ผันจากนักร้อง ชิมลางการเป็นนักแสดง ด้วยภาพยนตร์ “ข้างบ้าน” (Our House) แถมยังสวมบทสุดท้าทายเป็นผีชุดแดง สำหรับนักร้องสาว ‘โบกี้ไลอ้อน’ ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ ที่ร่วมงานกับผู้กำกับฯ คนเก่ง ‘โขม’ ก้องเกียรติ โขมศิริ รวมถึงนักแสดงหลักอย่าง ‘อาเล็ก’ ธีรเดช เมธาวรายุทธ และ ‘กชเบล’ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์

★ เป็นยังไงบ้างกับการแสดงหนังเรื่องแรก?
โบกี้ไลอ้อน – “ดีใจค่ะ เป็นก้าวใหม่ๆ ปกติเราอยู่แต่วงการเพลง เป็นตัวเองได้ 100% แต่การแสดงเราต้องเป็นคนอื่น และบทที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องแรก ต้องเล่นเป็นผี ทำการบ้านหนักมาก ก่อนจะรับเล่นเรื่องนี้จริงๆ มีหนังติดต่อ 3-4 เรื่อง ส่วนใหญ่ให้เล่นเป็นผีหมดเลย
แต่ที่ตัดสินใจเล่นเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่เพื่อนรอบข้างฟังหมด พอทีมโบรู้ว่าเล่นเรื่องนี้ก็ตื่นเต้น หนังเรื่องนี้วางภาพโบชัดกว่าเรื่องอื่นๆ เลยคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เหมือนได้ก้าวข้ามกำแพงบางอย่างที่เราอาจจะไม่กล้าทำ”

★ มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
โบกี้ไลอ้อน – “คาแร็กเตอร์ นก ทั้งตอนเป็นคนและเป็นผี รู้สึกว่าโบมีความเชื่อมโยงกับการเล่นบทนี้ เพราะคาแร็กเตอร์โบก็มีความลึกๆ บางอย่างที่ทำให้ดูซ่อนเร้น บางมุมที่เราเหม่อลอย หรือดูคิดมาก ความกดดันที่เคยแบกไว้มีความ relate ได้ สิ่งที่เป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อชีวิต ความกลัว ความทะเยอทะยาน ความเกลียดตัวเอง แล้วเป็นความรู้สึกแย่ๆ ก็เอามาใช้ในบทได้ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง

อย่าง นก เป็นคนที่ไม่รู้จักว่าความสุขของชีวิตคืออะไร ไม่รู้ว่าจุดไหนควรพอ ทะเยอทะยานจนไม่สนว่าตัวเองจะไปอยู่จุดไหนในอนาคต อ่านแล้วรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ผีที่เป็นผี แต่เป็นคนน่าสงสารคนหนึ่ง
ก็ทำการบ้านหนักกว่าตอนเขามีชีวิตเป็นคนยังไง ทำไมเป็นแบบนี้ พี่โขมให้คำปรึกษาอย่างดี ให้เกียรติและอิสระกับนักแสดงมาก เขาเอาแนวคิดที่นักแสดงมีต่อบทไปปรับใช้ เลยรู้สึกโชคดีที่มีพี่โขมเป็นผู้กำกับฯ และให้ความรู้ต่างๆ เขาซัพพอร์ตและให้เกียรตินักแสดงมากๆ”

★ ฉากที่รู้สึกยากที่สุด?
โบกี้ไลอ้อน – “เป็นฉากที่เราเลอะทั้งตัวและต้องคลานออกนอกบ้าน ไม่ได้ยากในแง่การแสดง แต่มีความหมดพลังงาน รู้สึกจริงๆ ว่ากำลังต่อสู้กับสิ่งที่ตัวละครเจอ เหมือนเราไม่เหลือทุกอย่าง ความรัก ความสวยงาม การงาน เป็นฉากที่ใช้พลังงานสูงมาก มีความท้าทายว่าจะส่งอารมณ์ได้ถึงตัวละครจริงๆ ไหม เป็นฟีลดาร์กที่สุด
ในชีวิตโบอาจเคยมีช่วงชีวิตหนึ่งที่ไม่ดี ทำให้มีความรู้สึกคิดสั้น แต่ตัวเรามีคนรอบข้างที่ดี ซึ่งพี่ๆ ทีมงานก็ถามว่าเราจะทรมานกับฉากนี้ไหม โบก็หยิบความรู้สึกในอดีตมาใช้ในการเล่นฉากนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่เราผ่านมันมาและแสดงได้โดยที่เราไม่รู้สึกอะไร และไม่ได้เป็นการกลับไปย้ำอดีตตรงนั้น”

★ ในกองถ่ายมีเจออะไรไหม?
โบกี้ไลอ้อน – “มี แต่พยายามบอกตัวเองว่าคิดไปเอง ทุกครั้งที่จะนั่งลงจะเห็นคนเล็บแดงๆ มาอยู่ตรงหน้า บางทีรู้สึกว่าเขามาจับหน้า เห็นเล็บเห็นมือเยอะๆ พยายามลูบ รู้สึกกลัว แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เราแค่ตั้งใจทำงาน ถ้าเขาจะมาก็ช่วยกันนะ ไม่ได้ชิน แต่ก็ไม่ได้กลัวมากค่ะ”

★ พอได้ลองทำทั้งศาสตร์ร้องเพลงและการแสดงแล้วเป็นยังไงบ้าง?
โบกี้ไลอ้อน – “เป็นความเหมือนที่แตกต่าง เป็นศิลปะที่ต้องใช้ความรู้สึกและไอเดียครีเอทีฟเป็นหลัก นักแสดงต้องมาคิดว่าตัวเองจะแสดงออกมายังไง เช่นเดียวกับเพลงที่ต้องสร้างสรรค์ต่อ แต่เพลงเราเป็นตัวเองได้ 100% แต่การแสดงเราต้องเป็นคนอื่น ฉะนั้นมีความยากและท้าทายคนละแบบ
โบมีอาชีพร้องเพลงทำมาจนชิน แต่การแสดงเรายังเป็นมือสมัครเล่น มาตรงนี้รู้สึกตัวเล็กมาก มีคนมากมายที่มืออาชีพมาก ต่อให้เราจะพยายามเล่นให้สมบทบาทแค่ไหน สุดท้ายนักแสดงจริงๆ เป็นบุคคลที่น่าเคารพมาก เพราะเขาต้องมีความอดทนสูงมาก โบรู้สึกเคารพอาชีพนักแสดง นักแสดงไม่ใช่แค่ดาราสวยหล่อ หัวใจของการแสดงต้องใส่ความทุ่มเทให้อารมณ์และบทบาททั้งร่างกายและจิตใจกว่าจะเป็นหนังหรือละครแต่ละเรื่อง”

★ ติดใจการแสดงหรือยัง?
โบกี้ไลอ้อน – “เริ่มติดใจนะ แต่จะทำเป็นอาชีพหลักไหม โบขอร้องเพลงก่อน จริงๆ โบเรียนจบการแสดง สายมิวสิค เธียเตอร์ เกี่ยวกับละครเวที แต่ไม่เคยใช้ความรู้ส่วนนั้นเลย เน้นดนตรีล้วนๆ ไม่แน่ใจว่าถ้าเล่นบทอื่นจะยากสำหรับโบไหม แต่ก็คิดอยากไปเรียนการแสดงเพิ่ม มันมีเรื่องปรับบุคลิกภาพ หรือช่วยเรื่องการร้องเพลงของโบด้วย เป็นเรื่องแอ๊กติ้งบนเวทีหรือบุคลิกเราเวลาร้องเพลงด้วยค่ะ”
★ เสน่ห์หนังเรื่องนี้?
โบกี้ไลอ้อน – “เป็นหนังผีที่แอบแฝงอะไรหลายอย่าง เป็นผีที่มีรูปลักษณ์ไม่เหมือนผีอื่นๆ เป็นผีสีแดง มีความกล้าเปลี่ยนแปลงให้หนังผีเข้าสู่ยุคใหม่ มีคาแร็กเตอร์ของผี ก็ขอฝากหนังเรื่องแรกในชีวิตด้วยนะคะ”