับมาเล่น คือตอนนี้คิดว่าอันดับหนึ่งก็คงเป็นลูก ด้วยความที่ดูแลลูกเอง 100 เปอร์เซ็นต์ ไปส่งลูกเองทุกวัน เพราะฉะนั้นเวลามีใครมาทาบทามไปเล่นหนังเล่นละครก็จะถามว่าคิวเยอะไหม ก็เลยตอนนี้ดูแลลูกให้ถึงที่สุดก่อน ถ้าในอนาคตเราสามารถทำได้แล้ว ก็ค่อยว่ากัน”



