3 ผู้กำกับฯมากฝีมือ ‘หมู’ ชยนพ บุญประกอบ, บาส พูนพิริยะ และ ‘อัตต้า’ อัตตา เหมวดี ผนึกกำลังร่วมสร้างสรรค์ภาพยนตร์สุดอบอุ่นแห่งปี “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ของค่าย GDH ภายใต้การดูแลของ 2 โปรดิวเซอร์ ‘วัน’ วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ และ บาส พูนพิริยะ

สัมผัสการเดินทางของเจ้าตูบ ‘โกฮัง’ ทั้ง 3 ช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยหนุ่ม จนถึงวัยแก่ ที่แสดงโดย โคริ มีโชค และ หิมะ กับเรื่องราวของเจ้าหมาจรตัวขาวจมูกชมพูที่เดินทางตามหาความหมายของคำว่า “บ้าน” พร้อมเปิดเบื้องหลังการทำงานสุดเข้มข้นของเหล่านักแสดงและทีมงาน ที่ต้องร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความสนุก

โดย ‘หมู ชยนพ’ ผู้กำกับฯช่วง ‘โกฮังวัยเด็ก’ กล่าวว่า “การทำงานร่วมกับ ‘เจ้าโคริ’ (โกฮังวัยเด็ก) เป็นงานที่ท้าทายมากครับ ด้วยเขาเป็นหมาเด็ก ก็จะมีความซุกซนตามสไตล์ โคริเป็นหมาที่แอ๊กทีฟตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงที่ เครื่องติด จะไม่อยู่นิ่งเลย ทีมงานต้องหาวิธีช่วยเบิร์นพลังงานของเขาออกไปบ้าง หนึ่งในภาพความทรงจำที่น่ารักที่สุดในกองถ่าย คือการที่ทั้งผม นักแสดง และทีมงานทุกฝ่าย ต้องพักเบรกมาเล่นลิงชิงบอลกับเจ้าโคริ เพื่อให้เขาได้ระบายพลังงานออกมาให้มากที่สุด ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิตการกำกับของผมเลยครับ

โคริทำให้กองถ่ายเต็มไปด้วยความสดใส ซึ่งมวลความสุขนี้ น่าจะส่งไปถึงคนดู โดยเฉพาะซีนที่คุณคิตะ (นักแสดงชาวญี่ปุ่น) เข้าฉากกับเจ้าโกฮัง เป็นเคมีที่ลงตัวมากครับ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสีสันที่เชื่อว่าจะทำให้ทุกคนเผลอยิ้มออกมา คือเคมีระหว่างตัวละคร ‘คุณฮิโระซัง’ (คุณคิตะ) เจ้านายชาวญี่ปุ่น กับ ‘ไพฑูรย์’ (ตาต้าร์ ชาติชาย) คนขับรถคู่ใจที่พร้อมจะหยอดมุขแซวเจ้านายตลอดเวลา ผมหวังว่าหนังเรื่องนี้จะมอบความเบิกบานใจ และเป็นภาพยนตร์ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถดูร่วมกันได้อย่างมีความสุขครับ”

ด้าน ‘บาส พูนพิริยะ’ ผู้รับหน้าที่กำกับฯ ‘โกฮังวัยหนุ่ม’ เผยว่า “เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับน้องหมาอย่างจริงจัง ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาเกินความคาดหมาย ประทับใจมากครับ ตอนแรกผมคิดว่างานนี้ต้องโหดแน่ๆ แต่กลายเป็นว่า ‘มีโชค’ (โกฮังวัยหนุ่ม) ทำงานด้วยง่ายมาก เก่งกว่าที่ผมคิดไว้เยอะมาก ในกองถ่ายเราเจอเมจิกโมเมนต์บ่อยมาก หลายครั้งที่ผมต้องตะโกนบอกตากล้องว่า ถ่ายไว้ก่อนเลย แค่เห็นมีโชคมานั่งรอหน้ากล้องด้วยท่าทางซื่อๆ ก็น่ารักสำหรับผมแล้ว ความเป็นธรรมชาติแบบนี้ คือเสน่ห์ของเขา

นอกจากความเก่งของน้องมีโชคแล้ว ต้องขอยกเครดิตให้นักแสดงอย่างพิ้งกี้ (พิ้งกี้ ปู มามี ตา) ซึ่งก่อนจะเริ่มการถ่ายทำ พิ้งกี้บินจากพม่ามาใช้ชีวิตที่ประเทศไทยเป็นเดือน เพื่อเตรียมตัวและทำความคุ้นเคยกับมีโชคให้มากที่สุด

อีกหนึ่งพาร์ตที่ผมให้การบ้านพิ้งกี้เป็นพิเศษ คือเขาจะต้องเป็นเหมือนครูฝึกน้องหมาอีกคนหนึ่ง ที่ทำงานใกล้ชิดเจ้ามีโชค พอๆ กับคุณครูที่ฝึกสุนัข นอกเหนือจากสิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบในฐานะนักแสดง ยังต้องรับผิดชอบการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่างมีโชค ซึ่งตอนออกกอง พิ้งกี้สามารถคอนโทรลและเทกแคร์มีโชคที่หน้าเซ็ตได้เป็นอย่างดี ความไว้ใจซึ่งกันและกันระหว่างพิ้งกี้กับมีโชค มันบียอนด์กว่าการเป็นนักแสดงร่วม เป็นการไว้ใจในฐานะของมนุษย์คนหนึ่งกับหมาตัวหนึ่งที่มหัศจรรย์มากครับ”

ปิดท้ายด้วย ‘อัตต้า อัตตา’ ผู้กำกับฯ ‘โกฮังวัยแก่’ กล่าวว่า “ด้วยความที่ ‘ลุงหิมะ’ (โกฮังวัยแก่) ไม่ใช่หมาฝึก แต่เป็นหมาจร พอพาเขามาทำในสิ่งที่ไม่ถนัด ก็อยากให้เขาเป็นธรรมชาติมากที่สุด เราเลยใช้วิธีในการปรับบท และนักแสดงก็ปรับตัวเองให้เข้ากับหิมะ ต้องขอบคุณเจ้านาย จินเจษฎ์ และตู ต้นตะวันมากๆ ที่ทุ่มเทกับการเวิร์กช็อป ยอมมาคลุกคลีอยู่กับหิมะนานหลายเดือนจนเกิดเป็นความเชื่อใจ จำได้ว่าวันแรกที่ทั้งสามคนมาเจอกัน เป็นเคมีที่พิเศษมากๆ


ระหว่างที่ผมทําหนังเรื่องนี้ ทําให้ผมมองหมาจรด้วยความคิดมากขึ้นว่าหมาตัวหนึ่งจริงๆ มันมีชีวิตมาจากไหน และต่อไปชีวิตมันจะเป็นอย่างไร คือผมรู้สึกถึงชีวิตจิตใจของหมาที่ผมพบเจอมากขึ้น ซึ่งผมหวังว่าถ้าคนดูได้รับชมหนังเรื่องนี้แล้วจะเกิดความรู้สึกแบบเดียวกันครับ”
ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวใน “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” จะสนุกและซาบซึ้งขนาดไหน มาเจอกันวันนี้ ในโรงภาพยนตร์