เป็นคู่พาร์ตเนอร์คู่ใหม่ของค่ายดูมันดิที่ดูเข้าขา สำหรับ ‘คอปเปอร์’ ภูริวัจน์ โชติรัตนศักดิ์ และ ‘ฟีฟ่า’ ธนัช โอสายไทย โดยวันนี้ทั้งคู่ได้มาพูดคุยถึงชีวิตการทำงาน และเป้าหมายที่อยากทำ

ฟีฟ่าตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่ อายุเลข 2 แล้ว?
ฟีฟ่า – “ครับ อายุ 20 ปีเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมโตแล้ว เลขนำหน้าเป็นเลขสองแล้ว รู้สึกว่าต้องทำตัวให้โตขึ้นแล้ว”
เรื่องไหนที่ทำให้รู้สึกเป็นผู้ใหญ่?
ฟีฟ่า – “ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าเป็นพาร์ตงานผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่เต็มที่กับงานทุกงานอยู่แล้ว คือผมเป็นเด็กฝึกมาตั้งนานแล้ว ก็ต้องมีวินัย การฝึกซ้อม ก็ได้จากตรงนั้นมา แล้วพอมาทำงานจริงๆ ก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราทำมาอยู่แล้ว ไม่ได้ยากเกินไปที่ต้องปรับตัว ในด้านงานผมโอเค”


ได้ลองถามพี่เปอร์ไหมว่าตอนเขาก้าวเข้า 20 เป็นยังไง?
ฟีฟ่า – “เป็นยังไงครับ (ถามคอปเปอร์)”
คอปเปอร์ – “ในหัวผมแค่รู้สึกว่าพอเราเปลี่ยนจากเลขหนึ่งเป็นเลขสอง รู้สึกเหมือนชีวิตเราก้าวสเต็ปไปเลยนะ เปลี่ยนแปลงชีวิตไปเลขสอง เป็นยี่แล้ว ไม่ใช่สิบ ด้วยภาระหน้าที่ที่ตามมาด้วย เช่น ขึ้นมหา’ลัย หรือการที่เราต้องมีความคาดหวังของหลายๆ ที่ อาจจะเป็นจากครอบครัว จากตัวเอง ก็มีการกดดันขึ้นมา ถ้าจะให้แนะนำน้อง ใช้ชีวิตแบบเอ็นจอย เครียดได้ แต่อย่าลืมเอ็นจอยชีวิตด้วย”

มีเป้าหมายอะไรไหมฟีฟ่า?
ฟีฟ่า – “จริงๆ ผมไม่ได้วางเป้าหมายชัดเจน หรือสูงขนาดนั้น ผมรู้สึกว่าทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ ถ้าเราทำให้ดีที่สุด อะไรใหม่ๆ ดีๆ ก็จะเข้ามาเองเรื่อยๆ ถ้าเราไปคาดหวังไว้เยอะเกิน และเราทำไม่ได้ขึ้นมาก็จะผิดหวังท้อ อะไรอย่างนี้ ผมเลยไม่ค่อยรู้สึกผิดหวังหรือท้อขนาดนั้น เพราะผมทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่ได้คาดหวังอะไรที่มันมาก”
คอปเปอร์อยู่กับน้องมาซักพัก มีอะไรที่ยังเป็นห่วงน้อง หรืออยากจะแนะนำ?
คอปเปอร์ – “จริงๆ ผมชอบความที่ฟีฟ่าเป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว น้องเป็นแบบนี้ที่ทุกคนเอ็นดูน้อง ผมอยากให้น้องรักษาสิ่งนี้ไว้ยิ่งเราอยู่ในวงการจะมีการหล่อหลอม หรือการที่เราเปลี่ยนไปตามสิ่งรอบตัว ก็อยากให้น้องรักษาตรงนี้ไว้ เพราะเป็นเสน่ห์ที่ทุกคนชอบฟีฟ่ามากๆ”

ตอนนี้คอปเปอร์เรียนจบแล้ว?
คอปเปอร์ – “ครับ หลังจากที่ผ่านการเรียนอย่างทรหดมา โครงการที่เรียนคือเรียนไทยสองปี และเรียนอังกฤษสองปีก็เหนื่อยในแบบของมัน เรียนวิศวะด้วย ที่จะบอกคือจบซักที และก็มีโอกาสกลับมาได้ทำอะไรหลายๆ อย่างแล้ว ก็ขอบคุณฟีฟ่าที่รอผม ไม่ใช่ใครที่จะรอเราได้ในหลายๆ เดือน ที่เราติดภารกิจทางการศึกษา ดีใจที่มีน้องอยู่ตรงนี้ครับ”
ระหว่างทางบินไปกลับไทยอังกฤษ ท้อบ้างไหม?
คอปเปอร์ – “รู้สึกมีความเหนื่อยของมัน แต่ก็รู้สึกว่าเราอยากทำจุดนี้เหมือนกัน เราอยากจะทำทุกอย่างในชีวิตนี้ อยากทำให้คุ้ม เช่น การที่เราได้บินมาถ่ายรายการ DMD Friendship the Reality, The THIRD Chapter อะไรพวกนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นโอกาสในชีวิตที่ไม่อยากปล่อยไป เอาจริง ผมบินมากกว่า 20 รอบแล้วไปกลับอังกฤษอ่ะ”

ภูมิใจในตัวเองแค่ไหน?
คอปเปอร์ – “ระดับนึงครับ ทั้งเรียนจบ ทั้งได้มายืนจุดนี้อีกครั้ง และหลายๆ อย่างพร้อมกัน มันดีใจครับ”
ฟีฟ่าภูมิใจในตัวพี่เปอร์แค่ไหน?
ฟีฟ่า – “ผมภูมิใจ ผมรู้สึกว่าเขาเก่งจริงๆ เขาเรียนแล้วก็ทำงานไปด้วย ควบคู่กันทั้งสองอย่าง มันไม่ใช่แค่เรียนในไทย มันเรียนที่ต่างประเทศ เก่งมากเลยครับ”
คอปเปอร์ – “พี่ลอยแล้ว (หัวเราะ)”
กรผกา ธีระจารุวรรณ