ซินดี้ สิรินยา แชร์ประสบการณ์เคยถูกบูลลี่ แนะอย่าให้คำพูดในโลกออนไลน์กำหนดคุณค่าตัวเอง เปลี่ยนปมด้อยเป็นพลังความมั่นใจ รับเคยหลงอีโก้ เจอคนกล้าเตือนจนได้สติ
แม้จะเป็นซูเปอร์โมเดลตัวแม่ที่หลายคนยกให้เป็นต้นแบบความสวยเป๊ะเพอร์เฟกต์ แต่ ซินดี้ สิรินยา เปิดใจย้อนเล่าชีวิตวัยเด็กที่เคยถูกล้อหนักทั้งเรื่องความสูงโดดเด่นเกินกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน จนโดนล้อเป็นว่าเปรต ฝรั่งขี้นก กลายเป็นปมด้อยในใจ โดย ซินดี้ ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ หลังมาร่วมงาน Beauty with Confidence by Allergan Aesthetics “แอลเลอร์แกน เอสเธติกส์” ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 3

ว่าจุดเปลี่ยนจากความไม่มั่นใจในวัยเด็ก ค่อยๆ พัฒนากลายเป็นจุดแข็ง จนสามารถก้าวสู่เส้นทางนางแบบตัวแม่ของวงการ พร้อมย้ำว่า ความสวยที่แท้จริงต้องเริ่มจากการเชื่อมั่นในตัวเองก่อน อีกทั้งยังฝากข้อถึงคนที่กำลังถูกบูลลี่ว่าอย่าปล่อยให้คำพูดในโลกออนไลน์มาทำร้ายตัวเอง
นอกจากนี้ ซินดี้ ยอมรับว่าครั้งหนึ่งเธอเคยมีอีโก้จากชื่อเสียง ทำเอาคนรอบข้างเกร็งในความเป๊ะ จนในที่สุดมีคนกล้าเตือนทำให้ได้กลับมาทบทวนตัวเอง มองเห็นถึงคุณค่าความสัมพันธ์ของทีมงานคนเบื้องหลัง และได้สติทบทวนพลังงานภาย ระวังรังสีอำมหิตที่แผ่ออกไปโดยไม่รู้ตัว
มาให้เทคนิคความสวยและความมั่นใจกับน้องๆ รุ่นใหม่?
“จะบอกว่าน้องรุ่นใหม่ก็ใช่ย่อย ทุกคนก็เก่งกันหมด วันนี้เราก็มาในเรื่อง Beaty confidence ความมั่นใจในความสวยของตัวเอง แต่ละคนก็เห็นภาพชัดชัดเจนเลย”
อยากบอกอะไรกับคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ต้องเริ่มต้นยังไงดี?
“เอาจริงๆ เมื่อก่อนซินดี้ก็ไม่ค่อยมั่นใจ มีความรู้สึกลูกเป็ดขี้เหร่ เพราะว่าเราสูงกว่าเพื่อน หูก็กาง เนี่ย แล้วเมื่อก่อนก็จะมีช่องว่างระหว่างฟันตอนช่วงประมาณ 11-12 นี่แบบไม่มั่นใจอย่างแรง ใช้เวลาจริงๆ บางทีมันเป็นเรื่องของเวลาและประสบการณ์ชีวิต เป็นเรื่องของการเก็บเกี่ยวว่าอันนี้เราดีอันนี้เราเด่น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีความสวยที่เป็นรูปแบบเดียวกันหมด แต่ทุกคนมีสิ่งดี ทุกคนมีเอกลักษณ์ที่เราควรจะชูออกมาให้คนเห็น”

“ภาพที่สวยงามมันไม่อยู่มีแค่รูปร่างหน้าตาเสื้อผ้าหน้าผม มันเป็นลุกส์ที่สัมผัสอย่างไรให้คนมองภาพแล้วรู้สึกว่าคนนี้น่ารักจัง หรือสวยจัง มั่นใจจัง”
พี่ซินดี้ก็เป็นตัวแม่อยู่ในวงการมานาน เป็นต้นแบบให้กับน้อง ๆ นางแบบรุ่นใหม่ อยู่มาทุกยุค?
“รู้สึกโชคดีว่าเรายังอยู่ยุคนี้ รู้สึกว่าเราก็ยังชอบ ซินดี้พัฒนาตัวเองตลอดเวลา ซินดี้ไม่เคยหยุดนิ่งในการเรียนรู้ ไม่เคยหยุดนิ่งในการลองดูว่าเทรนด์ใหม่ๆ อะไรเข้ามา ถ้าเราไม่เรียนรู้ ตกแน่นอน เราคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ ก็รู้สึกว่าเรายังมีอะไรที่สามารถเรียนรู้จากน้องๆ ด้วยเหมือนกัน มันวินวินทั้งคู่”
ย้อนกลับไปที่บอกว่าไม่มีความมั่นใจ สมัยเด็กเคยโดนล้อมั้ย?
“โดน แต่สมัยนั้นเขาไม่ได้เรียกว่าบูลลี่ไง ซินดี้เป็นเด็กผู้หญิงที่สูงที่สุดในห้องเรียน สำหรับเด็กวัยวัยรุ่นเนี่ยมันไม่โอเคนะ”
เขาล้อเราว่าอะไร?
“ฝรั่งขี้นก (หัวเราะ) เพราะว่าเมื่อก่อนซินดี้อยู่พัทยา ซินดี้ไปโรงเรียนไทย รอบตัวก็จะมีลูกครึ่งแต่ซินดี้จะน่าฝรั่งสุดในห้อง”
ในตอนนั้นความสูงมันกลายเป็นปมด้อยไปเลย?
ใช่ แล้วซินดี้เคยแบบ “พยายามทำตัวเล็กๆ คือมีความรู้สึกว่าความสูงของเราไม่โอเค มีเพื่อนคนนึงสวยมาก หุ่นเป๊ะมากเลย แล้วมีแต่ผู้ชายชอบเขาตอนนั้น ก็รู้สึกว่าทำไมเราต้องเก้งก้าง แล้วเขาก็เรียกว่าเปรตด้วย เจ็บมาก(หัวเราะ) ”

ตอนเด็กๆ เราร้องไห้เลยไหม หรือได้บอกพ่อแม่ไหม?
“เราก็ไม่ได้แบบนั้น แต่ก็เก็บมาคิด เก็บมาเป็นปม”
กลายเป็นจุดที่พัฒนาตัวเองจนมาถึงจุดนี้ได้?
“ใช่ แล้วกลายเป็นว่าไอ้ความสูงนี่แหละมันทำให้เรากลายมาเป็นนางแบบได้ แต่ก็สักพักใหญ่ ตอนนั้นหูกางเอากาวตาช้างมาติด ค่อนข้างมีหลายอย่างเหมือนกับทุกคน คือทุกคนจะชอบมองว่าซินดี้สวยเพอร์เฟกต์ ไม่ ฉันก็มีของฉันเหมือนกัน นี่ไงก็เลยบอกว่าความสวยบางทีเราต้องเชื่อจากใจเราก่อน”
เราคลายปม ปลดล็อกปมในใจตรงนี้ได้ยังไง?
“เราเริ่มเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่เมื่อก่อนเราอาจจะคิดว่าเราไม่ใช่ เราไม่สามารถเป็นนางแบบได้ แต่จริงๆ แล้วเราไม่ได้ไปเอง แต่มีคนชวน พอมีคนชวนเหมือนเขาเห็นอะไรในตัวเรา เราก็เริ่มแบบเอ๊ะหรือว่า จนประกวดไป ๆ มาๆ ก็ไม่ได้นึกว่าจะเข้ารอบ ได้มงกุฎซะงั้น เราก็หันกลับมามองตัวเองว่า แสดงว่ามันมีอะไร แล้วค่อยๆ สังเกต ค่อยๆ หันมารักตัวเอง มากขึ้น”
อยากบอกอะไรกับคนกำลังบูลลี่กันในสังคมยุคนี้?
“จะบอกว่าตอนนี้การบูลลี่มันเป็นแบบทวีคูณจากที่ซินดี้เคยเจอเดี่ยว ๆ แบบพูดปากต่อปาก ตอนนี้การบูลลี่ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะ บูลลี่ในเรื่องของผู้หญิงค่อนข้างแรงแล้วมันเปิดกว้างมาก ก็ให้ระวัง คนที่โดนหัดปิดโทรศัพท์ไว้ เราพยายามอย่าเอาสิ่งเหล่านี้มาเก็บมาคิด เพราะว่าคนที่เขียนง่ายมาก แล้วไม่มีตัวตน คนที่เขียนบูลลี่คนอื่น ชีวิตเขาไม่ค่อยมีความสุขหรอก แสดงว่าเขาไม่ได้มีอะไรดีแล้วต้อง มาบูลลี่คนอื่น เราแอบสงสารเขามากกว่า เขานั่งอยู่ที่บ้านเดี่ยวๆ ไม่มีอะไรทำ ไม่ต้องไปสนใจคำพูดของคนพวกนี้”

พอมาเป็นนางแบบดังมีชื่อเสียง ความเป๊ะความเพอร์เฟ็กต์ของเรา ทำให้คนรอบข้างรู้สึกเกร็ง?
“มีๆ ก็เพิ่งทำคลิปออกไปนี่แหละ มีอยู่ช่วงนึงซินดี้คิดว่ามันเป็นธรรมดาของคนที่เข้ามาในวงการแล้วมีคนให้แสงเยอะๆ มั่นใจตัวเอง มีความหลงคิดว่าเราเด่นกว่าคนอื่น อีโก้ คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่ถ้าเราสามารถดึงตัวเองกลับมา เตือนสติตัวเอง ว่าที่คุณเฉิดฉายสวยงามอยู่บนเวที มันมีคนอื่นที่อยู่หลังเราที่เป็นทีมงาน เบื้องหลัง หน้าผมทุกอย่างให้เรามีโมเมนต์นี้ก็อย่าไปมองข้ามความสัมพันธ์ของคนเหล่านี้ ก็เนี่ยแหละซินดี้ก็ดึงตัวเองกลับมา มีคนเตือนด้วยแหละ ก็เลยโอเค”
เป็นฟีดแบ็กที่เราก็ได้ยินมา?
“เจ็บนะตอนนั้นคือแบบ ห๊ะ! คือเราไม่ได้ตั้งใจ แต่ด้วยความที่เป๊ะของเรา หน้าก็เหวี่ยง มันก็เลยแบบว่า พอเขาพูดปุ๊บ Oh My God ก็หันมาให้ความสำคัญพูดถึงเรื่องพลัง ซินดี้เลยอินกับเรื่องนี้ ว่าบางทีพลังอำมหิตที่เราส่งออกไปโดยที่เรารู้ตัว ที่คนรอบข้างหันขวับกันหมดเลย ทุกวันนี้ก็ยังมี ส่วนคนที่โดนมากที่สุด คือสามีดิฉันเอง ก็ขอโทษด้วยนะคะ บางทีเราก็ต้องระวังเรื่องนี้ ฮอร์โมนความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ เราต้องเป็นคนระวังเรื่องสิ่งที่เราแสดงออกไป”
แสดงว่าคนที่เตือนต้องกล้ามาก?
“เขาต้องกล้า (หัวเราะ) อ๋อคนที่เตือนคนแรกไม่ใช่สามี เพราะซินดี้ปรับตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เราก็พยายาม เราเป็นมนุษย์แค่พยายามที่จะดีขึ้นในทุก ๆ วัน”
มาถึงจุดนี้เราอยากจะทำโรงเรียนสอนด้านนี้จริงจังไหม?
“ไม่ ซินดี้เป็นคนเบื่อง่าย จริงๆ ไม่อยากจะรับผิดชอบอะไรยาวนาน ชอบอะไรที่อย่างนี้เป็นโปรเจกต์ๆ ไป เรามีความเป็นอาร์สติสต์ ก็ยังแล้วกันค่ะ(หัวเราะ)”
ทำงานกับน้องรุ่นใหม่ในตอนนี้ของซินดี้เป็นอย่างไร?
“ก็สนุกดี ลูกสาวก็รุ่นใหม่ เราก็รู้สึกว่า เด็กเนี่ย ผู้ใหญ่ก็ควรจะเปิดใจรับฟัง เพราะว่าเขาเก่งกันมากเลยนะ เอาจริงๆ เดี๋ยวนี้รุ่นใหม่เขาเก่งกันมาก ก็เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เขาก็ฟังเราบ้าง เราก็ฟังเขาบ้าง”
ทุกวันนี้ยังมีคนเกร็งอยู่มั้ย?
“มีคนเกร็ง ฉันไม่น่ากลัวเลย (ยิ้ม)”
อยากจะบอกอะไรกับคนที่ยังเกร็งเราอยู่?
“ยังต้องพูดอีกเหรอ (หัวเราะ) ฉันไม่น่ากลัว ก็แล้วแต่บางโมเมนต์ก็ควรจะเกร็ง (หัวเราะ) สงสารสามีมาก I ‘m Sorry”.