เป็นผู้กำกับฯ ที่มีสไตล์เฉพาะตัว สำหรับ ‘พุฒิพงษ์ นาคทอง’ ชิมลางงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก “4Kings” ก็ประสบความสำเร็จ โกยรายได้ร้อยล้าน จนถูกเรียก “ผู้กำกับร้อยล้าน” ไปโดยปริยาย
จากนั้นก็มีผลงานตามมา อย่าง 4Kings2, วัยหนุ่ม 2544 และ มือปืน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ เป็นอย่างดี

เจ้าตัวยอมรับว่าการถูกเรียกผู้กำกับร้อยล้าน ทำให้เขารู้สึกกดดันในการทำหนังเรื่องต่อไป ด้วยความคาดหวังของคนดูมีเยอะขึ้น
“ผมอยากให้คนรักหนังไทยเหมือนยุคปี 2540 ที่โรงแตก ดูแล้วภูมิใจ แต่ตอนนี้หลายคนเอาหนังไทยไปเทียบหนังต่างประเทศ ซึ่งมันเทียบกันไม่ได้ งบเขาเยอะกว่าหลายเท่า ถ้าอยากให้หนังไทยโต คนไทยต้องช่วยตีตั๋วดู ปีหนึ่งเรื่องนึงทำรายได้สัก 700 ล้านแบบเวียดนามบ้าง นายทุนจะได้กล้าลงเงิน หนังไทยถึงจะใหญ่ขึ้น”

การเป็นผู้กำกับฯ อายุน้อย แถมหนังเรื่องแรก “4Kings” ก็ทำเงิน คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง ผู้กำกับฯ หนุ่มกล่าวว่า “ถ้ามองรายได้อาจจะตอบได้หลายแบบ แต่ถ้ามองจากวันที่เริ่มเร่ขายบทเมื่อ 8ึ9 ปีก่อนมาถึงวันนี้ มันคือกำไรชีวิตมากๆ ผมเริ่มจากเด็กฝึกงาน กว่าจะมาถึง 4Kings ผมเคยขายบทแล้วไม่ผ่าน จนสุดท้ายได้ทำ ก็เจอความเหนื่อย แต่ก็ผ่านมา”
ส่วนการได้นักแสดงระดับท็อปๆ มาร่วมงานทั้งที่ตัวเองเป็นผู้กำกับฯใหม่ในตอนนั้น เจ้าตัวแง้มเคล็ดลับว่า “การจีบนักแสดง ผมเริ่มจากเป้ อารักษ์ เพราะเป็นเพื่อนกัน ถ้าเป้ตกลง คนอื่นจะง่ายขึ้น คนที่สองคือจ๋าย พอหัวๆ มา ที่เหลือก็ง่ายแล้ว”

ถามถึงแรงบันดาลใจในการทำหนังแต่ละเรื่องได้มาจากไหน ผู้กำกับฯ หนุ่มไล่เรียง “เริ่มจาก 4Kings1 เอาแรงบันดาลใจที่เคยมีในชีวิต แต่พอหลังๆ อย่าง 4Kings2 และวัยหนุ่ม 2544 ผมเริ่มคิดถึงบรรยากาศการออกกอง ผมชอบบ่นในเฟซบุ๊กว่าคิดถึงการออกกอง รู้ว่าเหนื่อย แต่นอนพักแป๊บเดียวก็คิดถึงอีก อยากออกกองอีก พอคิดอยากทำก็ต้องคุยกันว่าอยากทำอะไรที่สนุกและโตขึ้นกว่าเดิม เพราะมันคือความท้าทาย และหลังจากทำ มือปืน แล้ว ถ้าจะให้ไปทำอย่างอื่นที่เบากว่า สำหรับผมและทีมงานมันไม่ท้าทาย เลยอยากทำอะไรที่เพิ่มความเวตขึ้นเรื่อยๆ”

สำหรับอุปสรรคใหญ่ที่สุดของการทำหนังที่ผ่านมา พุฒิพงษ์บอก ไม่ใช่ตอนออกกอง แต่คือทำอย่างไรให้คนดูยอมเข้ามาดูหนัง เป็นสิ่งที่ยากที่สุด ยากกว่าการทำหนังอีก ทุกวันนี้วงการหนังไทยเครียด เพราะแต่ละเรื่องตั้งใจมาก แต่ต้องสู้กับระบบโซเชี่ยลที่ปิดกั้นเนื้อหารุนแรง ทำให้โปรโมตยาก

อยากใช้สื่อตรงนี้ในการพูดอะไรถึงคนดูหนังไทยไหม ผู้กำกับฯคนเดิมกล่าวว่า “อยากฝากถึงพี่น้องคนดูหนังไทยที่ตีตั๋วเข้าโรงทั่วประเทศ อยากให้ช่วยสนับสนุนหนังไทย ผมพูดในฐานะตัวแทนของคนทำหนังไทยทั่วประเทศ หนังไทยดีหรือไม่ดี มันไม่ควรถูกมองด้วยการเปรียบเทียบกับหนังต่างประเทศ เพราะมันเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยจริงๆ หนังไทยจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับตัวเราทุกคน ถ้าไม่สนับสนุนหนังไทย ไม่ว่าจะค่ายไหนหรือแม้แต่พวกผมเองก็ไม่กล้าลงทุน ทำให้หนังมันอยู่เท่าเดิม ไม่เติบโต
คนทำหนังไทยทุกคนตั้งใจ ไม่มีใครอยากทำงานออกมาเพื่อให้คนด่า ผมกล้าพูดเลยว่า ถ้าขอเวลาไม่เกินสองปี แล้วทุกคนช่วยกันดูหนังไทยมากขึ้น ผมเชื่อว่าสตูดิโอทุกค่ายจะกล้าลงทุนมากขึ้น และจะทำหนังใหญ่ขึ้น ภูมิใจขึ้น แต่ทั้งหมดเริ่มได้จากการเลิกนั่งอยู่หน้าคีย์บอร์ดแล้วด่า ตีตั๋วเข้ามาดูหนังเถอะครับ”

แล้วที่มีหลายคนถามหา “4Kings3” ผู้กำกับฯหนุ่มบอก ตอนนี้ยังเดาใจไม่ถูก ถ้าทางค่ายอยากให้ทำ เขาก็พร้อมทำ
“ส่วนจะทำหนังแนวอื่นไหม ผมมองว่าผู้กำกับฯยุคนี้ต้องมีความถนัดเฉพาะตัว เหมือนแพทย์เฉพาะทาง อย่างผมจะเป็นสไตล์แบบนี้ ทุกคนมีรสชาติของตัวเอง ถ้าอยากดูรสชาติแบบผมก็คิดถึงผม ผมเล่าทุกแนวไม่ได้ ณ ตอนนี้ผมคิดว่าต้องทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดให้ดีที่สุด เพราะถ้าผมไปทำหนังรักขึ้นมา มันจะทำให้คนหมดศรัทธาทั้งหนังไทยและในตัวผมเองด้วย”

โดยเจ้าตัววางเป้าในปีนี้ว่าจะพักการทำหนัง ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ตั้งแต่ตอนทำ วัยหนุ่ม2544 ว่าจะทำหนังในชีวิตแค่ 4-5 เรื่อง เรื่องหน้าคาดว่าอาจจะเป็นเรื่องสุดท้ายก่อนที่เขาจะขอพักยาว
เหตุผลเป็นเพราะ “ทำหนังไทยมันเหนื่อยมากจริงๆ ไม่ได้โอดครวญเพื่อให้คนดูเข้าใจ แต่ทำหนังไทยมันเหนื่อยจริง คนดูได้แต่ด่า แต่เขาไม่รู้เลยว่าคนทำหนังไทยสูญเสียกันทุกปี สุขภาพไปกันหมด หลายคนต้องเข้าโรงพยาบาล ผมเองทำมือปืนก็เข้าโรงพยาบาลไม่รู้กี่รอบ เลยอยากพักก่อน ชาร์จตัวเองให้เต็มแล้วว่ากันใหม่ครับ”
พักเพื่อเติมพลัง แล้วค่อยกลับมาสู้ต่อ!!
อชริญา บุญชู