“ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น” สานต่อความสยอง จาก “พนอ” สู่ “พนอ2” ผลงานการกำกับฯของผู้กำกับฯคนเดิม ‘ตั้ม’ พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว
โดยยังคงนักแสดงหลักจากภาคแรก เฌอปราง อารีย์กุล รับบท ‘พนอ’, ‘แจ๊คกี้’ จักริน กังวานเกียรติชัย รับบท ‘เปี๊ยก’, ‘ลูกหว้า’ พิจิกา จิตตะปุตตะ รับบท ‘มะสุรี’ และ ‘มัช’ กฤชยศ เลิศประไพ ในบท ‘ครูใหญ่’

เสริมทัพนักแสดงใหม่ อาทิ ‘พิมมา’ พิมมาดา ใจสักเสริญ (มิ้น), ‘ชิน’ ชินวุฒ อินทรคูสิน (สารวัตรชาตรี), ‘มาร์ค’ ศิวัช จำลองกุล (แม็ค), ‘เอิร์ธ’ กัษมนณัฏฐ์ นามวิโรจน์ (มะนาว), ‘เอ็มเม่’ พรนภา จึงตรงศักดิ์ (ฝน), ‘ดีน่า’ สุริวัสสา วิวัฒน์วานิช (กระต่าย), ‘ปิ๊ง’ กันตพัฒน์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา (นิค), ‘ซานต้า’ ดรัณภพ ริ้วเลิศศิริกุล (แชมป์), ‘อิมเมจ’ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ (ครูวิไล) และ ‘นัท’ ณัชพล รัตนมงคล (ครูต้น)

“พนอ2” เล่าเรื่องราวหลังจากที่ พนอ (เฌอปราง) คืนพลังเทพสามตา ชีวิตของพนอก็เหมือนถูกรีเซ็ตเริ่มความทรงจำใหม่กับการเรียนในมหาวิทยาลัยครูอย่างที่เธอใฝ่ฝัน โดยมี เปี๊ยก (แจ๊คกี้ จักริน) คอยเฝ้ามองและช่วยเหลืออยู่ห่างๆ แต่ความสงบมักจะมีสิ่งเร้า ทำให้พลังเทพสามตาในตัวพนอถูกปลุกขึ้นมาเป็นระยะๆ ทั้งแบบบังเอิญและตั้งใจจากใครสักคนที่ล่วงรู้ความลับอันดำทมิฬของเธอ


ทั้งนี้ผู้กำกับฯ ‘ตั้ม พุฒิพงศ์’ เล่าว่า “กระแสตอบรับจาก พนอ ในภาคแรกดีเกินความคาดหมายอย่างมาก จนเดินทางมาถึง พนอ2 ในภาคนี้ถือเป็นการเติบโตของตัวละครที่มีความสลับซับซ้อนก่อนเข้าสู่ครูพนอเต็มตัว ซึ่งแก๊ปตรงนี้มีความน่าสนใจอย่างมากในการเล่าเรื่องภาคสอง ทำให้เรื่องราวของตัวพนอในช่วงวัยนักศึกษา เต็มไปด้วยความเข้มข้นก่อนจะก้าวข้ามไปสู่ครูพนอเต็มตัว และแปลกมากที่ตอนถ่ายทำพนอ2 ก็เป็นช่วงที่เฌอปรางสวยเต็มที่ ออร่าเปล่งประกาย เหมือนมาเพื่อการเป็นพนอในภาคสองนี้เลย

ภาคนี้เป็นภาคที่ก้าวเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัย ทำให้พนอต้องเจอกับผู้คนมากมายหลายแบบ แน่นอนว่ามีทั้งคนที่รักเธอและคนที่เกลียดชังเธอ ปมขัดแย้งของกลุ่มวัยรุ่นที่มักเขม่นกันจนเลยเถิด และในที่สุดวังวนแบบเดิมๆ จึงเดินทางย้อนกลับมาที่เธอ”

ถามถึงสถานที่ถ่ายทำในภาค 2 ได้รับคำตอบว่า “โลเกชั่นต่างๆ ในภาคนี้ ผมยังคงคอนเซ็ปต์หาสถานที่บอกเล่าถึงความน่าสะพรึง เรียกได้ว่า แค่มองห้องโล่งๆ ก็จะรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่คอยแอบมองเราอยู่ สถานที่แต่ละที่จะต้องย้อนเวลากลับไปในช่วงปี 2530 ฉะนั้นแต่ละโลเกชั่นจะบ่งบอกที่มาของเหตุการณ์ที่พนอต้องไปเจอ ซึ่งเรามีโลเกชั่นทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ไม่อยากสปอยล์ อยากให้ทุกคนได้ไปดูในหนังแล้วจะสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวในแต่ละสถานที่ครับ”


ส่วนโปรดักชั่นดีไซน์ ตั้ม พุฒิพงศ์ แง้มว่า “ภาคนี้ผมจะวางคอนเซ็ปต์เรื่องพิธีกรรมและรูปแบบการตายไว้แบบหนักหน่วง โดยพิธีกรรมต่างๆ จะถูกคิดมาจากบทก่อนคิดคาแร็กเตอร์ว่าตัวละครแต่ละคนมันก็มีผลลัพท์จากการกระทำที่ต่างกัน และขึ้นอยู่ว่าในแต่ละซีนจะเป็นหมอผีแขนงไหนศาสตร์ไหน เราก็ต้องมาดีไซน์ทุกอย่างให้สอดคล้องกัน การทำพิธีกรรมที่โหดกว่าเดิมมากๆ ในภาคนี้เราใช้คาถาจริงกว่า 30 คาถา แต่ละคาถาแรงขึ้นกว่าเดิมจากภาคหนึ่ง”


ผู้กำกับฯคนเดิมยังเล่าเพิ่มเติมว่า “ภาคสองทุกอย่างมันเยอะขึ้นด้วยเรื่องด้วยนะ ด้วยตัวเรื่องที่แบบเจอกับพนอมันก็โดนเล่นงานจากคนรอบด้านที่หนักขึ้นกว่าเดิม แล้วก็เอาคืนแรงกว่าเดิม สำหรับคนที่เป็นแฟนคลับหนังสยองขวัญ คนที่ชอบดูไสยศาสตร์ดูหนังสยองขวัญ อยากให้มาดูว่าสุดท้ายแล้วจักรวาลนี้จะเป็นอย่างไรต่อ ตัวพนอจะเดินทางอย่างไรต่อ

เรื่องนี้ดูจบแล้ว เราจะเห็นการเดินทางของเขา แล้วเราจะเห็นเลยว่ามันกำลังมุ่งหน้าเข้าไปสู่จุดหมายปลายทางที่คาดไม่ถึงและไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”
“พนอ2” ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ