“จอย T-Skirt” ชวนผู้หญิงตรวจคัดกรองก่อนสาย เปิดใจอีกครั้ง! หลังพบก้อนเนื้อที่เต้านม และจุดเล็กๆ ที่ปอด พร้อมเล่านาทีฮึดสู้! แนะวิธีเสริมสร้างกำลังใจให้ตนเอง

ทำเอาหลายคนส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม สำหรับ จอย-ธัญพร สนธิขันธ์ หรือ “จอย T-Skirt” อดีตเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังยุค 90 ที่ออกมาเปิดใจถึงเส้นทางต่อสู้กับมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 4 และล่าสุดได้ตรวจพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านม และอยู่ระหว่างการตรวจรักษาด้วยกำลังใจที่เปี่ยมล้นจากครอบครัว
จากเสียงของคนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะป่วยเพราะแทบไม่เคยเข้าโรงพยาบาล แต่เมื่อเผชิญโรคมะเร็งกับตัวจึงทำให้ความคิดเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้ต้องเผชิญอีกหนึ่งบททดสอบของชีวิต แต่ จอย T-Skirt ยังคงเลือกใช้ “พลังใจ” เป็นแรงสำคัญในการดูแลตัวเอง
พร้อมส่งต่อประสบการณ์จริงบนเวที “Voice for Her Power พลังแห่งความหวัง เพื่อก้าวผ่านมะเร็งเต้านม” ที่จัดโดย พันธมิตร Voice for Her Power พลังแห่งความหวัง เพื่อก้าวผ่านมะเร็งเต้านม นำโดย ชมรมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทย บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ และ บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อชวนทุกคนไม่ละเลยสัญญาณผิดปกติของร่างกาย พร้อมส่งต่อเสียงแห่งความหวัง และกระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม การเข้าถึงข้อมูล และการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

“จอยเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่เป็นเหมือนจอย คือไม่ไปโรงพยาบาลถ้าไม่ป่วยจริง ๆ แต่พอรู้ตัวอีกที โรคก็ลุกลามไปมากแล้ว แต่สิ่งที่จอยอยากบอกคืออย่ากลัวว่าถ้าเป็นแล้วทุกอย่างจะต้องจบลง เพราะมะเร็งถ้าเจอเร็ว โอกาสหายขาดได้สูง สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือระหว่างทางเราจะเสียเวลาไปมากแค่ไหนถ้าเราไม่ตรวจแล้วปล่อยให้เวลาผ่านไป”
“ถึงเคยผ่านมะเร็งระยะที่ 4 แต่ยังบอกตัวเองว่า “ถอยไม่ได้” โดยประสบการณ์จากการเป็นมะเร็งทำให้จอยเข้าใจว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและรีบเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาให้เร็วที่สุด “วันที่ฟังผลจอยทำใจไว้แล้ว พอหมอยืนยัน เราก็ต้องดึงสติอีกครึ่งหนึ่งกลับมา แล้วถามหมอเลยว่ารักษาแบบไหนได้บ้าง เพื่อมีข้อมูลในการวางแผนรักษาต่อ”

“และตอนนี้ก็ยังไม่อยากเป็นผู้ป่วยมะเร็วเต้านม สิ้นเดือนนี้ก็มาลุ้นผลตรวจกัน จากมะเร็งระยะ4 ติดตามกันทุกเดือน จากที่ต้องติดตามในช่องท้องอย่างเดียว ตอนนี้มีจุดที่ปอดเล็กๆ หมอบอกว่าอย่ากังวล แต่เมื่อเราเป็นมะเร็งแล้วก็ต้องระวังมากขึ้น ตอนนี้หมอติดตามทุกเดือนอยู่แล้ว ตอนนี้เจอจุดเล็กๆ ก็ไม่ต้องกังวลมาก ไม่ตระหนก ไม่ตระหนัก แค่อย่าเป็นเลยให้มันหยุดตรงนี้”
“ถามว่าให้คะแนนกี่เปอร์เซ็นต์กับตัวเราตอนนี้ จอยให้ 8 เต็ม 10 ณ ตอนนี้ เพระว่ารู้สึกว่าตัวเองแข็งแรง หลังจากรักษามาแล้ว และเราดูแลตัวเองทั้งสุขภาพจิตสุขภาพใจ กลับมาทำงานปกติ เป็นคนปกติใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม แต่ก็จะไม่ละเลยในการใช้ชีวิต เช่นไม่นอนดึกมาก แต่ถ้ามีคอนเสิร์ตก็อนุโลม ถามหมอว่าจะ 50 แล้ว เราทำหน้าได้ไหม หมอบอกทำได้เลย ดูจากการรักษาแล้วเราแข็งแรง เมื่อกี้รวมตัวกับทีมผู้ป่วย ก็บอกกันว่าทำไมทีมผู้ป่วยสวยจังเลยในยุคนี้ ทุกคนพูดพอเราสวยเราก็มีความสุข อันนี้เรื่องสุขภาพกาย

“ส่วนสุขภาพใจ 100 ไป 200 เปอร์เซ็นต์เลย ตอนนี้เรามีทีม “KITA 40UP” นำโดย ใหญ่-เล็ก (ฝันดี-ฝันเด่น) มีจอย (T-Skirt) มียุ้ย (ปัทมวรรณ) และ พี่อ๊อฟ (Dr.Kid) เราร้องเพลงรับงานด้วยกัน เราหัวเราะกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เราหายแล้วเรามีความสุข เราเป็นมาพอเราหายเหมือนเราได้ชีวิตใหม่นะ ชีวิตเราดีขึ้น เพราะเราดูแลเขาอย่างดี เรารู้ว่าชีวิตเรามีค่ามากแค่ไหน กลับมาใส่ใจ เราจะไม่ได้พูดถึงครึ่งชีวิตที่เหลือ แต่เราจะพูดถึงชีวิตตอนนี้ว่าเราทำทุกอย่างให้มีความสุข อย่างวันนี้ก็ดีใจมาก”
จอยเล่าต่อว่า “ตอนนั้นจอยรู้สึกเลยว่าเพลงที่ได้ฟัง เสียงหัวเราะ การตั้งสตินั่งสมาธิ และกำลังใจจากคนรอบข้าง มันช่วยพยุงใจเราได้จริงๆ หมอเองก็บอกว่าการทำให้ใจแข็งแรง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ ทุกวันนี้ก็ยังต้องดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องอาหาร ความเครียด และการใช้ชีวิต ล่าสุดที่ตรวจแมมโมแกรมกับอัลตร้าซาวด์ แล้วเจอก้อนเนื้อที่เต้านม แม้ยังต้องรอผลวินิจฉัย แต่เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่เคยผ่านมา การพบก้อนตั้งแต่ยังมีขนาดเล็กมากๆ ทำให้มองเรื่องนี้ด้วยสติ คิดว่าอย่างน้อยก็เจอเร็ว หมอก็ไม่ได้กังวลมาก ถ้าเจอในระยะต้นๆ มันมีโอกาสรักษาได้ เราเลยไม่อยากให้ทุกคนกลัวการตรวจ เพราะการรู้เร็วทำให้เรายังมีทางเลือก”

“จอยมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะยิ่งรู้เร็วและรักษาเร็ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาหายและกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ “จอยเชื่อว่าการตรวจคัดกรองสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้เราเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยลดโอกาสที่โรคจะลุกลาม และทำให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย”
จอย ยังฝากถึงผู้หญิงทุกคนว่า อย่ารอให้ป่วยหนักแล้วค่อยตรวจ “แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าการที่รู้ว่าเราเป็นมะเร็งคือการไม่รู้ ปัจจุบันการรักษาก้าวหน้าไปมาก ถ้ารู้เร็วและดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจสำหรับการรักษา เราก็จะสามารถใช้ชีวิต ทำงาน ร้องเพลงต่อไปได้ เราอาจควบคุมทุกอย่างไม่ได้ แต่เราควบคุมการดูแลตัวเองได้ ดังนั้น ถ้าประสบการณ์ของจอยจะช่วยให้ใครสักคนกล้าไปตรวจเร็วขึ้น และเข้าสู่การรักษาเร็วขึ้น หรือมีกำลังใจมากขึ้น จอยพร้อมเสมอที่จะส่งเสียงต่อค่ะ”