ต่าย สายธาร ฟาดมิจฉาชีพในคราบจิตอาสา อย่าหากินกับความใจบุญ เตือนคนบริจาคต้องมีสติ ไม่งั้นไม่ต่างยื่นมีดให้โจร ลั่นถ้าไม่มีจิตสำนึกดีพอ อย่าก้าวเข้ามาวงการกู้ภัย
จากกระแสดราม่าในวงการกู้ภัยที่ผ่านมา สังคมตั้งคำถามความไม่โปร่งใส่ในการใช้เงินบริจาค ล่าสุด ต่าย สายธาร ในฐานะจิตอาสารุ่นพี่ผู้คร่ำหวอดในวงการกู้ภัย เปิดใจว่าปัญหาลักษณะนี้มีมานานแล้ว จนตัวเองอายุเข้าเลขห้า ก็ยังเจออยู่ เพียงแต่ในอดีตยังไม่มีโซเชียลมีเดียเหมือนปัจจุบัน ทำให้ทุกการกระทำถูกจับตามองมากขึ้น ย้ำถึงเวลาต้องแก้ไขอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและประเทศ
พร้อมเผยคนดีจริงไม่ควรทำให้ชื่อเสียงองค์กรเสียหาย เตือนประชาชนตรวจสอบก่อนบริจาค อย่าปล่อยให้มิจฉาชีพหากินกับความใจดี และย้ำว่าหัวใจของจิตอาสาคือ จิตสำนึกที่ดี ไม่ใช่ความโลภ
ฝากถึงประชาชนที่ตั้งใจทำบุญว่า ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนบริจาค เพราะหากรู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายมีประวัติไม่น่าไว้วางใจแล้วยังสนับสนุน ก็ไม่ต่างจากการส่งเสริมให้มิจฉาชีพมีช่องทางหากิน พร้อมยกตัวอย่างหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เห็นว่า บางครั้งคนที่สังคมมองว่าดีที่สุด ก็อาจไม่เป็นอย่างที่เห็น

มีประเด็นดราม่าในวงการกู้ภัย ?
“เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เข้าไปอ่านอะไรมากมาย ก็ตาม ๆ อยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราในฐานะรุ่นพี่ในยุคของเรา ตัวต่ายเองเราไม่เคยไปทำสิ่งตรงนั้น ทำไมจะต้องทำให้เสียชื่อเสียงขององค์กร แล้วมันไม่ใช่แค่องค์กรและหน่วยงาน มันคือระดับประเทศ มันควรจะจบไปได้แล้วเรื่องอะไรแบบนี้ ก็อยากจะให้ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องทำให้มันถูกต้องสักที มันจะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื้อรัง จนเราเลขห้าแล้วเนี่ย ปัญหายังมีอยู่เหมือนเดิม”
จริงๆ เรื่องนี้มีมานานแล้วใช่ไหม ?
“มันเป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว แต่ว่าในยุคนั้นอาจจะไม่ได้ถึงขนาดยุคนี้ โซเชียลไม่มี ตอนนี้เวลาเราจะทำอะไร มันเหมือนมีกล้องอยู่รอบตัวไง ทุกคนอย่าคิดว่าไม่มีใครเห็น ถึงแม้จะไม่มีใครเห็น แต่ตัวเราเองย่อมรู้ดีที่สุด ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ทำอะไรลงไปแล้วบอกว่าตัวเองเป็นคนดี ถามจริงๆ เถอะคนดีที่ไหนเขาทำกันแบบนี้”
เคยเจอกับตัวไหม ?
“หลายปีมาแล้วต่ายเคยเจอคนถือสมุดแฟ้มมาแล้วบอกว่ามาจากมูลนิธิร่วมกตัญญู ถามว่าบริจาคไหม เราก็เหวอเลย ที่ไหนนะ เขาก็บอกว่าจากมูลนิธิเรานะ ให้บริจาคโลง ซึ่งจริงๆ ของเรามันไม่มีแบบนี้อยู่แล้ว โลงเราก็ให้ฟรีอยู่แล้ว ถ้าอยากไปบริจาคก็ไปบริจาคที่หัวลำโพง หรือว่าสำนักงานใหญ่
เขาก็โป๊ะสิ อันนี้เจอกับตัวเลย ก็อยากจะบอกว่าอย่าหาทำเลย แต่ทีนี้มองอีกมุมนึง โลกทุกวันนี้ต้องมองสองมุมแล้วแหละ บางคนก็ถามว่าแล้วอย่างนี้เขาจะเอาค่าน้ำมัน ค่าที่ไหนมากิน คือมันทำได้ ทุกวันนี้มันทำได้แต่คุณก็ควรจะทำให้มันอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ทำให้ถูกต้อง ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันถูกต้องทั้งๆ ที่มันไม่ถูกต้อง แล้วคุณจะเป็นต้นแบบให้สังคมแล้วคุณจะเรียกตัวเองว่าจิตอาสาได้ยังไง”
วิธีป้องกันจะบอกประชาชนคนที่จะบริจาคยังไง?
“ก็เข้าใจนะคนที่บริจาคเขาจะมีมุมมองสองมุมว่า หนึ่งบริจาคไปแล้วไม่เป็นไร อันนี้มุมมองของเขานะ แต่ถ้าเรารู้ว่าเขามีประวัติ แล้วเรายังไปบริจาค มันไม่ต่างกับการยื่นมีดให้โจรอ่ะ อันนี้มุมมองของต่ายนะ แต่เขาก็มองว่าเงินเขา แต่ต้องลองคิดดูอีกที กับคนที่เห็นว่าบริจาคไปแล้วอ้าว เขากลายเป็นแบบนี้หรอ อันนี้ก็ให้เอามาเป็นอุทาหรณ์เป็นประสบการณ์ อย่างข่าวของหมอบีที่เราเห็นกันมา คนที่เราเห็นว่าเป็นคนดีที่สุด ณ ปัจจุบันในความจริงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นก็ได้ เมื่อก่อนเราจะเชื่อคนจากการกระทำไม่ใช่คำพูด แต่ทุกวันนี้เราก็เห็นคนทำดีแต่สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ ไม่ได้หมายความว่าให้หยุดการทำดีนะ เอาง่ายๆ อย่างทุกวันนี้ AI เราก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่ใช้ในทางที่เป็นมิจฉาชีพ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือตัวเราเอง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ การจะบริจาคหรือการจะเชื่อใจใคร ไม่โลภ ไม่หลง ไม่ตกเป็นเหยื่อ”

ประสบการณ์ที่เราได้เจอมามิจฉาชีพในคราบจิตอาสา มีเยอะไหม?
“ถามว่ามันมีเยอะไหม ตัวต่ายเองก็ไม่ได้ไปเจอกับตัวเขาหรอก แต่บางทีก็มีน้องๆ มาเล่าให้ฟัง เราก็มีความรู้สึกว่ามันไม่โอเคเลย เพราะว่ามันไม่สมควรที่จะเรียกตัวเองว่าจิตอาสา ต้องเรียกว่ามิจฉาชีพมากกว่า เอาอย่างนี้ดีกว่ามันไม่ได้เฉพาะวงการกู้ภัยหรอก ต่ายว่ามันมีทุกวงการ ไม่ว่าจะวงการไหนก็แล้วแต่บนโลกใบนี้ มันก็จะต้องมีคนแบบนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมชาติในสังคม แต่สิ่งสำคัญคือสังคมมันไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล
อย่างทุกวันนี้เราก็จะเห็นว่าคนไทยพอมีเรื่องอะไรอย่างนี้ เมื่อก่อนเราจะเห็นคำว่าไทยมุง แต่ทุกวันนี้น้ำใจของคนไทยมันพัฒนาไปเยอะ เทคโนโลยีพัฒนาไปแล้ว จิตใจเราก็ต้องพัฒนาด้วย เราไม่อยากเห็นข่าวอะไรที่มันหดหู่ ไม่อยากเห็นข่าวคนไทยโดนหลอก”
เราจะมีการคัดกรองจิตอาสายังไง ?
“จริงๆ แล้วมันมีการคัดกรองเยอะเลยค่ะ แต่ทีนี้ถามว่ากี่ร้อยกี่พันคน ในองค์กรมันดูแลไม่ทั่วถึงหรอก”
มันจะมีคำว่าเดี๋ยวนี้คนดีก็เปลี่ยนไปด้วย ?
“ถูกต้อง อย่างข่าวที่เราเห็นบางทีเราก็ได้แต่ โอ๊ะ ห๊ะ จริงหรอ คนที่ดีจริงๆ สุดท้ายแล้วเป็นยังไง เงินที่บริจาคไปบางคนมีเงินอยู่ 100 แต่บริจาคทำบุญไป 50 หรืออาจจะเป็นน้ำพักน้ำแรงที่เป็นเงินก้อนสุดท้ายของเขาก็ได้แต่เขาอยากทำบุญ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องใช้สติให้เยอะๆ”
ทุกวันนี้ใช้คำว่าใครก็ก้าวเข้าไปเป็นกู้ภัยได้มั้ย ?
“มันไม่ถึงขนาดใครก็ก้าวเข้าไปเป็นกู้ภัยได้ เพราะทุกวันนี้มันต้องมีการอบรม อย่างถ้าเป็นกู้ชีพก็ต้องมีการเรียน EMT-B ต้องไปสอบ คือไม่ใช่ว่าใครจับฉลากก็มาเป็นได้”
จะมีมาตรการการตรวจสอบความโปร่งใสยังไง?
“อันนี้เขาก็จะมีกรรมการ อย่างมูลนิธิแต่ละที่ก็จะมีกรรมการและผู้ใหญ่ที่ช่วยดูแล ทั้งนี้ทั้งนั้นทั่วประเทศไทยมันดูแลกันไม่ทั่วถึงจริงๆ เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องมีจิตใต้สำนึก อันดับแรกถ้าคิดว่าตัวเองยังไม่มีสามัญสำนึกที่ดีพอ ก็อย่าก้าวเข้ามาในวงการกู้ภัยเลยดีกว่า หรือบางคนก็ดีอยู่แล้วนะ แต่พอเข้ามามันมีความโลภ อันนี้อาจจะเป็นทุกวงการ ไม่เกี่ยวกับกู้ภัยหรอก กู้ภัยบางทีมันเป็นแค่เฉพาะบุคคล พอทะเลาะกันมันก็เสียทั้งวงการ ทำอะไรก็อยากจะขอให้ใช้สติแล้วคิดให้ดี”.