พชร์ อานนท์ ชี้การเมืองควร “จบแล้วก็จบ” เตือนคนไทยเลิกทะเลาะ ย้ำแพ้ต้องยอมรับ ผลออกมาแบบไหน ต้องเดินหน้าต่อ พร้อมส่งสารแรงถึงว่าที่นายก
ผู้กำกับดัง “พชร์ อานนท์” วันนี้ (10 ก.พ.69) มาร่วมพิธีบวงสรวงที่ลานหินขัด เอวนิว เมเจอร์ รัชโยธิน ถูกถามถึงการเลือกตั้ง หลังผลคะแนนออกมาแล้ว เจ้าตัวมองว่าการเมืองหลังเลือกตั้งไม่ควรถูกลากมาทะเลาะไม่รู้จบ เพราะทุกคนใช้สิทธิ์ของตัวเองไปแล้ว ใครคะแนนนำก็ต้องยอมรับ ย้ำประเทศไทยไม่ได้มีแค่กรุงเทพฯ ต่างจังหวัดก็มีเสียงของเขา ชี้ข้อกล่าวหาเรื่องซื้อเสียงต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่พูดต่อๆ กัน
เจ้าตัวยังฝากถึง อนุทิน ชาญวีรกูล หากได้เป็นนายกฯ ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม อย่าเหลวเป๋ว อย่าเอาคนไม่ดีเข้าร่วมรัฐบาล และต้องตัดความเป็นเพื่อนเพื่อพิสูจน์ผลงาน 4 ปีให้สมกับที่ประชาชนไว้ใจ
พชร์ยังตอกกลับความคาดหวังเรื่องความรวยจากการเมือง ชี้ไม่ว่าใครเป็นนายกฯ ประชาชนก็ต้องทำงานเอง ไม่มีใครรวยเพราะเลือกตั้ง อย่าไปหวังรวย ถ้ายังขี้เกียจ
ช่วงนี้หลายๆ คนก็ไปโฟกัสการเมือง “การเมืองก็จบแล้ว จบแล้วก็จบ ไม่งั้นก็จะตีกันไม่จบ (แล้วเราจบไหม?) ก็จบไง เพราะว่าเราก็เป็นประชาชนคนหนึ่งที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง เราอยากเลือกใคร อยากได้ใครมาบริหารประเทศ มันก็เป็นสิทธิ์ของเราเพราะฉะนั้นเราจะเลือกใครก็ได้ ในสิ่งที่เราปรารถนา ถึงแม้ความคิดเราไม่ตรงกับคนอื่น เราก็อย่าไปว่าเขา เราก็อย่าไปว่ากัน ทำมาหากินกันต่อไป ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะเข้ามาบริหาร เราก็ต้องทำมาหากินกันต่อไป”
ฝากอะไรถึงว่าที่นายกฯ คนใหม่? “อ๋อ ก็ฝากหน้าที่นายกฯ นะครับ เพราะว่าเราก็ให้กำลังใจ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคสีน้ำเงินนะ ยังไงก็อย่าให้เสีย คืออย่าให้เหลวเป๋ว ทุกคนเลือกเอาคะแนนให้นายกฯ อนุทินเนี่ย เพราะทุกคนอยากเห็น อย่างที่คุณอนุทินพูด และผู้บริหารของทีมเขาที่ออกมา อยากให้เขาทำให้เห็นเป็นกิจลักษณะจริงๆ ไม่ใช่พูด แล้วพอเอาจริงๆ ก็เหลวเป๋ว แต่อยากให้คุณอนุทินดูดีๆ ว่าคนที่จะมาเข้าร่วมรัฐบาลกับคุณอนุทินเนี่ย คุณอนุทินต้องตัดความเป็นเพื่อน ความเป็นมิตรสหาย เพื่อที่จะให้ตัวเองอยู่รอด 4 ปี ให้คุณอนุทินพิสูจน์ผลงานอย่างที่ประชาชนไว้ใจ ใครไม่ดี ใครเป็นตัวทำให้พรรคอะไรเนี่ย ก็อย่าเอาเข้ามาบริหารกัน”
แต่ชาวเน็ตก็เห็นต่างกับผลการเลือกตั้ง? “ด้อมใครก็รักด้อมมัน แต่เราพิสูจน์แล้วว่า ประเทศไทยมันไม่ได้มีเฉพาะกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดเขาชอบแบบนี้ เราก็ต้องชอบแบบนี้ เราก็คนกรุงเทพฯนะ เราก็เลือก แต่เราก็ต้องดูว่าในเมื่อคะแนนเขานำ เราก็ต้องยอมรับ ถูกต้องมาก”
แต่หลายพื้นที่ก็มีพิรุธ? “ไม่ อย่างปทุมธานีที่นับคะแนนใหม่ อนุทินก็ชนะนี่ นับ 3 รอบก็เหมือนเดิม (มันมีการขุดเรื่องการซื้อเสียงด้วย?) น้อง…เขาซื้อกันมาไม่รู้ตั้งแต่ พ.ศ.ไหนแล้ว แต่เราไม่เห็นไง คนที่พูดว่าซื้อเสียงๆ ทำไม กกต. เขาไม่จัดการ เพราะไม่มีหลักฐาน เข้าใจไหม มีหลักฐานเข้าไปยื่นเลย เราไม่ได้มาด่าคุณนะ ถ้าด่ากูก็ด่าเหมือนกัน เพราะว่ามันต้องมีหลักฐาน เราพูดอะไรไปเนี่ย เราต้องมีหลักฐาน อย่างน้องๆทมาถามพี่เนี่ย เขาว่ามีการซื้อเสียง เดี๋ยวก่อนอารมณ์กูขึ้น น้องก็ฟังมาอีกทีหนึ่ง ว่าเขามีการซื้อเสียง แต่น้องไม่ได้เห็นไง ว่าตอนที่เขาเอาเงินให้กันตอนไหน เราไม่ได้ไปเห็นกับตา เราก็พูดต่อๆ กันมา ถูกต้องไหม ซื้อเสียงมันไม่ได้เยอะขนาดนี้เลยนะ แสดงว่าพรรคของอนุทินที่มีเงินเยอะเลยนะ เพราะว่าซื้อเสียงนี้เป็นร้อยๆ ล้านนะ แล้วถ้าตอนปี 66 พรรคอันดับหนึ่งชนะเนี่ย ไม่เห็นมีใครพูดเลยว่าซื้อเสียง ไม่มีใครไปนับบัตรใหม่”
จะได้เห็นในหนัง “หอแต๋วแตก” ไหม? “เคยทำนะ หอแต๋วแตกแหก MOU แล้วไม่ได้ทำ เพราะกลัวไม่ผ่าน ตอนนั้นเราจะทำก่อนสัปหยด จะแหก MOU เพราะว่ามันเถียงกันเหลือเกินไงปี 66 แต่เราก็ไม่ทำดีกว่า กลัวไม่ผ่าน ไม่อยากไปยุ่งกับเขา”
ใครได้เป็นก็ต้องทำงานหาเงินใช่ไหม? “ใครจะได้เป็นนายกเราก็ต้องทำงาน ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งได้เป็นแล้วเราจะรวยเลย ดีไม่ดีเราอาจจะดิ้นรนกว่าเก่าก็ได้ เพราะฉะนั้น อนุทินเป็น เท้งเป็น ไม่ว่าใครเป็นก็ต้องทำมาหากิน เพราะฉะนั้นมันจบแล้วการเลือกตั้ง เพราะให้สิทธิ์ในการใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันไปแล้ว”
เขาบอกจะทำให้รวยจนร้องขอชีวิต? “ก็นี่แหละ อนุทินพูดอย่างงี้ ว่าจะทำให้รวยจนร้องขอชีวิต ถ้าอนุทินทำไม่ได้ อนุทินก็เตรียมตัว ต้องร้องขอชีวิตจากพวกประชาชนแล้วล่ะ ไม่ อันนี้เรื่องจริง เราก็ต้องให้มีเวลาเขา 4 ปี เพราะพวกเราอาจจะไม่ได้เลือก แต่มีคนเลือกและเยอะกว่า เพราะฉะนั้นทำมาหากินดีกว่า อย่าไปยุ่งเลย โกง เกิง อะไรแบบนี้ เราว่า มันก็โกงทุกยุคทุกสมัยแหละ แต่เขาก็บอกนี่ ใครจับโกงได้ให้ไปฟ้อง กกต. ไม่เห็นมีใครจับได้สักคน ก็ทุกคนก็ต้องการเงิน ไม่ใช่เหรอ มันแก้ไขไม่ได้หรอก แก้ไขที่นิสัยคนไทยนี่แหละ แพ้ก็คือแพ้ ทีเวลาตัวเองชนะก็ไม่เห็นว่าอะไรเลยเนี่ย เงียบ ปั๊บ ผ่านปี 66 อะของเขาชนะ มา 14 ล้านเสียง เงียบกริบ ไม่เห็นมีอะไรเลย ไม่ขอนับคะแนนใหม่ ไม่เห็นอะไร ทีพอคนอื่นชนะ ให้นับคะแนนใหม่โว้ย”
ใครเป็นเราก็จนเหมือนเดิมใช่ไหม? “ใครเป็นเราก็ต้องหาแดก คือเขาก็ช่วยได้ในหน้าที่ของเขา ช่วยให้เศรษฐกิจมันดีขึ้น แต่เราก็ต้องหาแดก ไม่ใช่ว่าพอพรรคอีกพักหนึ่งเป็น โอ้ย เงินเดือนกูขึ้น 3 หมื่น แต่จริงๆ 8,000 เหมือนเดิม (เราเตรียมรวยเลยไหม?) อ๋อ เรารวยอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องทำงาน เงินเก็บก็เงินเก็บ เงินหาเข้ามาใหม่ก็ต้องทำงาน อย่าไปหวัง ไม่ว่าใครเป็นนายก มึงก็ไม่รวย เพราะมึงขี้เกียจ”