‘เบนซ์ พรชิตา’ กังวลรับบท “นพนภา” เวอร์ชั่น 2569 ห่างละคร 10 ปี รื้อฟื้นการแสดงใหม่ ด้าน ‘ธัญญ่า’ เชื่อฝีมือ มั่นใจคนนี้ใช่เลย
เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนละครได้อย่างมากเลยทีเดียว หลังเปิดตัว “นพนภา” ในละคร แรงเงา เวอร์ชั่น 2569 เป็นนักแสดงสาวมากฝีมือ เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา ล่าสุดเจ้าตัวมาร่วมงาน “ไนน์เอ็นฯ อวอร์ด 2026 presented by Thonburi Phanich” ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ซึ่งบังเอิญได้เจอ “นพนภา” ปีพ.ศ. 2555 อย่าง ธัญญ่า ธัญญาเรศ งานนี้เลยคว้าตัวทั้งคู่มาสัมภาษณ์ด้วยกัน

นพนภา 2 เวอร์ชั่นมาเจอกัน?
เบนซ์ – “เวอร์ชั่นในตำนาน(หันไปมองธัญญ่า) วันนี้มาเจอกัน”
ธัญญ่า – “รู้สึกว่าบทนพนภาในเวอร์ชั่นนี้เหมาะกับเขามากค่ะ ตอนแรกที่มีข่าวว่าแรงเงาจะรีเมก เราก็รอดูอยู่ว่าจะเป็นใคร พอเป็นเบนซ์แล้วก็แบบใช่เลย(ยิ้ม) เราเชื่อว่าความแรงของเขามีอยู่แล้วแหละ”
เบนซ์ – “จะบอกว่าตอนที่ตกลงรับละครเรื่องนี้ ซึ่งตอนนั้นยังเป็นความลับอยู่ แต่ว่ามีโอกาสได้เจอพี่ญ่าที่รายการ เราก็แอบกระซิบพี่ญ่าก่อนคนแรกเลย “พี่ญ่าๆ หนูได้เล่นเป็นนพนภาด้วยนะ” ดีใจมากได้เล่นเป็นพี่ญ่า”
ธัญญ่า – “เราก็เลยต้องกุมความลับไปด้วย”
จำได้ไหมว่าตอนนั้นเหตุผลที่รับเล่นเพราะอะไร?
ธัญญ่า – “จริงๆ ตอนนั้นเราอยู่อเมริกาแล้วก็ปฏิเสธไปแล้วทีนึง เพราะคิดว่าจะไม่ได้กลับมาเมืองไทย เนื่องจากมีปัญหาชีวิตคาราคาซัง จนเกือบปีละครก็ยังไม่เปิดกล้อง จำได้เหมือนเราได้คุยกับพี่เล็กน้อยว่าถ้าจะยังให้เล่นอยู่สามารถเล่นได้แล้วนะคะ เพราะมีแพลนจะกลับเมืองไทยแล้ว เหมือนละครรอเรายังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน(ยิ้ม)
แต่ว่าในตอนนั้นที่เราเล่นยังเล่าให้เบนซ์ฟังเลยว่าตอนพี่เติมกำกับถ่ายไปแล้ววันนึง พี่เติมมาบอกว่าไม่ได้ ที่ถ่ายมาในวันนั้นต้องทิ้งหมดเลย แล้วก็เรียกเราไปเวิร์กช็อปเพราะเราเล่นเด็กเกินไป ไม่ใช่นพนภาในเวอร์ชั่นที่เขาต้องการ
เวอร์ชั่นพี่เติมต้องการนพนภาที่มีความเป็นมนุษย์ป้าด้วย น่าสงสารด้วย ตลกด้วย แต่ที่เราเล่นมันมีมิติเดียวและเหมือนเป็นเด็ก ต้องไปเวิร์กช็อปอยู่เกือบอาทิตย์ เราก็เฮ้ย! เล่นหนังเล่นละครมาตั้งกี่ปีโดนให้ไปเวิร์กช็อปใหม่ เสียเซลฟ์มากแต่ก็เข้าใจเลย พอหลังจากที่เวิร์กช็อปกลับมาอีกวันนึงเรารู้แล้วว่าเพราะอะไร มิติที่เราเล่นวันแรกกับวันที่เราพร้อมมันไม่เหมือนกันเลย”

อินเนอร์เมียหลวงในตอนนั้นมันขนาดไหน?
ธัญญ่า -“มันอินมากค่ะตอนนั้น เราก็ไม่เคยถามพี่เติมว่าเลือกเราจากข่าวหรือเรื่องจากความสามารถ(หัวเราะ) โอเคว่ามันมีประสบการณ์ แต่แค่อายุมันยังน้อยอยู่ ความภูมิฐานมันยังไม่ได้ แต่เบนซ์นี่เหมาะมาก วัยก็ได้ด้วย”
ตีความ นพนภา ในเวอร์ชั่น 2569 ยังไงบ้าง?
เบนซ์ – “เท่าที่เจอพี่กู่ผู้กำกับเวอร์ชั่นนี้ เขาบอกว่าจะพยายามทำให้ไม่เหมือนเวอร์ชั่นเดิม เราก็สบายใจเลย แต่ก็ไม่ได้สบายใจขนาดนั้นเพราะว่ามันเป็นละครที่อยู่ในความทรงจำของทุกคน แล้วทุกคนก็จำพี่ธัญญ่าได้ จำเจนี่ได้ แล้วก็จำได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นตรงไหนยังไง
พอมาเป็นยุคนี้เราก็รู้สึกว่ามันก็น่ากลัวเหมือนกัน แต่อยากบอกพี่ญ่าว่าไม่ต้องเสียใจไปนะคะที่บอกว่าเล่นวันแรกก็ให้โดนจับไปเวิร์กช็อปเริ่มใหม่ เราก็โดนเหมือนกัน ถ่าย TEASER วันแรกพี่กู่บอกว่าเดี๋ยวพาไปเวิร์กช็อป(หัวเราะ) คือเราไม่ได้เล่นละครมา 10 ปี เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ได้ง่ายเนอะ”
หนักใจไหม?
เบนซ์ – “จริงๆ หนักใจ ก่อนที่จะเปิดตัวว่าใครเล่นเป็นใคร ตอนนั้นมีข่าวมาก่อนว่าจะมีแรงเงารีเมก แต่ว่าจะเอาใครมาเล่น ซึ่งก็มีเพื่อนในเน็ตวางตัวละครกันไว้ให้ หนึ่งในนั้นมีชื่อเราด้วย ตอนนั้นยังคิดอยู่เลยว่าคนยังนึกถึงเราอยู่เนอะ แอบคิดในใจถ้าได้เล่นก็ดีเหมือนกันเนอะ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะเรียกเราจริงๆ แล้วพอมาได้เล่นจริงๆ ก็รู้สึกว่าโชคดีจัง อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ละครมา 10 ปีพอดี เลยรู้สึกว่าถ้าเรากลับมาในบทที่ทุกคนรอมันน่าจะดี”

ทุกวันนี้ยังกังวลอะไรอยู่กับบทนพนภา?
เบนซ์ – “เยอะเลยล่ะ อย่างที่บอกเพราะไม่ได้เล่นนานๆ ความมั่นใจ ความโหดร้ายในตัวที่เคยมีมันถูกเอาไปซ่อนอยู่ พอเวลาเป็นแม่เราก็จะซอฟต์ๆ ใจดีๆ ความโหดร้ายในวัยเดิมมันไม่กลับมาแล้ว ตอนนี้ก็เลยต้องไปเวิร์กช็อปจริงจัง เพื่อให้มันกลับมามั่นใจเหมือนเดิม
เอาจริงๆ เบนซ์ว่ามันยากนะพอมันเป็นละครรีเมก คนจับตามองเยอะ วันนั้นที่ทีเซอร์ออกไปก็ยังลุ้นอยู่ว่าเรารอดหรือเปล่า พอคนพูดถึงเราว่าดีใจจังเลยที่เป็นพี่เบนซ์ เราก็รู้สึกค่อยยังชั่วหน่อย เพราะแค่เริ่มแล้วมีคนยอมรับมันก็ใจชื้นไปครึ่งนึง ที่เหลือก็คือต้องทำการบ้านเพื่อให้มันผ่านไปให้ได้ดีที่สุด”
แสดงว่าเราก็กังวลเรื่องการเปรียบเทียบเหมือนกัน?
เบนซ์ – “กังวลสิ เขาทำไว้ขนาดนั้น”
ธัญญ่า – “แต่ตอนที่เราเล่นก่อนหน้านั้นจะเป็นเวอร์ชั่น แอน ทองประสม กับพี่หน่อง(สาวิตรี) ซึ่งเขาทำไว้ดีมาก เราเองก็เครียดเหมือนกัน”
ฉากบันไดในตำนาน?
เบนซ์ – “จนตอนนี้ยังกลิ้งตกอยู่เลย บันไดโคตรสูงเลย(หัวเราะ) จะบอกว่าตอนที่ถ่ายเทกแรกเราสะดุดบันไดจริงๆ ยังเป็นแผลที่ขาอยู่เลย แต่ว่าโชคดีที่พี่ป๋อจับเอาไว้ทันเลยไม่ได้ร่วงลงไป ความที่เราเล่นตรงขอบบันได บวกกับไม่ได้เล่นละครนานอาจจะรับแรงตบได้ไม่ดีเท่าไหร่ รู้สึกเหมือนเราเซฟตัวเองไม่เป็น แล้วเรื่องแบบนี้มันเล่นจริงไม่ได้ ต้องเล่นแล้วเซฟตัวเองไม่ให้เจ็บด้วย เรื่องบันไดนี่ก็ยากอยู่นะ ถ้าเกิดเล่นจริงวันนั้นน่าจะตายนะ(หัวเราะ)”.