ดีเจมะตูม เปิดใจชีวิตไม่เคยหยุดฝัน ลุยงานเกาหลี ตั้งเป้าอยากเห็นหน้าตัวเองบนบิลบอร์ด – คัมแบ๊กเล่นซีรีส์ไทยในรอบ 4 ปี

ไม่ใช่เรื่องฟลุก! แต่คือผลจากความพยายาม ดีเจมะตูม หรือ มะตูม เตชินท์ เปิดใจระหว่างมาร่วมงานบวงสรวงและเก็บภาพฟิตติ้งซีรีส์ “TIMEZONE เขตรักอันตราย” วันก่อน ที่ Canvas Studio by Charcoal Design ลาดพร้าว 71 ถึงการลุยทำงานในประเทศเกาหลีใต้ ทั้งนายแบบ นักแสดง และพิธีกร หลังตั้งใจฝึกภาษาเกาหลีด้วยตัวเอง พร้อมบินไปทำงานทุกเดือน ยอมรับต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ยังเดินหน้าตามฝัน หวังสักวันจะได้เห็นตัวเองขึ้นบิลบอร์ดที่เกาหลี

อัพเดตงานที่เกาหลีหน่อย เพราะเห็นว่าฮอตมาก? “มันไม่ใช่การอยู่ดีๆ ก็ฮอตนะครับ แต่มันคือการฝึกฝน ตูมเรียนภาษาเกาหลีเอง ฝึกเอง จำศัพท์เอง เพราะตอนนี้มีรายการประจำที่นั่นทั้งทางแอปพลิเคชันและออนไลน์ คอนเทนต์ต้องพูดเกาหลีเป็นหลัก แทบไม่ได้พูดไทยเลย ต้องพูดภาษาอังกฤษสลับกับภาษาเกาหลี เนี่ยต้องบินไปทุกเดือน เดี๋ยววันที่ 20 นี้ก็ต้องบินอีกแล้ว”

ทำไมถึงตัดสินใจไปลุยอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลี เพราะมันไม่ง่ายเลย? “ยากที่สุดครับ ตูมเคยไปเวียดนามมา บริบทเขายังคล้ายคนไทย แต่เกาหลีต่างหมด ตูมชอบตัวเองที่นั่นเพราะเราได้กลับไปนับหนึ่งใหม่ ในไทยเราอาจจะนับถึงร้อยแล้ว แต่ที่เกาหลีเราเริ่มใหม่หมดทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นงานเดินแบบ งานแสดง และพิธีกร”

“กองถ่ายเกาหลีเป๊ะและมืออาชีพมาก แค่ซีนเล็กๆ อย่างการหั่นผัก เขายังต้องประชุมเรื่องมุมกล้องและองศาเลย อย่างงานในเมืองไทยเราไม่ได้อยู่แค่หน้ากล้องแต่ยังเป็นโปรดักชั่นเฮ้าส์ด้วย พอมีโอกาสได้ไปทำงานที่โน่นก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เบื้องหลังของเขามาใช้กับกองของตัวเองด้วย”

ถ้าให้คะแนนเรื่องภาษาของตัวเองเท่าไหร่? “ไม่กล้าให้คะแนนเลยครับ แต่ดีใจที่มีคนไดเรกต์มาบอกว่า อยู่เกาหลีมา 8 ปีพูดไม่ได้เลย แต่พอดูคลิปของเราก็อยากจะกลับมาเรียนอีกครั้งหนึ่ง เพราะตูมใช้ศัพท์ง่ายๆ ออกเสียงง่ายๆ จริงๆ ภาษาเกาหลีไม่ได้ยากเท่าภาษาไทยนะครับ ตัวอักษรน้อยกว่าไทยครึ่งหนึ่ง แต่ยากที่การจำศัพท์และการออกเสียงที่ยาก มันต้องอาศัยการฝึก”

“เพราะฉะนั้นตูมเชื่อว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน มีคนบอกว่าตูมเริ่มตอนจะอายุ 40 จะได้เหรอ แต่ตูมให้เวลาตัวเอง 2 ปี ต่อให้ไม่สำเร็จที่นั่น แต่อย่างน้อยก็ได้ภาษาติดตัวกลับมาเป็นพิธีกรภาษาเกาหลีที่ไทยได้ ฉะนั้นมันไม่มีอะไรเสียหายเลย มีความรู้ไว้ยังไงวันนึงคุณได้ใช้แน่นอน”

มีเป้าหมายสูงสุดที่เกาหลีไหม? “อยากเห็นตัวเองขึ้นบิลบอร์ดที่นั่นสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบิลบอร์ด หรือป้ายรถเมล์ หรืออะไรก็ได้ เพราะที่นั่นไม่มีใครรู้จักตูมเลย ตูมไปแคสต์งาน 8 งาน ได้แค่ 1 งานเอง ด้วยอายุ ภาษา และหน้าตา คนที่นั่นดูดีกว่าเรามาก แต่ตูมมีความมุ่งมั่น อยากให้คนที่มีความฝันทำต่อไป ไม่ว่าจะออกมาดีหรือไม่ดี สำเร็จหรือไม่สำเร็จ อย่างน้อยมันก็สำเร็จที่เราได้ลงมือทำ”

ถือว่าไม่ธรรมดาเลยเพราะได้เป็นนายแบบ นักแสดง และพิธีกร? “ใช่ครับ ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 1 ปี ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความพยายามของตัวเอง ล่าสุดดีใจมากที่มีงานอีเวนต์ครั้งแรกที่เกาหลี โชว์ตัวใส่ชุดฮันบก ดีใจที่เขามองว่าคนไทยคนนี้สามารถ Represent ความเป็นเกาหลีได้ ต้องขอบคุณสถานทูตไทยในเกาหลีและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มองเห็นและให้โอกาสเราเป็นศิลปินไทยที่สร้างชื่อเสียงที่นั่น อาจจะไม่ถึงขั้นน้องมิลลิ แต่เราก็เป็นน้องๆ มิลลิเลย”

โกอินเตอร์แล้ว แต่งานที่เมืองไทยก็ยังรับอยู่? “ยังรับครับ หลักๆ คือรายการ The Social Warrior แล้วก็งานตลาดอั้มอั้ม แค่ 2 อย่างนี้ก็แทบไม่ได้นอนแล้ว แล้วเพิ่งไปขอปู่มา กลับมาก็ได้เล่นซีรีส์ไทยในรอบ 4 ปีเลย ตูมชอบทั้งงานหน้ากล้องและเบื้องหลัง เพราะมันทำให้เราได้พัฒนาตัวเอง”

รู้สึกยังไงที่คนพูดว่า มะตูมไม่จม ไม่หาย เกือบหลับแต่กลับมาได้ตลอด? “แมว 900 ชีวิต(หัวเราะ) จริงๆ ไม่ใช่แค่ตูมหรอก แต่ทุกคนนั่นแหละ มนุษย์ทุกคนจะมีช่วงที่ขึ้นและลงสุดๆ เหมือนเป็นคลื่น เขาถึงบอกกันว่าเวลาขึ้นก็อย่าหลงให้มันมาก เวลาลงก็อย่าท้อให้มันสุด เรียนรู้ชีวิตไป ทุกวันนี้ตูมยังคงไล่ล่าความฝันอยู่ แค่รู้ว่าตื่นมาทำเพื่อใครเท่านั้นเอง ถ้ามีคนบอกว่าชีวิตมะตูมดีจังเลยตกเท่าไหร่ก็ไม่ตาย จริงๆ เราไม่ได้ตกเพื่อตาย แต่ตกเพื่อตื่นแล้วเดินต่อครับ”

แบ่งเวลารับงานยังไงระหว่างไทยกับเกาหลี? “มีผู้จัดการ 2 ประเทศช่วยประสานงานครับ ตูมจะฟิกซ์เลยว่าช่วงวันที่ 20-30 ของทุกเดือนจะอยู่ที่เกาหลี เป็นแบบนี้มา 1 ปีเต็มแล้ว เพราะเซ็นสัญญากับเอเจนซี่ที่นั่นด้วย สนุกดีครับ ช่วงนี้สนิทกับ ตม. แล้วครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน