มีงานต่อเนื่อง ทั้งงานเพลง งานแสดง สำหรับนักร้องนักแสดงหนุ่ม ‘เจ้านาย’ จินเจษฎ์ วรรธนะสิน ล่าสุดมีผลงานแสดงภาพยนตร์ “โกฮัง…หัวใจโกโฮม (Gohan)” จากค่าย GDH พร้อมงานเพลงซิงเกิล “อกหัก (Misery)” สังกัด Sony Music Thailand
และสดๆ ร้อนๆ กับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์ “เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊” บนเวทีสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 15
รู้สึกยังไงกับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ของสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 15?
เจ้านาย – “ดีใจครับ เหมือนสิ่งที่ทำมาให้ผลดีกับตัวเอง แล้วที่ฝึกมามันตรงเป้าหมาย เราเล่นเรียกว่านับครั้งได้ คนอาจจะถามว่าเลือกงานหรือเปล่า อยากบอกว่าแคสต์เยอะครับ เดอะสโตนฯ ค่อนข้างให้โอกาสผมสูงมากๆ ให้รสชาติชีวิตที่โตขึ้นมากๆ เข้าใจการทุ่มเทในการทำงาน กับรางวัลนี้ก็เป็นกำลังใจมากๆ แล้วเป็นการเตือนหลักๆ ด้วยว่า ให้เราอยู่กับเป้าหมายเดิม ตั้งใจทำงาน อย่าลืมตัว อย่าหลงทาง และพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด”

แล้วกับภาพยนตร์ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ที่กำลังฉาย รู้สึกยังไงที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่ง?
เจ้านาย – “ดีใจมากๆ ที่ได้รับโอกาสจากพี่ๆ มอบหมายให้รับผิดชอบตัวละครเปเล่ จริงๆ อยากเล่นตั้งแต่จีดีเอชประกาศจะทำภาพยนตร์ 3-4 เรื่อง หนึ่งในนั้นมีโปสเตอร์น้องหมาหันหลังอยู่ ผมคิดว่าใครได้เล่นภาพยนตร์หนึ่งในเซ็ตนี้คงอิ่มใจ ในที่สุดก็มีทีมงานโทร.มาให้ลองไปแคสต์ ทิ้งช่วงประมาณหนึ่งเดือนทีมงานติดต่อกลับมาว่าได้เล่น ดีใจมากๆ มหัศจรรย์มากๆ
ซึ่งคาแร็กเตอร์ตัวละครเปเล่ จะเป็นเด็กสบายๆ รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและไม่ต้องการอะไร ชอบอยู่ในคอมฟอร์ตโซน แต่เหมือนทั้งโลกของเขาจะเอนไปอยู่ที่ตัวละครที่ชื่อใจดี แสดงโดย ตู ต้นตะวัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกัน เขาเป็นคนเก่งมากๆ โชคดีที่ได้ร่วมงานกับคนเก่งแบบนี้ เป็นคู่เล่นที่ทำให้รู้สึกไม่เกร็งเวลาอยู่ในฉาก เป็นนักแสดงที่มีคุณภาพมากๆ ครับ”

แล้วการทำงานกับพาร์ตเนอร์ที่เป็นน้องหมาล่ะ?
เจ้านาย – “ผมได้เจอทั้งมีโชคและหิมะ ย้อนไปตอนเข้าไปในห้องแคสต์ก็บอกตัวเองไว้ว่า ซีนที่ต้องเล่นกับน้องหมา ผมพยายามจะทรีตเขาให้เป็นเหมือนเพื่อนคนนึง มากกว่าไปคุยให้เหมือนเป็นสัตว์เลี้ยง หรือมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เราคุยด้วยไม่รู้เรื่อง พยายามมีความเป็นโฮมมี่ให้ได้มากที่สุด พอได้ทำงานกันจริงๆ กับน้องหมารู้สึกเลยว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด น้องค่อนข้างมีเอ็นเนอร์จี้ที่ดี มีความเฟรนด์ลี่ในตัว บวกกับมีครูฝึกอยู่หน้ากองตลอดเวลา น้องเลยค่อนข้างเข้าใจว่าจะต้องทำอะไร ทุกอย่างเลยง่ายกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ”

แสดงว่าก็ต้องมีที่ยากด้วย?
เจ้านาย – “สิ่งที่ยากคือตัวเองที่ต้องฝึกสมาธิเยอะกว่าเดิม สมมติน้องรู้สึกไม่มีอารมณ์จะถ่ายแอ๊กชั่นนี้ เราไม่สามารถบังคับได้ ถ้าน้องอยากลุกออกไปเราก็ต้องให้เขาไปเดินสัก 15 นาที ทุกคนหน้าเซ็ต ก็ต้องอยู่ตรงนั้น แต่บางทีเขาอาจจะต้องการเวลาเดินแค่ 6 นาที เราก็ต้องพร้อมที่จะถ่ายต่อทันที ตรงนี้เลยมีความยากอยู่ เพราะเราก็ไม่ได้เป็นนักแสดงที่จะสวิตช์ตัวเองได้เร็วขนาดนั้น พอมาเรื่องนี้เริ่มรู้สึกค่อนข้างต้องฝึกตรงนั้น และโฮลด์อารมณ์ที่ถูกต้องไว้ตลอดเวลา”
ได้เจอทั้งมีโชคและหิมะ ซึ่งเป็นน้องหมาที่วัยต่างกัน เวลาเข้าหาต้องใช้เซนส์ที่ต่างกันด้วยไหม?
เจ้านาย – “ลุงหิมะค่อนข้างมีอายุ เขาคงเจอคนมาทุกแบบ เจอสัตว์มาทุกชนิด เลยค่อนข้างนิ่งและเฟรนด์ลี่กับสิ่งรอบข้างโดยไม่มีความสงสัยกับอะไรเลย แต่มีโชคคือดีดมาก น้องหมาหนุ่มสดใหม่ เดินสงสัยทุกคน บางวันมีเห่าบ้าง แต่ผมก็ค่อนข้างต้องทำความรู้จักกับมันไปเรื่อยๆ ในทุกวัน เดินไปทักทาย ก่อนจะถ่ายทุกวันก็จะไปไหว้หมาก่อนหนึ่งทีแล้วบอกว่า พี่ครับวันนี้เราถ่ายไปด้วยกันนะครับ (หัวเราะ)”

ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้อะไรกับเจ้านาย?
เจ้านาย – “หนังเรื่องนี้เพิ่มความใจเย็นในตัวผมมากๆ สมมติอยากจะได้ผลที่เราต้องการ แต่บางทีมันไม่มีทางอ้อมอะไรเลย มันต้องรอ การจะไปถึงสิ่งที่เราต้องการได้มีวิธีเดียวก็คือความอดทน เหมือนที่ต้องอดทนรอพาร์ตเนอร์อย่างน้องหมาในเรื่อง รวมไปถึงเวลากลับไปที่บ้านแล้วคุยกับสัตว์เลี้ยง บางทีก็ไม่ได้แค่ลูบมันผ่านๆ แล้ว แต่เราได้เห็นแววตามันส่งฟีลลิ่งบางอย่าง แค่มันพูดไม่ได้เท่านั้นเอง ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ผมอาจจะไม่ได้อะไรกับสัตว์เลี้ยงที่บ้านขนาดนั้น แต่พอมาเล่นหนังเรื่องนี้ พูดเลยว่าใส่ใจกับตรงนั้นมากขึ้น มีความอ่อนโยนที่อยู่ในหัวใจมากขึ้น”
ตอนนี้จริงจังกับงานแสดงมากขึ้นไหม?
เจ้านาย – “เรียกว่าชอบขึ้นแล้วกันครับ สนุกขึ้นเพราะรู้สึกว่าตัวเองมีอาวุธติดตัวมากขึ้น ถามว่าบาลานซ์งานเพลงกับงานแสดงยังไง จริงๆ เมนหลักของผมคืองานเพลง เพราะเปิดหัวมาจากตรงนั้น ส่วนการแสดง ก็รับตามโอกาสที่เข้ามา อย่างที่บอกว่าตอนนี้เริ่มหลงรักมันขึ้นเรื่อยๆ จากทุกๆ เรื่องที่ได้เล่น”

ในส่วนงานเพลง เห็นพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ จนถึงแต่งเพลงเองแล้ว?
เจ้านาย – “เริ่มมาในช่วงครึ่งหลัง จุดเริ่มต้นมาจากเพื่อนที่ชื่อ MEYOU เขาเขียนเพลงเอง แล้วมาบอกเราว่าให้ลองเขียนเพลงเองก็ได้ ผมซึมซับเขามาตลอด จนอยากให้เพื่อนคนนี้เห็นและตบไหล่ภูมิใจในตัวเรา เพราะเราก็เห็นการทำงานของเขาว่าเป็นคนเก่งในการตามหาชิ้นงานและกลิ่นที่ถูกต้อง ผมฝึกเขียนจนกล้า แล้วได้มาทำงานกับพี่กานต์ วง YENTED ที่ได้ทำเพลง ติดเธอซะก่อน จนยาวมาถึงทุกวันนี้ พี่เขาเหมือนเป็นครูที่เข้มกับผมมากๆ ว่าเราต้องเก่งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมเจอไฟอีกรอบหนึ่ง”
ชีวิตในวงการ 8 ปี ใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองนานไหมให้คนยอมรับในความเป็นเจ้านายจริงๆ ที่ไม่ใช่ เจ้านาย ลูกพ่อเจ-แม่ปิ่น?
เจ้านาย – “อย่างแรกก็ต้องยอมรับก่อนว่าผมเข้ามาในวงการบันเทิงนี้ได้ก็เพราะเป็นลูกพ่อเจแม่ปิ่น แต่สิ่งที่อยากให้เห็นชัด มันแค่ว่าผมชอบทำงานในวงการบันเทิงเพราะเรารักตรงนี้ เราชอบคนที่อยู่ในสังคมตรงนี้ เราชอบเรียนรู้ตรงนี้ ผมลองเรียนแล้วทุกๆ วิชา ทั้งเลข ทั้งวิทยาศาสตร์ แล้วก็ยังยืนยันว่าชอบตรงนี้ในวงการมากๆ (หัวเราะ)

เอาจริงๆ ผมเพิ่งมารู้สึกเมื่อปีที่แล้วนี่เองว่า ตัวเองถูกยอมรับในความเป็นเจ้านายจริงๆ ด้วยเพลง ติดเธอซะก่อน คือเดินอยู่ในงานแล้วก็เป็นพี่ๆ ที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ชมเรา แต่เขาเข้ามาตบไหล่บอกว่า อันนี้ใช้ได้ ผมก็แบบดีใจมาก แค่นี้แหละที่ต้องการ ปลดล็อกเลย ทำให้ผมเข้าใจในเนื้องานมากขึ้นว่าบางทีการเขียนเพลงเองมันก็พัฒนาตัวเองได้”
อัพเดตหัวใจหน่อย?
เจ้านาย – “ตอนนี้ไม่เหงาแล้ว กลับมาสนุกกับองศาชีวิตมากขึ้น สนุกกับทุกผลงานที่ออกไป สนุกกับความสำเร็จที่อยู่ข้างหน้า มีหลายอย่างให้ทำจนรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตคนเดียวแล้ว สรุปคือยังโสดอยู่ (หัวเราะ)”

เพลง “อกหัก” ที่ปล่อยมาล่าสุด เข้ากับสถานการณ์ชีวิตพอดีหรือตั้งใจ?
เจ้านาย – “เพลงนี้ปล่อยตามซีเควนต์ที่ตั้งไว้ จาก ติดเธอซะก่อน ทุกนาที ต่อด้วย อกหัก แต่มันดันมาตรงกับสถานการณ์ในชีวิตจริงพอดี แต่ผมคิดว่ามันก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของการทำงานศิลปะ เราโตขึ้นแล้วสามารถพูดเรื่องเหล่านี้ได้”

ทุกวันนี้ยังสเป๊กเรื่องผู้หญิงอยู่ไหม?
เจ้านาย – “แรกๆ ชอบสาวหมวย ชอบสาวไทย แต่หลังๆ มีช่วงแวะไปลูกครึ่ง (ยิ้ม) แล้วช่วงนี้กลับมาชอบเก๋ๆ เปรี้ยวๆ มองไปแล้วมีเสน่ห์ เพราะเมื่อก่อนคิดว่าตัวเองไม่ชอบผู้หญิงผมสั้น หลังๆ เริ่มเห็นเสน่ห์ ทำไมเปลี่ยนไปเรื่อย คงต้องเรียกว่าไม่มีสเป๊กแล้วล่ะครับ ที่สำคัญผมไม่ได้ปิดกั้นเรื่องความรัก มาก็มา แต่มันควรจะสอดคล้องกับเรื่องงานผมด้วย เพราะงานตอนนี้เข้มข้นมาก เราไม่ค่อยได้พักเท่าไหร่กับงาน พอมีพักก็แอบอยากอยู่เงียบๆ ฉะนั้นถ้ามีสุภาพสตรีคนไหนจะเข้ามาเป็นคู่ชีวิต เราก็อยากอธิบายให้เข้าใจในงานด้วยว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงไฟแรง มากๆ”

ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ห่วงอะไรในตัวเจ้านายที่สุด?
เจ้านาย – “เขาอยากให้นอนเยอะๆ กินเยอะๆ เรื่องอื่นไม่มีเลยครับ ซึ่งที่บ้านผมไม่ได้เป็นแนวชม เขารู้ว่าแรงตรงนี้มันทำให้เราพัฒนาอยู่เรื่อยๆ แล้วเขารู้ว่างานตรงนี้มันรับคำชมจากข้างนอกที่บางทีอาจจะมากไปด้วยซ้ำ เลยค่อนข้างเป็นบ้านที่อยากให้ทำการบ้านเรื่อยๆ แต่ผมก็หวังว่าเขาจะภูมิใจในตัวผมแหละ คือเขาคงแฮปปี้แค่ลูกมีเป้าหมายในชีวิต มีอะไรให้ตื่นไปทำทุกวัน มีรายได้เข้ามาเลี้ยงตัวเอง ผมว่า เขาน่าจะรู้สึกผ่อนคลายในจุดหนึ่งได้เยอะมาก”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล