เพลง ชนม์ทิดา ตอบคำถามเรื่องความรัก วิธีมูฟออน-ฮีลใจกับคนที่นอกใจ เป็นโอกาสที่เราเริ่มต้นใหม่ กับคนที่คู่ควรกับความรักที่ซื่อสัตย์

หลังประกาศโสด สำหรับ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวของนักร้องดังรุ่นใหญ่ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย มีหลายคนชื่นชมกับความสตรอง ที่เหมือนไม่เห็นโมเมนต์เศร้าเสียใจ

ล่าสุด เพลง ชนม์ทิดา เปิดโอกาสให้แฟนๆ ถามคำถามผ่านไอจีสตอรี่ มีหลายคำถามที่น่าสนใจและเจ้าตัวหยิบมาตอบกัน รวมไปถึงเรื่องความรัก

โดยมีคำถามว่า “พี่เพลงก้าวผ่านความทุกข์ยังไงคะ ในวันที่ไม่ไหวจัดการยังไงคะ?”

เพลง ตอบว่า “ส่วนตัวของเพลง สิ่งแรกที่เพลงจะทำคือพยายามทำความเข้าใจกับต้นตอ และสาเหตุของเรื่องที่ทำให้เราทุกข์ พยายามมองสิ่งๆ นั้นจากหลากหลายมุมมอง (คุณแม่สอนให้มองทุกอย่างให้ครบ 360 องศา เพราะสิ่งที่เรารู้สึกนึกคิดอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นรู้สึกนึกคิดเหมือนกับเรา) เมื่อเราเข้าใจมันจะเบาลงเอง

ความทุกข์ที่เกิดขึ้น มันเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้หรือไม่? แล้วถ้าเราควบคุมได้ เราสามารถทำอะไรให้ดีขึ้นกว่านี้มั้ย? ถ้าคำตอบคือเราทำดีที่สุดแล้ว….. เราก็ต้องยอมรับและปล่อยวางค่ะ (แต่บางเรื่องก็ใช้เวลามากกว่าเรื่องอื่น)

อีกคำถามหนึ่งที่เพลงมักจะถามตัวเองเสมอคือ is it worth my energy & time? และเมื่อ reflect แล้ว, ได้ closure แล้ว ก็จะพยายามไม่วนคิดซ้ำอยู่ที่เดิม จะเอาเวลาไปทำอะไรที่ดีต่อสุขภาพจิตสุขภาพใจและร่างกายของตัวเองค่ะ เช่น ไปทำ hobby ที่ตัวเองชอบ อยู่กับสัตว์เลี้ยง อยู่กับครอบครัวหรือเพื่อนที่เรารัก”

สำหรับคำถามที่ว่า “ขอ how to move on กับความรักค่ะ?”

เพลง ตอบว่า “การ move on ในเรื่องของความรัก เป็นอะไรที่ต้องใช้เวลาอย่างแน่นอน เพราะไม่ได้ใช้แค่หัวใจและสมองของเราที่จดจำความสัมพันธ์ที่ผ่านมา มีงานวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่า nervous system หรือระบบประสาทของเราก็ “จดจำ” ความรู้สึกเหล่านั้นเช่นกัน ร่างกายต้องใช้เวลา 3-6 เดือนกว่าจะค่อยๆ ปรับตัวและคลายความผูกพันทางอารมณ์ลง ดังนั้นการสูญเสียความรักจึงไม่ต่างอะไรจากกระบวนการ grief หรือการสูญเสียรูปแบบหนึ่งเลยค่ะ

สำหรับเพลงแล้ว ในการ move on เพลงมักจะ self-reflect ตัวเองโดยแยก “emotion” กับ “rationale/logic” เพลงให้เวลากับตัวเองค่อนข้างมากในการ self-reflect ทั้งอารมณ์ ความรู้สึก และเหตุผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์

ฝั่งของอารมณ์ เพลงเลือกที่จะปล่อยให้ตัวเองได้ “feel” อย่างเต็มที่ไม่ suppress และไม่วิ่งหนีความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกเสียใจ โกรธ bitter หรือแม้แต่ความสุข แต่เพลงเชื่อว่าหากเราอยาก move on เราต้อง heal จากสิ่งนั้น และถ้าอยาก heal เราจำเป็นต้อง live through emotion นั้น ให้ได้ หลายคนไม่ชอบการรู้สึกทุกข์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าถ้าเราไม่เปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้รู้สึก วันหนึ่งความรู้สึกเหล่านั้นก็อาจไปปะทุในรูปแบบอื่นแทน

เรื่องของเวลาไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าควรจะสั้นหรือยาวแค่ไหน แต่วันที่เราหันกลับมารักตัวเองได้อย่างเต็มตัว เราจะรู้ได้เองว่าเราควรจะให้เวลากับเรื่องนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน

ในส่วนของ rationale และ logic เป็นช่วงเวลาที่เพลงมัก reflect ความคิด กับตัวเอง กับ safe zone รวมถึงกับ therapist เพลงรู้สึกว่าการได้เข้าใจทั้งตัวเองและคนที่เราเคยมีความสัมพันธ์ด้วย ช่วยให้เข้าใจ และ move on ได้ง่ายขึ้นมาก เพราะหลายๆ การกระทำมักมีรากมาจาก childhood upbringing, trauma, personality และ values ของแต่ละคน

การยอมรับในความเป็นตัวเราและความเป็นตัวเขาเป็นสิ่งสำคัญมาก สิ่งที่เพลงให้ความสำคัญที่สุดคือการหันกลับมามอง values และ ethics/morales ของทั้งเราและเขาอย่างตรงไปตรงมา

หากสิ่งเหล่านี้ไม่ตรงกันอีกต่อไป การเดินไปด้วยกันก็จะยากขึ้น เพราะนับวันเราจะ grow apart มากกว่า grow together เราไม่ควรเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรืออดทนจนต้อง lower standard ของตัวเอง รวมถึงไม่ควรหาเหตุผลมา support การกระทำที่ทำร้ายเรา ลองถามตัวเองว่าเราคู่ควรกับอะไร? สิ่งไหนที่เราต้องการ?

รัก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการรักตัวเอง (อย่าคาดหวังให้ใครมาเติมเต็มสิ่งนั้นให้กับเรา) วันที่เรารักตัวเองอย่างถูกวิธี (ไม่เบียดเบียนใคร) และให้เกียรติตัวเองมากพอ เราจะรู้ว่าเราคู่ควรกับอะไร ในขณะเดียวกันเราก็จะ set boundaries of how we are to be treated

ส่วนตัวเพลงรู้สึกว่าเรายังสามารถเก็บ ความรักและความทรงจำที่สวยงาม ของความสัมพันธ์นั้นไว้ในใจเราได้ แม้ต้องเดินออกมา เพราะเชื่อว่าทุกความสัมพันธ์มีเรื่องราวดีๆ และทุกความรัก จะมีบทเรียนที่สอนเราเสมอ you can forever hold on to the beautiful memories and still move on เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังอยู่ในช่วง healing นะคะ”

โดยยังถูกถามว่า “มีวิธีฮีลกับคนที่นอกใจเรายังไงคะ ต้องบล็อกเขาทุกช่องทางไหมคะ?”

เพลง บอกว่า “เพลงได้มีโอกาสเจอ ข้อความอันนี้ น่าจะให้ข้อคิดที่ดีไม่มากก็น้อยนะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมักมี blessing in disguise ถือว่าเป็นโอกาสที่เราจะเริ่มต้นใหม่กับคนที่คู่ควรกับความรักที่ซื่อสัตย์ของเรานะคะ แนะนำ strict “no contact” ค่ะ”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน