ยุ้ย จีรนันท์ ประกาศปิดอู่ถาวร! เคลียร์ชัดกับ ธันน์ สามี เล่าเคยโดนแซะ ตกอับไลฟ์ขายของลดเกรดนางเอก แต่โกยรายได้ 3 ชม. ทะลุ 10 ล้าน!

มาก่อนกาลที่แท้ทรู! “ยุ้ย จีรนันท์” เปิดใจย้อนเล่ามรสุมคำดูถูกยุคบุกเบิกไลฟ์สดเมื่อ 10 ที่แล้ว โดนคอมเมนต์แซะแรง “ตกอับ-แย่งอาชีพแม่ค้า-ลดเกรดนางเอก” เจ้าตัวลั่นไม่เคยสนหัวโขน ย้ำแม่ค้าคืออาชีพสุจริตที่รัก เผยสถิติตัวแม่ ไลฟ์ 3 ชั่วโมงโกยเงินเกือบ 10 ล้านบาท! พร้อมอัปเดตความน่ารักของลูกสาว “น้องพราวตะวัน” ตอบชัดเคลียร์สามีแล้วพร้อมปิดอู่เลยมั้ย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เบนซ์ พรชิตา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ยุ้ย จีรนันท์ เล่าเคยโดนด่า ไลฟ์ขายของลดเกรดนางเอก

 

อัพเดตตอนนี้ลูกสาว น้องพราวตะวัน กี่ขวบแล้ว?

“ตอนนี้ 2 ขวบ 2 เดือน เราเลี้ยงลูกแบบ 100% พัฒนาการต่าง ๆ กำลังน่ารักมากแล้วก็กำลังแสบ กำลังวัยทอง 2 ขวบ เลือกเองทุกอย่าง เสื้อผ้าวันนี้จะใส่อะไร เลือกทุกอย่างจะให้ใครอาบน้ำ จะให้ใครเปลี่ยนผ้าอ้อม เลือกเองหมด แต่ก็กำลังน่ารักมากๆ”

2 ขวบ 2 พูดเป็นแล้ว?

“พูดแล้วค่ะ พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็ขยันพูดมาก ยุ้ยเป็นคนพูดเก่งมาก แม่บอกว่าตอนเด็ก ๆ เนี่ยต้องบอกกับลูกว่าหยุดพูดได้ละ แม่จะนอน คือก็เนี่ยอาการพูดเก่งของน้องคือยุ้ยเลย”

หน้าตาเหมือนพ่อแม่ผสมกัน เป็นการถกกันอยู่นะว่าหน้าเหมือนใคร?

“นี่พ่อแม่ก็ถกกันทุกวันค่ะ คือเขาจะบอกว่าตาเขาเหมือนพ่อเขา ก็จะมีแววตาแบบหวาน ๆ เหมือนพ่อเขา ปากบนเนี่ยเหมือนธันน์นะ เพราะปากบนธันน์แหลม แต่ปากล่างอ่ะห้อยเหมือนยุ้ย แบ่งกัน จมูกเหมือนยุ้ย เออแต่เขาบ่นทุกวันเลยนะ ทำไมไม่เอาจมูกพ่อไป จมูกพ่อสวย แต่เขามองยุ้ย เออจมูกคุณเป็นดวงดีเนอะ เอาจมูกคุณนั่นแหละอะไรอย่างเงี้ย ก็จะแบ่งกัน

แต่ที่บ้านยุ้ยเขาบอกว่าโดยรวมแล้วพราวตะวันเหมือนยุ้ย สวยเหมือนแม่ว่างั้นเถอะ พูดแล้วก็ภูมิใจว่าลูกเหมือนเรา เหมือนเหมือนพ่อเขาด้วยแหละ หลายคนจะบอกว่าเหมือนพ่อแต่ผสมกันจริงแหละ ดูแล้วก็เหมือนกันทั้งคู่เลย”

แต่ส่วนนิสัย เขาการันตีมาเลยนะว่าเหมือนพี่ยุ้ยเต็ม ๆ เลย?

“จริง ๆ แล้ว เรื่องการคุยเก่งอ่ะเหมือนยุ้ย เรื่องการขี้แกล้ง ยุ้ยก็แสบไม่ใช่ยุ้ยไม่แสบ หลายคนจะมองว่ายุ้ยเรียบร้อย คือยุ้ยไม่ได้เรียบร้อย ยุ้ยขี้แกล้งมากๆ แต่ว่าเรื่องนิสัยบางอย่างก็เหมือนพ่อเขาด้วย คืออย่างที่บอกว่าเขาผสมระหว่างพ่อกับยุ้ยได้อย่างแบบคนละครึ่งอ่ะ”

ขี้แกล้งยังไงบ้าง เล่าให้ฟังหน่อย ?

“ยุ้ยอ่ะหรอ ยุ้ยหลายอย่าง แกล้งเพื่อน แกล้งคนในกองถ่าย แกล้งเพื่อนสนิท แกล้งธันน์ คือเป็นคนขี้แกล้ง เป็นคนแบบสนุกสนานมากกว่า ตะวันเองเขาก็จะขี้แกล้ง อย่างสมมุติว่า “สวัสดีน้าเบนซ์หน่อยลูก” เขาจะหันไปสวัสดีแบบที่ไม่มีเบนซ์อยู่อ่ะ แต่คือสวัสดีนะ ทำทุกอย่าง แกล้งๆ แล้วบอกว่า “บ๊ายบายก็ได้ค่ะ” เขาก็จะบ๊ายบายในส่วนที่ไม่มีคนอยู่อ่ะ เออ แล้วเขาจะหันมามองเราว่า คือเขาทำได้นะ ว่าทำตรงข้ามกับที่แม่บอก ก็บอกตัวเองตลอดค่ะ ท่องเอาไว้ว่าลูกเหมือนเรา อย่าโกรธลูก อย่าว่าลูก ลูกเหมือนเรา”

ในภาพของความเป็นแม่ คุณแม่นี่คือให้นม 100% เลย?

“100% เลยค่ะ ให้ตั้งแต่เกิดวันแรก ให้นม 100% ตอนนี้ 2 ขวบ 2 เดือน ยังกินนมยุ้ยอยู่เลย ยุ้ยไม่อยากเลิก เบนซ์เข้าใจความรู้สึกใช่ไหม มันมีความสุขมาก มันมีความสุขมากเวลาที่เขาดูดนม แล้วเราให้นมเขาอยู่เนี่ย เราได้ดมผมเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของตัวเขา แล้วมีความรู้สึกว่า วันนึงที่ลูกเลิกกินนมเรามันคงจะเศร้านะ หลายๆ คนก็บอกว่าลูกโตแล้วให้เลิกได้แล้ว เพราะเราไปทำงานลำบาก

แต่ยุ้ยมีความรู้สึกว่าหัวอกเรา เรายังไม่อยากให้เลิก ให้ไปจนกว่าเขาจะไม่อยากกินนมเราแล้ว ชอบเวลาที่เขากำลังกินนมแม่ แล้วเวลาที่สายตาเขามอง ตากลมๆ มองหน้าเราอยู่ บางทีมองแล้วน้ำตาจะไหลนะ มองแล้วแบบรักเขาจังเลย แล้วก็มีความรู้สึกว่าไม่อยากให้เวลานี้มันผ่านพ้นไป สำหรับหัวอกของเรานะ ก็จะให้ไปตลอด”

แบบนี้คือยังไม่มีกำหนดว่าจะให้ถึงเมื่อไหร่ ก็คือจนกว่าเขาจะไม่อยากกินเอง?

“ใช่ค่ะ บางทีกลับมาจากโรงเรียนอาจจะมาขอจุ๊บนมหน่อยก็ได้ ความสุขของเขา พี่ๆ พยาบาลเขาพูดเลยนะว่า ให้ไปแบบบุฟเฟต์เลยถ้าเราทำได้ เพราะว่าการดูดนมเรามันคือความสุขของลูกเลย เขาจะปลอดภัยและเขาก็จะอยากหลับในอ้อมกอดเรา ซึ่งยุ้ยมีความรู้สึกว่าเดี๋ยววันนึงเขาก็จะไม่ยากอยู่ตรงนี้แล้ว เขาก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ ยุ้ยจะเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้ให้ยาวนานที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ค่ะ มันเป็นฟีลที่เขาดูดแล้วเขามีความสุข โอเคค่ะ”

เป็นบ้านที่ไม่มีพี่เลี้ยงเด็กใช่ไหม เลี้ยงเอง 100% ช่วงพีกของการเลี้ยงคืออยู่ช่วงไหน?

“3 เดือนแรกค่ะ คือยุ้ยต้องปลุกเขาให้นมทุกๆ 2 ชั่วโมง แล้วยุ้ยต้องให้นมเองด้วย แล้วก็ต้องปั๊มนมเองด้วย ด้วยความเราอาจจะมีอาการของเบบี้บลูเนาะ อารมณ์ที่มันเปลี่ยนจากหลังคลอด ยุ้ยเชื่อว่าแม่ๆ หลายๆ คนอาจจะเป็น มันเป็นช่วงที่เหนื่อย บางทีนั่งปั๊มนมอยู่แล้วน้ำตาไหลแต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นความเหนื่อยที่มีความสุข

แต่ก็เหนื่อยจริงๆ เพราะเราเองก็ไม่เคยเป็นแม่คนมาก่อน เป็นแม่ครั้งแรก เลี้ยงลูกครั้งแรก แล้วลูกบางทีกินนมเยอะ ลูกก็สำรอก สำรอกออกมา อาเจียนออกมา เราก็ร้องไห้ กลัวไปหมด กลัวว่าลูกจะเป็นอะไร กลัวว่าลูกจะเจ็บไหม หรือลูกจะเป็นอะไรไหม ตอนนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างเหนื่อย แล้วก็เครียด แล้วก็หนักสำหรับยุ้ยนะ แต่หลังจากนั้นมาก็โอเคแล้วค่ะ”

ผ่าน 3 เดือนแรกไป ทุกอย่างเริ่มลงตัวขึ้น แล้วช่วงที่เป็นมาม่าบลู พี่ธันน์เขาให้กำลังใจเรายังไงบ้าง?

“ยุ้ยโชคดีตรงที่พี่ธันน์อยู่ข้างๆ แล้วก็ครอบครัวยุ้ยน่ารักกันหมดเลย ทุกคนช่วยเรียกว่าเป็นกำลังใจ ไม่มีใครมาขัดขวางการเลี้ยงทำให้เราไม่สบายใจ แล้วพี่ธันน์ก็ทำหน้าที่แทนยุ้ยได้เกือบ 100% ยกเว้นให้นม มันก็เลยกลายเป็นว่าโอเค อันนี้คือความสุขที่เราได้รับ

แล้วพออาการของเราเป็นเนี่ย เรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นอาการที่เกิดขึ้นสำหรับภาวะคนหลังคลอด เราก็จะรู้ว่าโอเคเราเป็นแบบนี้ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวมันจะหายไป ส่วนหนึ่งพอมองหน้าลูกปุ๊บเราไม่มีเวลามาเครียดหรือเศร้าหรือจิตตกนานๆ ไม่มีเวลาเลยค่ะ โฟกัสไปอยู่ที่ลูกหมดเลยเราก็คิดว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป แล้วก็ผ่านไปจริงๆ ค่ะ”

ยุ้ย จีรนันท์ เล่าเคยโดนด่า ไลฟ์ขายของลดเกรดนางเอก

แล้วซึมเศร้าหลังคลอด เป็นอยู่นานไหม หรือว่าเป็นแค่ช่วง 3 เดือนแรกที่มันเหนื่อยหนักๆ?

“จริงๆ แล้วไม่ถึงกับซึมเศร้า แต่อาจจะเป็นอาการเนาะ มันไม่รู้ว่ามันหายไปเมื่อไหร่ แต่อย่างที่บอกว่าโฟกัสเรามันไปอยู่กับลูกอะค่ะ มันจะมาแว้บๆ เวลาจับนอนอยู่คนเดียวหรือเวลาตื่นมานั่งให้นม เวลาร่างกายมันล้าจริงๆ มันเหนื่อยจริงๆ มันก็จะมีน้ำตาแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีแล้ว มันก็หายไปเองโดยอัตโนมัติ”

จริงๆ แล้วเด็กน้อยที่เกิดมากับคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงเอง เหนื่อยแน่นอน มีไหมอารมณ์เหนื่อยทั้งคู่ แล้วแบบฉันก็ไม่ไหว เธอก็ไม่ไหว แล้วมีอารมณ์ใส่กัน?

“อารมณ์ใส่กันน้อยค่ะ ไม่ค่อยมี แต่เราจะมีความรู้สึกว่าถ้าเหนื่อยทั้งคู่ มันก็จะเริ่มเครียดแล้วเนอะ พอพูดอะไรไม่เข้าหูกัน หรือมีความรู้สึกว่าเนี่ยมันคืออารมณ์ตึงๆ ละ จะเงียบแล้วก็ไปก่อน ยุ้ยก็จับความรู้สึกได้ว่า โอเค เขาไม่ได้ทำอะไรถูกใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็คงไม่ถูกใจเขาหรอก แต่ว่าถ้าเราทะเลาะกัน มันไม่มีอะไรดี มันมีแต่จะรุนแรง

และที่สำคัญตอนนี้เราสองคนคือทีมเวิร์ก เราสองคนต้องทำเพื่อลูก ถ้าเรามานั่งทะเลาะกัน มันไม่มีประโยชน์เลย เพราะฉะนั้นถ้าโมโห ถ้าไม่พอใจ ก็หลบไปอยู่คนเดียวก่อนดีกว่านิ่งแล้วเดี๋ยวอารมณ์ดีค่อยกลับมาคุยกัน แล้วพอเราอารมณ์ดีทั้งคู่ เราก็มาเคลียร์กันแล้วปรับความรู้สึกกันว่าเข้าใจว่าเหนื่อย แต่ว่าเราต้องปรับความเข้าใจกันนะ ช่วงระยะเวลาที่เราเจอมันเป็นแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งมันไม่ใช่ตลอดไป เพราะฉะนั้นเดี๋ยวอีกวันหนึ่งลูกโตไปเราสองคนต่างหากที่ต้องมาอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นเรายังคงต้องปรับต้องจูนอะไรกันอีกหลายเรื่องทั้งในเรื่องของความรัก ความหวานที่มีให้กัน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องปรับให้กันค่ะ”

มันจะมีความเครียดบางอย่าง เพราะว่าวิธีเลี้ยงของเราแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน บ้านเรา บ้านเธอ บ้านฉัน มีไหมอารมณ์นี้?

“ก็มีค่ะ เขาเรียกว่าการเลี้ยงดูของเราสองคนก็ไม่เหมือนกัน ผู้ชายเขาจะเป็นอีกแบบนึง ผู้หญิงก็เป็นอีกแบบนึง แต่สำหรับยุ้ยนะก็มี แล้วยุ้ยมีความรู้สึกว่าสุดท้ายแล้วอย่างน้อยเราทั้งคู่จุดประสงค์เดียวกันคือ อยากให้ลูกปลอดภัย อยากให้ลูกมีความสุขที่สุด เพราะฉะนั้นมันเลยกลายเป็นสิ่งที่ เออ มันก็ปล่อยผ่านอะไรแบบนี้มากกว่า”

เหนื่อยก็เหนื่อยไปด้วยกัน นอนน้อยก็นอนไปด้วยกัน แล้วมันมีช่วงแว้บๆ ไหมว่ามีพี่เลี้ยงดีกว่า ?

“ไม่นะ ไม่ถึงขนาดนั้น มีแต่แบบว่าเราเลี้ยงกันเอง อาจจะไม่ได้รักลูกเท่ากับเราสองคน เพียงแต่เราอาจจะเหนื่อยหน่อยเนาะตอนนี้”

ส่วนใหญ่เรื่องที่คิดไม่ตรงกันในการเลี้ยงลูกคือเรื่องอะไรคะ?

“จริงๆ ก็มีหลากหลายเนาะ ยกตัวอย่างอย่างเช่นยุ้ยเป็นคนที่ทำกับข้าวให้ลูกเวลาที่เราบดอาหารให้เขา 6 เดือนเราจะต้องทานอาหารแล้วเนาะ ยุ้ยก็จะบดละเอียดมาตลอด แต่ทีนี้ถ้าคนที่เลี้ยงลูกจะรู้ว่ามันจะมีสเต็ปของการที่เด็กกินอาหารละเอียดอ่อน แล้วก็พอกี่เดือนปุ๊บจะต้องหยาบขึ้นมาหน่อย พอเริ่มโตหน่อยต้องเป็นเทกเจอร์ให้ลูกได้เคี้ยวเพิ่มนิดนึง เป็นชิ้นๆ หน่อย แต่ธันน์เขาก็จะเป็นห่วงลูกมากๆ กลัวลูกติดคอ กลัวลูกสำลัก

ซึ่งถามว่าเราเป็นห่วงลูกไหม เราก็เป็นห่วงลูกที่สุด เพียงแต่ว่าเราอยากจะเปลี่ยนสเต็ปของเขา แล้วพอยุ้ยบดอาหารปุ๊บมันมีเทกเจอร์หน่อยพอลูกเริ่มโต เขาก็จะไม่ได้ เดี๋ยวลูกติดคออันนี้มันใหญ่ไป เราก็อ่ะ โอเค กลับมาบดละเอียด กินละเอียดจนโตเลย เพิ่งกินข้าวเม็ดเราก็รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดเขาก็เป็นห่วงแหละ ถามว่าผิดไหม ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก เพราะฉะนั้นเราก็ปรับมาจูนกันตรงกลาง แล้วก็คิดว่าวัตถุประสงค์ของเราคืออยากให้ลูกปลอดภัยแค่นั้นเอง”

มีลูกสาวน่ารักอย่างน้องพราวตะวัน คุณพ่อสปอยล์ลูกสาวหนักมากแน่ๆ ?

“สปอยล์เรื่องของเล่นหนักมาก ซื้อทั้งวัน ไม่ใช่ซื้อทุกวัน ซื้อทั้งวัน จนบ้านเต็มไม่มีที่จะเก็บ บ้านสองหลังไม่มีที่จะเก็บ ทั้งขนไปให้ ขนไปแจก ทั้งเก็บเข้าห้อง ตอนแรกเราจะบ่นเขา แต่คนนี้ก็ซื้อเสื้อผ้าทั้งวันนะ เห็นไหมล่ะ ต้องเลิกดูอ่ะ ถ้าดูก็คือซื้อ เพราะฉะนั้นเขาซื้อของเล่น เราซื้อของกระจุ๊กกระจิ๊ก เสื้อผ้าก็จะเป็นคนละหน้าที่ไป”

เรื่องความหวาน?

“ยิ่งช่วงแรกๆ มันเป็นช่วงที่เราโฟกัสอยู่กับลูกตลอดเวลาเลย อย่างยุ้ยเป็นผู้หญิงด้วยเนาะแล้วบางทีเราเหนื่อย เราก็จะไม่ค่อยมีอะไรตรงนี้ ธันน์เขาก็จะเป็นคนบอกแล้วจะเป็นคนเติมแหละว่าเราต้องหวานกันด้วยนะ อันดับแรกก็ต้องมาคุยกันก่อนว่าเราต้องกลับมารักกันเหมือนเดิม ต้องไม่ให้มันจืดจาง หรือว่าต้องไม่ลืมที่จะดูแลกันและกัน

เพราะว่าอย่างเขาเมื่อก่อนเขาจะนวดให้ยุ้ยตลอด พอมีลูกก็ลืมนวดไปละ เพราะว่าโฟกัสไปอยู่ที่ลูก หลังๆ ก็เริ่มกลับมาดูแล มานวดให้เรา นวดหัว นวดมือ เราก็จะแบบไม่เป็นไรหรอกเพราะยุ้ยรู้ว่าธันน์ก็เหนื่อย ไม่ใช่ยุ้ยเหนื่อยคนเดียว เลี้ยงเด็กอ่ะเหนื่อยมาก เพราะฉะนั้นช่วงนี้เรารู้ว่าเราสองคนเหนื่อยมาก แต่เราก็เหนื่อยเพื่อลูก แล้วอย่างที่บอกว่ามันเป็นแค่ช่วงระยะเวลานึง มันไม่ใช่ตลอดไป เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เดี๋ยวพอลูกโต เราก็จะต้องอยู่ด้วยกันสองคนไปตลอดชีวิต”

พูดถึงเรื่องการไลฟ์ พี่ยุ้ยเป็นคนที่มาก่อนกาล?

“ใช่ 10 ปี ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วคือ เป็นคนเริ่มไลฟ์สดในยุคแรก ๆ เลย ตอนนั้นไลฟ์ Facebook ยังไม่มี TikTok ตอนนั้นขายกระเป๋า ขายแว่น ขายอาหาร หลายอย่างมาก”

ณ วันนี้ การไลฟ์ของศิลปินดาราคงเป็นเรื่องปกติแล้วแหละ แต่ว่าถ้าย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วพี่ยุ้ยเจอคอมเมนต์ดูถูกอะไรเกี่ยวกับเรื่องมาเป็นแม่ค้าไลฟ์ขายของ?

“เยอะนะ เมื่อก่อนก็จะมีแบบ ตกอับ ตกงานแล้วสิ แล้วก็แบบมาแย่งอาชีพแม่ค้ามาขายของ เราก็เห็นก็ปล่อยผ่าน เอาเก็บมาคิดก็เครียดเปล่า ๆ ค่ะ หลายคนก็อาจจะยังไม่เคยเห็นดาราหรือว่านางเอกมาขายของ หลายคนก็บอกเอ๊ยเป็นนางเอก ก็ยังเป็นนางเอกอยู่ มาไลฟ์ขายของมันดูเป็นแม่ค้า มันดูแบบ…ลดเกรดเลย ยุ้ยก็ไม่ได้คิดแบบนั้นไง ยุ้ยมีความรู้สึกว่าเราก็คนเหมือนกัน แล้วยุ้ยมีความรู้สึกว่า ตอนเนี้ยโลกมันเปลี่ยนไปอะ ชีวิตเราตอนนี้เราก็ต้องปรับไปตามโลกที่มันเป็นไปในเมื่อโซเชียลกำลังมา เรากอบโกยจากตรงนี้ได้

อันนี้พูดตรง ๆ เลยนะ เป็นอาชีพที่เราสามารถเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวเราให้สุขสบายได้ ยุ้ยไม่เลือกอยู่แล้ว แล้วยุ้ยก็ไม่เคยมีหัวโขนที่ว่ายุ้ยเป็นนางเอก ยุ้ยจะต้องเป็นนางเอกตลอดเวลา นั่นก็เป็นอาชีพที่ยุ้ยรักอาชีพนึง อาชีพแม่ค้าเป็นอาชีพที่สุจริตอีกอาชีพนึงที่เรารักเหมือนกัน ยุ้ยพูดอยู่เสมอว่า ถ้าวันนี้ยุ้ยไม่ได้มาเป็นนางเอกหรือไม่ได้มาเป็นดารา อาชีพที่ยุ้ยจะทำคือแม่ค้าเพราะยุ้ยชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ ยุ้ยชอบขายของ เคยขายของกระเป๋า แว่นตา 3 ชม. ได้เกือบๆ 10 ล้าน สมัยก่อนด้วย เมื่อก่อนต้องบอกว่า Facebook ดูเรา 30,000-40,000 คน”

มีไหมคะลูกคนที่สอง? “น่าจะปิดอู่แล้วล่ะค่ะ”

ปิดแล้วเหรอ? “ปิดแล้ว เพราะว่าอายุเราเยอะแล้วด้วย แล้วก็อยากเลี้ยงคนเดียวให้ๆ ดีไปเลย น่าจะไม่ไหวแล้ว เพราะว่าคนแรกกว่าจะมีได้ก็เหนื่อยมาก เหนื่อยมากตรงที่เรามีลูกยาก กว่าจะติดขนาดตอนนั้นอายุน้อยกว่านี้ แล้วนี่อายุขนาดนี้แล้ว ถ้ามีน่าจะยากมาก ก็คุยกับธันน์เรียบร้อยแล้วมีคนเดียว”

อยากจะฝากบอกคุณผู้ชายไหมที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ?

“จริงๆ แล้วสิ่งที่อยากจะบอกก็คือขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกัน ทำให้ความเหนื่อยของเราเบาลงไปได้เยอะมากๆ เพราะถ้าไม่มีเขา ยุ้ยเองก็คงจะเหนื่อยมากกว่านี้หลายเท่า แล้วก็รู้ว่าเหนื่อย รู้ว่าเหนื่อยมากๆ ยุ้ยก็เหนื่อยเนอะ แต่เราก็จะสู้ไปด้วยกัน อย่างที่บอกว่ามันจะเป็นช่วงระยะเวลานึงของเราเท่านั้น ไม่ใช่ตลอดไป สุดท้ายแล้วเราก็จะอยู่ด้วยกันไปตลอด รักเสมออยู่แล้ว รักทุกวัน เพียงแต่อาจจะไม่ได้บอกเป็นๆ คำพูด นะคะ แต่ว่ารักตลอดไป”.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน