เป็นพาร์ตเนอร์กันมาหลายปี มีผลงานการแสดงคู่กันอยู่หลายเรื่อง ในที่สุด ‘ติวเตอร์-ยิม’ หรือ ‘ติวเตอร์’ กรภัทร์ ลําน้อย และ ‘ยิม’ ปริญญากรณ์ ขันสวะ สองนักแสดงค่ายดูมันดิ (Domundi) ก็มาเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยล่าสุดมีผลงานซีรีส์ “เฉิ่มเชย” ที่ออนแอร์ไปแล้ว และกำลังมีผลงานแสดงเรื่องใหม่ “ซิ่นกลิ่นโศก” จ่อคิวออกอากาศ อีกทั้งยังเป็นสมาชิกวง “DEXX”

ซุปตาร์บันเทิง

แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ เส้นทางที่ผ่านมาของทั้งคู่นั้นไม่ง่ายเลย

ซุปตาร์บันเทิง

♦เข้าวงการมาได้ยังไง?

ยิม – “เด็กๆ เริ่มจาก ทูบีนัมเบอร์วัน ระหว่างฝึกฝนก็ไปรู้จักฝั่ง wabi sabi จนมาช่วงโควิดก็มาเข้าดูมันดิ จนอยู่ถึงทุกวันนี้”

ติวเตอร์ – “ตั้งแต่มัธยมจะมีโมเดลลิ่งติดต่อมาเยอะมาก แต่ตอนนั้นไม่สนใจ คิดอย่างเดียวต้องสอบเข้ามหา’ลัยให้ได้ ถ้าจะทำงานในวงการ อนาคตเดี๋ยวมันมาเอง พอเข้ามหา’ลัยปุ๊บก็ได้เป็นเดือนคณะ จากนั้นมีค่ายต่างๆ ติดต่อมาเยอะมาก แคสต์งานเยอะมาก แต่ออดิชั่นค่ายใหญ่ๆ ไม่ได้สักที คิดว่าโดนหลอกโดนขายฝัน ไม่เอาแล้ว จนได้มาเจอครูเบิร์ด (กฤติน ทิพย์ยอด) พามารู้จักดูมันดิ และได้มารู้จักยิมมาเป็นพาร์ตเนอร์กัน”

ซุปตาร์บันเทิง

♦ซีรีส์เรื่องแรกที่เล่นด้วยกัน “นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ” ทำไมตัดสินใจรับเล่น เพราะ 5 ปีที่แล้วซีรีส์วายถือว่าใหม่?

ยิม – “ตอนนั้นอยู่วงการมา 3 ปีแล้ว ไม่คิดอะไรมาก ทำตรงนี้เพราะสบายใจกับพี่อ๊อฟ (อ๊อฟชั่น-กิตติพัฒน์ จำปา) อยู่ค่ายนี้รู้สึกชิล”

ติวเตอร์ – “พี่อ๊อฟติดต่อมาว่ามีโปรเจ็กต์นี้อยากได้ติวเตอร์เล่นคู่ยิม เขามองว่าเรากับยิมมีเคมี มีโอกาสได้เป็นพาร์ตเนอร์กัน ซึ่งผมไม่รู้เรื่องวงการบันเทิงเลยให้ผู้จัดการตัดสินใจให้ แล้วก็ตกลงเล่น”

♦ตอนเจอกันครั้งแรกเป็นยังไง?

ยิม – “เขาหน้านิ่งมาก มีช็อตนึงในห้องเวิร์กช็อปของเจนสอง เหมือนเขานิ่งจนครูถามว่าตั้งใจเรียนไหม แต่สุดท้ายเขาตอบได้หมด”

ติวเตอร์ – “เขาเองก็นิ่ง ตอนนั้นรู้สึกว่ามันใหม่กับเราทุกอย่าง คิดอยู่ในหัวอย่างเดียวว่าจะทำอันนี้ดีไหม ถ้าทำแบบนี้จะดูแย่ในสายตาคนอื่นหรือเปล่า กลัวผิด คิดเยอะไปหมด ก็เลยดูนิ่ง จนอยู่ไปเรื่อยๆ เหมือนโดนกะเทาะเปลือก”

ยิม – “ตอนนั้นยากเหมือนกันกว่าเขาจะค่อยๆ กะเทาะออก”

ติวเตอร์ – “ก็สนิทกัน อยู่ด้วยกันเรื่อยๆ ได้เรียนรู้ ได้คุยได้ปรับความเข้าใจกันมากขึ้น”

ซุปตาร์บันเทิง

♦พอซีรีส์ออนค่อนข้างประสบความสำเร็จระดับนึง?

ยิม – “ครับ มีคนติดตามเยอะมาก แต่อีกใจนึงก็รู้สึกว่ายังเด็ก ยังไม่ได้เรียนรู้หรือเข้าใจอะไรมากในตอนนั้น”

ติวเตอร์ – “เหมือนมีชื่อเสียงมากขึ้น ไม่ได้มองว่ากระแสจะอยู่ได้นานแค่ไหน แค่คิดว่าเราจะอยู่ในวงการแล้วมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทุกอย่างไม่ได้สวยงามขนาดนั้น”

♦เส้นทางไม่ได้ง่าย?

ยิม – “เหมือนลงเรือแล้วโดนมรสุม”

ติวเตอร์ – “โดนพายุพัด แล้วมีคนมากอบกู้เรือขึ้นมาใหม่ แล้วก็ลงไปอีก ผ่านมาหลายยุคมากๆ ยุคที่มีงานวันละ 2-3 งาน จนถึงช่วงไม่มีงาน 2-3 เดือนไม่มีเลย ผ่านมาหมด”

ยิม – “เราเข้าใจว่ามันเป็นยังไง เราผ่านการรักษาและเริ่มต้นใหม่ค่อยๆ กลับขึ้นมาดีขึ้นๆ เหมือนที่พี่ซี (พฤกษ์) เคยบอกว่าการจะรักษาให้อยู่ในวงการนานๆ ยากกว่าที่จะมาเลย บอกเลยมันยากมากๆ ผมเลยพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรียนรู้จากคนรอบตัว”

ซุปตาร์บันเทิง

♦ส่วนตัวน้อยใจไหม มีกราฟที่ขึ้น แต่ขึ้นยังไม่สุด?

ยิม – “มีนะ เคยคุยกันว่าจะยังไงไปทางไหนต่อ เพราะช่วงนั้นยังไม่มีโปรเจ็กต์ที่ต้องทำหลังจบ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ”

ติวเตอร์ – “น้อยใจตัวเอง รู้สึกตัวเองพัฒนาไม่ค่อยดี คนอื่นเก่งหมดแต่เรายังอยู่ที่เดิม”

♦มีไหมที่รู้สึกว่า หรือทางนี้จะไม่ใช่ทางของเรา?

ยิม – “มี และคิดอยู่ว่าจะทำอะไรต่อถ้าทางนี้ไม่ใช่ของเรา เป็นช่วงที่คิดว่าคงจบแล้วมั้งเพราะกระแสค่อยๆ หายไป ต้องใช้เวลารวบรวมกว่าจะกลับมา มีช่วงคุยกับติวเตอร์มากขึ้น น่าจะเป็นช่วงนั้นที่ค่อยๆ กลับมา พอกลับมาก็ยังรู้สึกว่ายากอยู่ดี มันไม่ได้อยู่ที่แค่เราสองคน มันอยู่ที่ปัจจัยเยอะมาก ทั้งทางผู้ใหญ่ แฟนคลับ กระแสโลกอะไรต่างๆ การจะกลับขึ้นมาได้เป็นจุดที่เป็นเวทมนตร์หรือพลังงานที่มันถึงจังหวะของมัน”

ซุปตาร์บันเทิง

♦ติวเตอร์รู้ไหมว่ายิมมีจุดที่ถอดใจ?

ติวเตอร์ – “น่าจะมีทั้งคู่ เราผ่านช่วงงานหาย รายได้น้อยเหมือนกัน ผมมีหลายช่วงมากๆ ช่วงแรกคือช่วงแคสต์งานไม่ได้ ช่วงนั้นถอดใจไปเลย หลังจากนั้นช่วงเข้าวงการใหม่ๆ ได้เล่น นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ ทุกอย่างเป็นขาขึ้นหมด เลยไม่รู้สึกถอดใจ แต่จังหวะที่อยากถอดใจคือช่วงขาลง เล่นซีรีส์เรื่องนึงกินเวลานานเป็นปี มีบางอย่างไม่ได้ตามหวัง คิดว่าในอนาคตถ้าอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ จะไหวไหม

แต่ก็เหมือนอะไรไม่รู้ที่เหมือนเราไม่อยากทำแล้ว มันก็มีกำลังใจ มีสิ่งแวดล้อมต่างๆ มาบอกให้สู้อีก รวมถึงยิมด้วย พอได้รับพลังงานจากยิมเราก็พร้อมสู้ต่อ ทำให้มีงานมาตลอด คิดว่าเราน่าจะเริ่มกลับมาบ้างแล้ว”

ซุปตาร์บันเทิง

♦DEXX คือจุดเปลี่ยนของเราที่ก้าวไปเป็นศิลปินด้วย เริ่มต้นมาได้ยังไง?

ติวเตอร์ – “เริ่มจากชอบร้องชอบเต้น ดูมันดิส่งเด็กเรียนร้องเรียนเต้นตลอด และพี่อ๊อฟจะทำอยู่หลายครั้งแต่ยังไม่มีโอกาส ปลายปีของทุกปีเขาจะมาถามแต่ละคนว่ามีแพสชั่นเรื่องไหนบ้าง ถามเราสองคนว่ายังอยากเป็นศิลปินเป็นบอยแบนด์ไหม ตอนแรกที่ผมรู้แน่ๆ มีเจมส์ (ศุภมงคล)

แต่จุดเปลี่ยนคือเราได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การร้อง การเพอร์ฟอร์แมนซ์ ได้เรียนรู้อะไรจากน้องๆ ไม่ว่าจะเป็น อู่อู๋ (ธนภูมิ) ป๋อ (ศุภการ) ตี๋ตี๋ (วันพิชิต) น้องๆ น่าจะเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ทำให้วงมีชื่อเสียงขึ้นมา”

ยิม – “ผมไม่ได้ศึกษาด้านสายนี้มาพักนึง มีแค่ตอนเด็ก แต่พอทำไปเรื่อยๆ รู้สึกตัวเองค่อยๆ เริ่มพัฒนาขึ้น มุมมองตอนนี้มีโอกาสไปได้อีกไกลมากๆ แต่แค่ตอนนี้ทุกคนมีซีรีส์เป็นของคู่ตัวเองก็ต้องทำจุดนั้น แต่จังหวะที่ทุกคนกลับมาให้ความสนใจด้านวงมากขึ้นก็น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ก้าวขึ้นไปอีกสเต็ป”

ซุปตาร์บันเทิง

♦อยากขอบคุณอะไรตัวเองไหม?

ยิม – “เราสองคนผ่านอะไรมาเยอะมากจริงๆ กว่าจะกลับขึ้นมาก้าวเดินอีกครั้ง มันยากมาก เคยเจอประสบการณ์ที่ไม่มีงาน ไม่มีกระแส เจอมาทุกแบบ ทำให้ได้เรียนรู้ ทำให้เราพัฒนาขึ้น ต้องขอบคุณตัวเองที่ยังก้าวเดินต่อ ขอบคุณติวเตอร์ที่ยังเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดี เรายังได้ไปด้วยกันต่อไป”

ติวเตอร์ – “เรามีจุดที่ขึ้นลง แล้วก็ขึ้นมา ได้เรียนรู้อะไรเยอะ ช่วงที่ขึ้นมาใหม่ๆ เรามีเงินแต่ไม่รักษา จนถึงวันที่ไม่มี เราอยากได้นู่นนี่แต่ไม่ได้ แต่คนอื่นมีหมด รู้สึกว่าทำไมเราไม่รักษาตรงนั้นไว้ เลยเก็บเป็นปมว่าถ้าเรากลับมาอีกครั้งต้องกลับมาแบบมีสติกว่าเดิม ใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ มีการวางแผน ทำทุกอย่างให้เต็มที่

ซุปตาร์บันเทิง

จริงๆ อยากขอบคุณพี่อ๊อฟที่ให้โอกาสมาตลอด ขอบคุณพ่อแม่ที่ให้กำลังใจและซัพพอร์ต ขอบคุณยิมที่พยายามปรับจูนมาตั้งแต่วันแรก จนทุกวันนี้เรารู้ว่าแต่ละคนชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ตรงไหนโอเคไม่โอเค และพร้อมสู้ต่อไปไม่ว่าจะเจออะไร”

กรผกา ธีระจารุวรรณ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน