หนุ่ม กิติกร มั่นใจ “รสแลกเงิน” รายการแรกของไทย ท้าเชฟลดการปรุง แลกเงินรางวัล 5 หมื่น หวังคนดูได้ความสนุกควบคู่สุขภาพดี

สมฉายา “เจ้าพ่อเรียลลิตี้ King of Food Content” สำหรับ หนุ่ม กิติกร เพ็ญโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ล่าสุดเปิดตัวรายการ “รสแลกเงิน” โปรเจกต์ใหม่จากการจับมือ สสส. และ ช่อง 7HD ที่ตั้งโจทย์สุดท้าทายให้เชฟลดการใช้เครื่องปรุง เพื่อดึงรสชาติแท้จริงจากวัตถุดิบ พร้อมแทรกเทคนิคการทำอาหารเพื่อสุขภาพที่นำไปใช้ได้จริง

งานนี้ หนุ่ม กิติกร มั่นใจว่าเป็นรายการแรกของประเทศไทย และอาจเป็นรายการแรกของโลกที่ให้เชฟ “ปรุงน้อยที่สุด” เพื่อแลกกับเงินรางวัลและสุขภาพที่ดีของคนดูไปพร้อมกัน

คอนเซ็ปต์รายการ รสแลกเงิน เกิดขึ้นยังไง? “จริงๆ แล้วเราได้คุยกับทางสสส.และทางช่อง 7 ทางสสส.อยากให้ทำรายการที่ให้ประโยชน์และให้ความรู้เรื่องการรับประทาน เพราะปัจจุบันปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่เกี่ยวกับการกินทั้งนั้นเลย บางทีการปรุงเยอะเกินไปมันส่งผลเสียต่อร่างกาย เราเลยอยากทำรายการที่ทำให้คนเห็นว่าการปรุงน้อยลงก็ทำให้อาหารอร่อยได้ด้วยตัวมันเอง และเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี

ตรงนี้ก็เป็นจุดที่น่าสนใจและมีความท้าทาย เพราะปกติเชฟจะปรุงตลอด คราวนี้ลองมาดูซิว่าถ้าเชฟไม่ปรุงจะทำยังไง ทำให้เชฟแต่ละคนที่ปกติจะมือหนักต้องมาลดการปรุงของตัวเอง แต่ต้องหาเทคนิคอื่นๆ ที่จะมาช่วย เช่น ต้องหาวัตถุดิบประเภทที่เป็นผักมาทำให้มันหวาน ซึ่งจะใช้ความหวานเหล่านั้นแทนน้ำตาล หรือถ้าอยากได้ความเค็ม แทนที่จะใส่น้ำปลาเยอะๆ ก็อาจจะใช้สาหร่ายทะเลเพื่อเร่งรสอูมามิแทน เราอยากให้คนดูเห็นเทคนิคเหล่านี้ว่าการลดปรุงแต่ยังอร่อยทำได้อย่างไร”

ตอนที่เชฟทราบเงื่อนไขนี้มีอาการเครียดหรือกังวลกันบ้างไหม? “เขาก็มีงงกันบ้างว่าจะทำยังไงดี แต่พอทุกคนรู้ว่ามีเงินรางวัล 50,000 บาทก็โอเคกันหมดครับ แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือผมขายน้ำตาลในรายการราคาสูงถึง 15,000 บาท แต่ทุกคนก็เต็มที่ พยายามไม่ซื้อและดึงรสชาติจากวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด”

แล้วได้ลองชิมรสชาติอาหารที่ลดเครื่องปรุงหรือยัง? “ถ้าผมทำเองเนี่ยกินไม่ได้แน่นอนครับ(หัวเราะ) แต่พอเป็นเชฟทำ เขาจะมีเทคนิคที่น่าทึ่งมาก เขาสามารถอธิบายได้ว่าทำอย่างไรให้หวานหรือเค็มขึ้นโดยไม่ใช้เครื่องปรุงเยอะ ผมคอนเฟิร์มเลยว่าอาหารจืดหรือปรุงน้อยก็อร่อยได้ ถ้าเรารู้จักสร้างสมดุลของรสชาติ

แต่ถ้าดูรายการนี้แล้วไม่ทำตามสุขภาพก็คงไม่ดีขึ้น ฉะนั้นดูแล้วลองไปทำตามในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำได้ เชื่อว่าแค่เปลี่ยนวันละนิดชีวิตจะดีขึ้น เพราะว่าในแต่ละตอนของรายการจะมีโจทย์เช่นว่าอาหารสำหรับผู้ที่ใกล้จะเป็นโรคเบาหวาน หรืออาหารสำหรับคนที่เป็นโรคอ้วน หรืออาหารสำหรับคนที่เป็นความดันสูง

แต่ละตอนโจทย์จะไม่เหมือน อย่างผู้สูงอายุหลายคนเข้าใจว่าต้องกินแต่ของอ่อนๆ อย่างโจ๊ก แต่จริงๆ ลืมนึกไปว่าคนสูงอายุต้องกินโปรตีนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เชฟก็ต้องแก้โจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้มีโปรตีนครบและรสชาติดีภายใต้ข้อจำกัดของเครื่องปรุงครับ”

กติกาการตัดสินเป็นอย่างไร? “เราตัดสินที่ความอร่อยอย่างเดียวเลย เพราะเรื่องปริมาณเครื่องปรุงเรากำหนดไว้ให้หมดแล้ว ถ้าใครอยากได้เพิ่มต้องซื้อเอา ซึ่งส่วนใหญ่เชฟจะไม่ค่อยซื้อเพราะไม่อยากเสียเงินเยอะ เรามาดูกันว่าภายใต้สภาวะที่ไร้เครื่องปรุงหรือเครื่องปรุงที่น้อย ใครจะทำออกมาได้อร่อยกว่ากัน

ซึ่งในแต่ละตอนจะมีผู้ชนะเลย รายการมีทั้งหมด 20 ตอน ผู้เข้าแข่งขันเป็นเชฟจากรายการที่เราคุ้นเคยกันดี ทั้งจาก MasterChef, Top Chef หรือรายการพ่อค้าซ่าแม่ค้าแซ่บ คือเป็นคนที่ที่อยู่ในรายการเราเป็นส่วนใหญ่ อาจจะมีคนที่อยู่นอกรายการเราบ้างมาผสมกัน เพื่อที่จะทำให้อาหารต่างๆ มีความหลากหลาย โจทย์จะมีความหลากหลายตั้งแต่ Street Food ไปจนถึง Fine Dining เลยครับ”

คาดหวังกับรายการนี้ยังไงบ้าง? “อย่างแรกคือคาดหวังให้รายการนี้เป็นที่รู้จัก แล้วก็ให้ประโยชน์กับคนดูได้มากที่สุด รายการจะออกอากาศวันแรก วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมนี้ เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7 จะเปลี่ยนหมุนเวียนเชฟไปเรื่อยๆ ในทุกตอน คนดูจะได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ที่ทำอาหารภายใต้โจทย์ของการลดปรุง แล้วออกมามีความอร่อย กินได้จริง และสามารถทำตามได้”

คอนเซ็ปต์นี้น่าจะเป็นรายการแรกในประเทศไทยไหม? “ผมมั่นใจว่าเป็นรายการเดียวในประเทศไทยที่ทำอาหารแล้วไม่ให้ปรุงหรือปรุงน้อยที่สุด หรืออาจจะรายการแลกในโลกด้วย(หัวเราะ)”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน