โบกี้ไลอ้อน เปิดใจหลังคอนเสิร์ตใหญ่ที่อิมแพ็ค เผยซีนบนเวที ทำกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เป็นกำลังใจให้คนที่เคยสูญเสีย หวังเป็นแรงบันดาลใจให้

เพิ่งจบคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ไปหมาดๆ สำหรับคอนเสิร์ต “KARAWA CONCERT” ของศิลปินมากความสามารถอย่าง โบกี้ไลอ้อน หรือ ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ ล่าสุดวันที่ 10 มี.ค. โบกี้ไลอ้อน ได้มาร่วมงาน “THE GUITAR MAG AWARDS 2026” ณ ONE BANGKOK FORUM พร้อมเล่าบรรยากาศความสนุก อบอุ่น และซึ้งในวันนั้น

คอนเสิร์ตใหญ่จบไปแล้ว? “ผ่านมากี่วัน 2 วัน เสียงแหบ มีแต่คนถามว่าเหนื่อยไหม ก็ไม่เหนื่อยนะ เราหายเหนื่อยไหมก้ไม่หายเหนื่อยนะ เหมือนเป็นงานๆ นึงที่ตั้งใจทำมากๆ ถามว่าผ่านไปหรือยังก็น่าจะยัง เรารู้สึกว่ามันยังไม่ผ่านไป ยังต้องมีคอนเทนต์ปล่อยออกมา ยังไม่หายเหนื่อย ไม่มีความโล่งใจ”

ได้อ่านฟีดแบ็กใช่ไหม? “ก็ตกใจมาก แล้วก็ยังตื่นเต้นอยู่ คือยังเอาตัวเองออกมาจากอิมแพ็คไม่ได้ ตัวเองยังอยู่ในอิมแพ็คอยู่ค่ะตอนนี้”

เล่าบรรยากาศในคอนเสิร์ตครั้งนี้หน่อย? “คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เป็นคอนเสิร์ตที่เป็นครั้งที่ 2 ของโบเนาะ แต่เป็นครั้งแรกที่อิมแพ็ค ก็รู้สึกว่าครั้งนึงในชีวิต เราเคยเป็นเจ้าของอิมแพ็ค แบบดีใจมากๆ แล้วก็ยังมีแรงบันดาลใจที่จะทำอะไรใหม่ๆ ต่อ เอาจริงยังอยากจัดคอนเสิร์ตอีกรอบเลยเนี่ย แต่ว่าพักก่อน ทำอย่างอื่น”

แล้วระยะเวลาในการจัดครั้งถัดไปต้องห่างแค่ไหน? “ถ้าเป็นไปได้ก็คงอยากจะปีละครั้ง แต่ว่าก็คงเป็นไปไม่ได้ มันยิ่งใหญ่มาก แล้วก็มันใช้เวลาเตรียมงานค่อนข้างเกือบปีอยู่ แล้วมันก็ใช้เวลาจองยากเหมือนกันอิมแพ็ค เพราะฉะนั้นก็ให้มันเป็นของแรร์ ให้มันเป็นความซีเคร็ทที่จะมีแค่หนึ่งสองสามปีครั้ง”

คนบอกว่าคอนเสิร์ตโบกี้เหมือนกลัวน้อยหน้าชาวบ้านเวทีจัดเต็ม? “ก็เรียกได้ว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ถ้ามีผิดพลาดตรงไหน บอกทุกคนเสมอว่าให้มาว่าที่โบกี้ เพราะว่าโบกี้เป็นคนทำทุกอย่างแม้กระทั่งผัง แม้กระทั่งเวลาคอนเสิร์ต ตอนแรกเคยคิดว่าจะเริ่มช้ากว่านี้เพราะว่าอยากอำนวยความสะดวกให้กับคนที่เขาเดินทาง รวมถึงวันนั้นมีสอบ มีคอนเสิร์ตหลายคอนเสิร์ต แต่แฟนคลับก็ประท้วงกันมาว่าไม่ได้ตอนกลางคืนจะกลับบ้านลำบาก ก็นำฟีดแบ็กเหล่านี้มาปรับปรุง เลยบอกว่าทุกอย่างในนี้คือทำเองจากศูนย์อ่ะ พอได้กระจายความคิดตัวเองก็มีทีมงานที่เก่งๆ เข้ามาช่วย มันก็เลยทำให้สิ่งนี้ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง ก็เลยรู้สึกว่าเป็นคอนเสิร์ตที่เราทำทุกอย่างแม้กระทั่งถ้าต่อเวทีได้ลงไปต่อเองแล้ว”

มีซีนนึงที่เรากลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวเหมือนกัน? “ซีนน้องหมา คือจะบอกว่าซีนนี้โบไม่สามารถซ้อมได้ ไม่สามารถรันทรูได้ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เรียกได้ว่าตอนซ้อมคือไม่ร้องเลย ร้องไห้อย่างเดียว ก็เลยกลายเป็นว่าตอนร้องจริงเลยไม่แน่ใจว่าจะร้องได้จริงๆ หรือจะร้องไห้ พยายามไม่หันไปดู แต่ในจริงเราเอาสิ่งที่เป็นกำลังใจของเรามา เราพกขนน้องหมามา เราตัดขนเขาไว้ตอนเขาเสีย แล้วก็ปอกคอ แล้วก็พกรูปแม่มา เอามานั่งดู”

ก็เป็นซีนที่หลายคนแชร์? “ใช่ ก็ดีใจค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เคยเจอการสูญเสียเหมือนกัน อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนว่าเราคนนึงก็เคยสูญเสียในฐานะโลกมนุษย์เนาะ ก็หวังว่าสิ่งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับเขา”

คุณแม่ก็ได้ชมความสำเร็จของเรา? “คุณแม่ไปยังไม่รู้ คุณแม่ยังอยู่ไหมไม่รู้ เป็น 11 ปีแล้ว แต่เรายังคงคิดว่าเผื่อเขายังอยู่ ก็เป็นกำลังใจให้เราผ่านรูปภาพนี่แหละเหมือนที่เราเคยวาดไว้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน