ติณติณ เคลียร์ชัด ไม่เคยยุ่งยาเสพติด-พรากผู้เยาว์ หลังถูก ฟารีดา แฉตั้งครรภ์ด้วย วันนั้นขาดสติ รับมีสัมพันธ์แค่ครั้งเดียว ยังงงกับไทม์ไลน์การท้องของฝ่ายหญิง แจงปมให้ทำแท้ง ถ้าผลตรวจเป็นลูกพร้อมยอมรับ ถ้าไม่ใช่เตรียมดำเนินคดีกลับ

วันที่ 11 มิ.ย.69 นายจรัสรวี เทียมรัตน์ หรือ ติณติณ นักร้องหนุ่มบอยแบนด์สุดฮอตวง New Country วัย 25 ปี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังเผชิญกระแสสังคมจากที่ฟารีดา เอลิซ่าเบธ ที อินฟลูเอนเซอร์และนักแสดงสาวลูกครึ่ง วัย 23 ปี ออกมาเปิดใจในรายการโหนกระแสว่า ตั้งครรภ์กับ “ติณติณ New Country” และท้าตรวจดีเอ็นเอ ทั้งยังกล่าวอ้างว่าฝ่ายชายมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวยาเสพติด พรากผู้เยาว์ และมีความสัมพันธ์โลกหลายใบ ไม่ใส่ถุงยางอนามัยขณะทำกิจกรรมกันนั้น

ติณติณ เปิดเผยว่า เหตุผลที่ตัดสินใจออกมาพูดในวันนี้ เพราะอยากมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือน หลักๆ มีทั้งเรื่องยาเสพติดและพรากผู้เยาว์ ที่มีผลกระทบกับงานและกับคนรอบตัวเยอะมาก ซึ่งถ้าตนเลือกจะเงียบ การที่เงียบมันง่ายอยู่แล้ว แต่ตนเลือกที่จะออกมาสู้ ไม่ใช่แค่ตัวตนคนเดียว แต่เพื่อนทุกคนที่ได้รับผลกระทบ

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติดเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง และการมีภาพลักษณ์เป็นคนสักและร้านสักด้วยนั้น ยิ่งถูกทำให้มองว่าเป็นคนไม่ดี ทั้งๆ ที่เรื่องรอยสักเป็นเรื่องของศิลปะอย่างหนึ่ง ทั้งยังมีเรื่องพรากผู้เยาว์ ซึ่งตนยืนยันว่า เรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง สิ่งที่พูดในวันนี้อยากให้สังคมตัดสินมากกว่า ตนมารายการวันนี้ก็ได้มาพูดความตั้งใจและหน้าที่ความรับผิดชอบที่ตนอยากจะทำ

ทั้งนี้ ตนและพนักงานทุกคนในร้านสักได้เดินทางไปตรวจสารเสพติดเรียบร้อยแล้ว รวมถึงตนยังได้ยื่นผลตรวจร่างกายย้อนหลัง 3 เดือนในรายการ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงผลตรวจโรคติดต่ออื่นๆ ก็เป็นลบทั้งหมด

สำหรับความสัมพันธ์กับฝ่ายหญิง ยืนยันสถานะว่าไม่เคยเป็นแฟนกัน คุยกันในฐานะเพื่อนร่วมวงการที่ปรึกษาเรื่องงาน และร้องเพลงเหมือนกัน คนรักกันไม่น่าทำกันแบบนี้ ส่วนที่ฝ่ายหญิงอ้างว่ามีการเรียกว่า “แฟนจ๋า” ตนได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้กับรายการโหนกระแสแล้ว

นอกจากนี้ ติณติณ ยันว่า มีสัมพันธ์กันเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่ 3 ครั้งตามที่ฝ่ายหญิงระบุ ซึ่งในคืนเกิดเหตุยอมรับว่าขาดสติจากการดื่มแอลกอฮอล์ จนหลับ ตื่นมาตอนเช้าจึงรู้ว่าเกิดเรื่อง อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าปกติเป็นคนป้องกันตลอด แต่อาจจะเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ และนี่ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิตเรื่องการขาดสติ ส่วนหลักฐานในบ้านไม่มีกล้องวงจรปิดเนื่องจากเพิ่งติดหลังเกิดเรื่อง

​ติณติณ ยังกล่าวว่า รู้สึกงงกับไทม์ไลน์ฝ่ายหญิงเรื่องท้อง โดยในตอนแรกที่ทราบเรื่องตนไม่เชื่อว่าฝ่ายหญิงตั้งครรภ์กับตน เนื่องจากไทม์ไลน์ไม่ตรงกัน ฝ่ายหญิงบอกเพื่อนตั้งแต่เดือนแรกว่าท้องในเดือนมีนาคม แต่เพิ่งมาบอกตนในเดือนพฤษภาคม รวมถึงพฤติกรรมหลายอย่างที่ทำให้ตนตั้งข้อสงสัย เช่น ฝ่ายหญิงอ้างว่ารู้เพศลูกตั้งแต่อายุครรภ์ได้เพียง 2 เดือน ซึ่งตามหลักความเป็นจริงไม่น่าเป็นไปได้

ส่วนเรื่องที่ฝ่ายหญิงพูดถึงอายุครรภ์ใกล้ 5 เดือนแล้ว ค่อยมาบอก ทำให้สังคมมองว่าตนถูกแบล็กเมลหรือไม่นั้น ตนคิดว่าฝ่ายหญิงอาจรับรู้คลาดเคลื่อน

ยืนยันว่าหากตรวจแล้วผลดีเอ็นเอตรงกันจริง ตนและครอบครัวก็พร้อมดูแล ซึ่งตนและค่ายเพลงต้นสังกัดพร้อมเดินหน้าตรวจดีเอ็นเอทันที เนื่องจากตอนนี้อายุครรภ์ประมาณ 17 สัปดาห์สามารถตรวจได้แล้ว

​”ความตั้งใจแรกคือเดินหน้าตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจน ถ้าผลออกมาว่าเป็นลูกของผมจริง ผมพร้อมรับผิดชอบ เป็นพ่อของเด็กที่ถูกต้องตามกฎหมาย และครอบครัวก็พร้อมซัพพอร์ตเต็มที่ แต่หากผลออกมาว่าไม่ใช่ลูก เรื่องการดำเนินคดีกลับฐานทำให้เสียชื่อเสียงและเรื่องงาน จะให้ทางค่ายและทีมกฎหมายเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจอีกครั้ง” ติณติณ กล่าว

​เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่พูดคุยให้ฝ่ายหญิงไปเอาเด็กออก ติณติณ ระบุว่า วันนั้นเป็นการพูดคุยปรึกษาเพื่อหาทางออกร่วมกันในสภาวะที่ “ท้องไม่พร้อม” เนื่องจากตอนนั้นต่างฝ่ายต่างไม่ได้เป็นแฟนกัน และตนก็ยอมรับว่ายังไม่พร้อม รวมถึงยังมีความคลุมเครือเรื่องแชทและการโกหกของฝ่ายหญิงทำให้ตนไม่ปักใจเชื่อ

ส่วนตัวมองว่าการยุติการตั้งครรภ์ในขณะที่ไม่พร้อมเป็นทางเลือกหนึ่ง เพราะการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งในสังคมต้องใช้ทั้งเงินและเวลา แต่อย่างไรก็ตาม ตนเพียงแค่เสนอความคิดเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกัน ไม่ได้เป็นการบังคับ และตนเคารพการตัดสินใจของฝ่ายหญิงเสมอ

ส่วนตัวได้บทเรียนจากเรื่องที่เกิดขึ้น เรียกว่า เข็ดเลย ซึ่งตนไม่ได้ไปเที่ยวมานานแล้ว เนื่องจากสนใจเรื่องการออกกำลังกายและมีเป้าหมายในชีวิตที่ต้องโฟกัสมากขึ้น รับว่าข่าวนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง เนื่องจากตนมีความฝันอยากเป็นศิลปินมาตั้งแต่เด็กและพยายามมาตลอด 18 ปี เหตุการณ์นี้ทำให้ตนเครียดจนร้องไห้หนักมาก ถือเป็นครั้งที่สองในชีวิตที่ร้องไห้ โดยมีผู้ใหญ่ที่เคารพและคนรอบตัวคอยให้คำปรึกษาและรวบรวมหลักฐานอยู่ตลอด

​”ผมต้องขอโทษแฟนคลับทุกคนจริงๆ ที่ทำให้ผิดหวัง และอยากขอบคุณทุกคนที่ยังซัพพอร์ตส่งกำลังใจมาให้ ผมอ่านทุกข้อความ ที่ออกมาพูดวันนี้เพราะอยากชี้แจงให้ทุกคนที่รักและคาดหวังในตัวผมได้รับรู้ข้อเท็จจริง” ติณติณ กล่าว

​สำหรับเรื่องอนาคตในวงการบันเทิงและการทำงาน หลังจากนี้ต้องรอผลพิสูจน์ดีเอ็นเอ และให้ทางค่ายพิจารณา เดิมทีตนและเพื่อนในวงอีก 2 คน ตั้งใจที่จะไม่ต่อสัญญาอยู่แล้ว ซึ่งได้คุยกันไว้ก่อนที่จะเกิดเรื่องราวนี้ขึ้น เนื่องจากอายุสัญญากับทางค่ายเหลืออีกไม่มาก ส่วนรายละเอียดเชิงลึกยังไม่ขอตอบเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของทางค่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน