แฟรนไชส์หนังซอมบี้ “28 Years Later” ที่ ‘แดนนี บอยล์’ และ ‘อเล็กซ์ การ์แลนด์’ สร้างไว้ ผู้กำกับฯ ‘นีอา ดาคอสตา’ ขยายจักรวาลต่อในภาพยนตร์ “28 Years Later: The Bone Temple-28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน : วิหารซากกะโหลก” นำแสดงโดย เรล์ฟ ไฟนส์, แจ๊ก โอ’คอนเนลล์, อัลฟี วิลเลียมส์, เอริน เคลลี่แมน, ไช ลูอิส-แพร์รี อำนวยการสร้างโดย แอนดรูว์ แม็กโดนัลด์, ปีเตอร์ ไรซ์, บอร์นาร์ด เบลลิว, แดนนี บอยล์ และ อเล็กซ์ การ์แลนด์ บทภาพยนตร์โดย อเล็กซ์ การ์แลนด์

ภาคนี้ ดร.เคลสัน (เรล์ฟ ไฟนส์) พบว่าตัวเองเข้าไปพัวพันกับความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่ชวนช็อก และผลลัพธ์ของมันอาจเปลี่ยนโลกที่ทุกคนรู้จักไปตลอดกาล ขณะเดียวกัน การเผชิญหน้าของ สไปก์ (อัลฟี วิลเลียมส์) กับ จิมมี คริสตัล (แจ๊ก โอ’ คอนเนลล์) ก็กลายเป็นฝันร้ายที่เขาไม่อาจหนีรอดได้ ในโลกของ The Bone Temple ผู้ติดเชื้อไม่ใช่ภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดอีกต่อไป แต่คือความไร้มนุษยธรรมของผู้รอดชีวิตเอง ที่ทั้งประหลาดและน่าสะพรึงยิ่งกว่า

ผู้กำกับฯ ดาคอสตา หลอมรวมเรื่องราวบทใหม่เข้ากับลายเซ็นความสยองแบบผู้กำกับฯ สายออเตอร์ของเธอเอง พร้อมวิสัยทัศน์ที่ยกระดับโลกดิสโทเปียใบนี้ให้เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม

“สิ่งที่เชื่อมหนังทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน คือความบ้าคลั่ง ความแปลกเฉพาะตัว และความเป็นงานศิลปะที่เป็นส่วนตัวมากๆ ของผู้สร้าง และ ตอนที่ฉันคุยกับ แดนนี และ อเล็กซ์ ครั้งแรก ฉันบอกไปเลยว่า ฉันจะทำมันในแบบของฉันเอง ฉันจะไม่พยายามทำให้มันเป็นหนังแบบ แดนนี บอยล์ ซึ่งบทของ อเล็กซ์ แตกต่างจาก 28 Years Later มาก มันเปิดโอกาสให้ใช้แนวทางใหม่ๆ มันใส่ลายเซ็นของตัวเองลงไปเต็มที่ ปล่อยความเพี้ยนของฉันออกมา กล้าผจญภัยทางภาพ และผสานมันเข้ากับการทำหนังในแบบคลาสสิคมากขึ้น 28 YEARS LATER : THE BONE TEMPLE โครงสร้างของโลกในเรื่อง ที่มีทั้งโลกของ จิมมี คริสตัล กับเหล่าผู้ติดตามของเขา และโลกของ เคลสัน ส่วนสไปก์ คือคนที่เดินทางไปมาระหว่างสองโลกนั้น มันเลยน่าสนใจมากที่จะใช้ภาษาภาพยนตร์ที่แตกต่างกันแต่ละตัวละคร” ดาคอสตากล่าว

ด้าน ‘แดนนี บอยล์’ กล่าวว่า “นีอา คือคนที่เหมาะสมที่สุดในการมากำกับ THE BONE TEMPLE ผมกับอเล็กซ์เป็นแฟนงานการตีความ Candyman ของเธอมานาน และเรารู้ดีว่า นีอามีของด้านหนังสยองขวัญแบบจริงจัง แถมยังรัก 28 Days Later ต้นฉบับอย่างแท้จริง เธอเคารพในสิ่งที่แฟนๆ รักเกี่ยวกับแฟรนไชส์นี้ แต่ก็ทำให้หนังเรื่องใหม่เป็นของเธอเอง พาซีรีส์นี้ดำดิ่งไปสู่พื้นที่ที่มืดและกดดันยิ่งกว่าเดิม”

‘อเล็กซ์ การ์แลนด์’ ผู้ร่วมสร้างโลกใบนี้กับ ‘บอยล์’ กลับมารับหน้าที่เขียนบทอีกครั้ง กล่าวว่า “ตั้งแต่แรก นีอา บอกกับผมและ แดนนี ชัดเจนว่า กล้องจะไม่ขยับแบบที่ แดนนี ใช้ และการตัดต่อก็จะไม่เป็นแบบที่ แดนนี ตัด นั่นทำให้ แดนนี ประทับใจมาก เพราะคนส่วนใหญ่มักจะเลือกเลียนแบบสไตล์ของเขา แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ นีอาทำ และนั่นทั้งฉลาดและน่าชื่นชม หนังของเธอแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน และนั่นคือเรื่องดี”

ในส่วนของงานสร้าง ‘ดาคอสตา’ ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานเดิมที่กลับมาร่วมงานอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ออกแบบงานสร้างและเครื่องแต่งกาย แกเร็ธ พิวห์ และ คาร์สัน แม็กคอล, ผู้กำกับภาพ ฌอน บ๊อบบิตต์ รวมถึงหัวหน้าแผนกต่างๆ เพื่อสร้างภาพยนตร์ที่มุ่งสู่ประสบการณ์การรับชมแบบโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ

‘ดาคอสตา’ ยืนยันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ “จำเป็นต้องดูในโรงภาพยนตร์จริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะการได้ร่วมประสบการณ์แบบหมู่คณะของแฟรนไชส์ที่อยู่มานานกว่ายี่สิบห้าปีเท่านั้น แต่ยังมีหลายช่วงใน 28 YEARS LATER : THE BONE TEMPLE ที่คุณจะอยากสัมผัสมันผ่านจอและระบบเสียงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ด้วยเหตุนี้ ‘ดาคอสตา’ จึงออกแบบรูปลักษณ์ของหนังออกเป็นสองโลกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตามที่เธออธิบายว่า “โลกของเคลสันและสภาพแวดล้อมรอบตัวเขา คือพื้นที่แห่งความสงบท่ามกลางความโกลาหล ความบ้าคลั่ง ความตาย และการทำลายล้าง เคลสัน, Bone Temple และบังเกอร์ของเขา มีลักษณะสงบ ร่มรื่น คล้ายอุดมคติ และถึงขั้นชวนใฝ่ฝัน ตรงกันข้ามกับโลกของพวกจิมมี เมื่อเป็นฝั่งของพวกจิมมี เราจะขยับกล้องมากขึ้น เพื่อเร่งระดับความตึงเครียดและความรุนแรง”

ผลงานชิ้นเอกของ พิวห์ และ แม็กคอล อย่าง Bone Temple อันยิ่งใหญ่ กลับมาเป็นฉากหลังสำคัญอีกครั้ง คราวนี้สำหรับการเผชิญหน้าชะตากรรมของเคลสันกับแซมซัน ฉากไคลแมกซ์ระหว่างเคลสันกับคริสตัล รวมถึงฉากเคลสันเต้นรำกับเพลง The Number of the Beast ที่แม็กคอล เตือนความจำว่า Bone Temple ประกอบด้วยกระดูกกว่า 250,000 ชิ้น กะโหลกศีรษะกว่า 5,500 ชิ้น และเสาตั้งอีกกว่าหนึ่งพันต้น นอกจากนี้ใจกลางยังมีนาฬิกาแดดขนาดใหญ่ และแท่นบูชาหรือ วานิตาส์ (Vanitas) ซึ่ง พิวห์ อธิบายว่าเป็น การจัดวางวัตถุที่พูดถึงชีวิตและความตาย สะท้อนหลักคิด เมเมนโต มอรี (Memento Mori) ของเคลสัน ว่ามนุษย์ทุกคนล้วนต้องตายสักวัน

สถานที่สำคัญอีกแห่งคือศูนย์นันทนาการที่ถูกปิดทิ้งร้างมานาน ซึ่งถูกใช้ถ่ายทำฉากเปิดเรื่อง พิธีรับเข้าอย่างโหดร้ายของสไปก์ในกลุ่มจิมมี เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยมีสระว่ายน้ำและสนามบาสเกตบอล แต่ถูกปิดตั้งแต่ช่วงการระบาดใหญ่ “มันดูเหมือนสถานที่ที่ถูกทิ้งร้างมานานถึง 28 ปีจริงๆ” ผู้จัดการสถานที่ แมนดี้ ชาร์ป กล่าว
‘ดาคอสตา’ ต้องการให้ผู้ชมได้สนุกกับการนั่งรถไฟเหาะแห่งความระทึกแบบไม่หยุดพัก ควบคู่ไปกับประสบการณ์สยองขวัญที่ยกระดับขึ้น “แนวคิดของไวรัสแห่งความคลั่ง เปิดโอกาสให้เราพูดถึงความเป็นมนุษย์” เธออธิบาย “หนังเรื่องนี้สำรวจธรรมชาติของความชั่วร้าย และวิธีที่เรานิยามมันในโลกที่มีระบบความเชื่อหลากหลาย เรามีทั้งผู้ติดเชื้อและผู้ไม่ติดเชื้อ แล้วใครกันแน่ที่กำลังสร้างความเสียหายมากที่สุด?”
“28 YEARS LATER : THE BONE TEMPLE-28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน: วิหารซากกะโหลก” พร้อมสยอง 5 ก.พ.นี้ ในโรงภาพยนตร์