สุดท้าทาย! บิวกิ้น พลิกรับบท “นักสนุกเกอร์” ในหนังเรื่องใหม่ค่ายจีดีเอช รับยากแต่เป็นไปได้ เผยเตรียมคัมแบ๊กงานเพลงเดือนหน้า
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความท้าทายครั้งสำคัญของนักแสดงมากฝีมือ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล หลังเปิดตัวรับบท “นักสนุกเกอร์” ในภาพยนตร์ The Untitled Snooker Project ในงาน “GDH CIRCLES Feel Good โคจรความสุข สนุกกว่าที่เคย” ที่ ห้อง Ballroom 1 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเจ้าตัวยอมรับตรงๆ ว่าไม่เคยเล่นสนุกเกอร์มาก่อน ต้องเริ่มนับหนึ่ง รวมถึงเวิร์กช็อป และวางคาแร็กเตอร์ใหม่ทั้งหมด
นอกจากนี้ บิวกิ้น ยังเผยอีกว่า แม้หลายคนจะคาดหวังกับฝีมือการแสดง แต่เลือกที่จะไม่กดดันตัวเอง และโฟกัสกับการทำหน้าที่ของนักแสดงให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็เตรียมปล่อยผลงานเพลงใหม่ในเดือนหน้าอีกด้วย
ถามถึงบทบาทใหม่ “นักสนุกเกอร์” ในหนัง The Untitled Snooker Project เป็นยังไงบ้าง? “อันนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นกีฬาที่ผมไม่เคยเล่นและไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลย แต่หลังจากที่คุยกับพี่ๆ ก็เริ่มไปทำการบ้านมากขึ้น ทั้งเรื่องของการเข้าใจโครงสร้างวิธีการเล่น กฎต่างๆ หรือวัฒนธรรมของปัจจัยแวดล้อม”
ทางผู้กำกับบอกว่าแคสต์เป็นเรา เพราะเห็นสายตาที่มีมิติการแสดงลึกซึ้งและซับซ้อน? “ไม่เคยรู้เลยครับ อันนี้น่าจะเป็นวิชั่นของพี่ๆ โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ ส่วนเราก็มีหน้าที่เล่นไปให้ดีที่สุด แล้วอย่างที่คนพูดกันว่าสายตามันเป็นประตูสู่หัวใจใช่ไหม เป็นอวัยวะที่สื่อสารอารมณ์ แล้วก็โกหกกันไม่ได้ แต่ว่าจริงๆ เราไม่ได้คิดเยอะขนาดนั้น เวลาเรารู้สึกถึงเรื่องอะไรมันรู้สึกไปทั้งตัว ผมว่าสายตามันก็เป็นอวัยวะนึงแล้วกันที่มันอาจจะเล่าความรู้สึกได้ชัดกว่าอวัยวะอื่นๆ”
ต้องไปฝึกอะไรบ้างกับบทบาทนี้? “น่าจะทุกอย่างเลย ตั้งแต่เรื่องวิธี การจับไม้ หรือว่าแทคติกต่างๆ เพราะการที่เราต้องเล่นเป็นนักสนุกเกอร์หรือเป็นอะไรสักอย่าง เราต้องฝึกซ้อมและทำซะจนมันเป็นเรื่องปกติ เหมือนทำให้กล้ามเนื้อหรือว่าความรู้สึกของเราคุ้นชิน แล้วก็สบายตัวกับสิ่งนั้น อย่างที่บอกไปว่าในชีวิตยังไม่เคยสัมผัสสนุกเกอร์เลย เคยแต่แทงพูล น่าจะพอคลับคล้ายอยู่ เรียกว่านับหนึ่งใหม่ ผมคิดว่ายากแต่ว่ายากอยู่ในระดับที่ยังดูจะเป็นไปได้ครับ”
เคยดูการแข่งขันสนุกเกอร์ไหม? “เพิ่งมาดูตอนที่รับโปรเจ็กต์นี้ ไปนั่งไล่ดูเหมือนกับว่าทำการบ้านเพิ่มอะไรเงี้ย จริงๆ ตัว Final Script ยังรออยู่เหมือนกัน แต่ตัวทรีตเมนต์ที่มันเล่าให้ฟัง ผมรู้สึกว่ามันก็เป็นหนังที่มีหัวใจเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสนุกเกอร์นั่นแหละ มิติในการเล่ามันก็อาจจะมีสนุกเกอร์เป็นแกนกลาง แต่ประเด็นแวดล้อมมันก็เป็นหนังที่เล่าหนังชีวิตแหละครับ”
กดดันไหม หลายคนคาดหวังสูงกับการแสดงของเรา? “ผมว่าอย่าไปมองอย่างงั้นเลย ผมไม่ได้กดดันขนาดนั้น แต่ละงานก็จะมีโจทย์ มีความยาก และมีปัจจัยแวดล้อมที่กระทบต่องานนั้นหลากหลายมากๆ ในฐานะนักแสดงก็น่าจะโฟกัสในพาร์ตของเรา การเตรียมตัวในโจทย์ของเรา ถ้าเกิดทำออกมาแล้วรู้สึกว่ามันอยู่ในมาตรฐานของเรา ผมว่าอันนี้ก็แฮปปี้แล้วครับ”
ปีนี้แฟนๆ จะได้เห็นอะไรกันอีกบ้าง? “เดี๋ยวจะมีงานเพลง ตอนนี้ทุกอย่างเสร็จแล้วคาดว่าไม่เกินเดือนหน้านี้ แล้วเพลงก็จะทำเรื่อยๆ พยายามจะปล่อยให้ได้มากที่สุดในปีนี้ แล้วอีกไม่นานก็ต้องเริ่มเข้าช่วงของการที่ฝึกซ้อมเกี่ยวกับทั้งสนุกเกอร์ เวิร์กช็อปการแสดง การวางคาแร็กเตอร์ เพราะผมก็ไม่ได้แสดงมานานน่าจะ 2 ปีได้ ต้องไปรื้อฟื้นหน่อย บวกกับพอมีโจทย์ที่แตกต่างและเป็นโจทย์ใหม่ก็อยากจะใช้เวลากับมันให้มากที่สุด”
ช่วงเตรียมตัวกับหนัง อาจต้องพักงานหายไปเลยไหม? “ไม่หรอกครับ เพราะว่าเงินทองก็ต้องหา รายจ่ายมันก็มีทุกวัน ปากท้องก็ต้องเลี้ยง(หัวเราะ) อาจจะเฉลี่ยๆ กันไป เรื่องเวิร์กช็อปบางทีก็เย็นได้ กลางคืนได้ เสาร์อาทิตย์ก็ได้ บริหารเอา จริงๆ ผมอยากทำหลายอย่าง เพลงก็อยากทำ งานอื่นๆ ก็ยังอยากทำ แล้วก็ยังไม่อยากหายไป ยังอยากออกมาเจอทุกคนอยู่บ้าง แล้วก็เตรียมตัวไปด้วยอะไรเงี้ยครับ”





