ซี ศิวัฒน์ เปิดใจชีวิตคู่ 21 ปี ทะเลาะกันทุกวันแต่ไม่เคยปล่อยมือ รับอยู่ในโหมดเห่อหลานหนักมาก ยังย้ำชัดไม่คิดมีลูกเอง
นักแสดงและพิธีกรมากความสามารถ ซี ศิวัฒน์ เปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ หนิง ปณิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ยอมรับทุกวันนี้เห่อหลานสาว “น้องเจมม่า” หนักมาก ก่อนตอบเปลี่ยนใจอยากมีลูกแล้วหรือยัง นอกจากนี้ หนุ่มซี ยังเม้าธ์ภรรยา เอมี่ กลิ่นประทุม ดื่มเก่งจนได้ดี ใช้ชีวิตคู่ 21 ปี มีเรื่องทะเลาะกันทุกวัน พร้อมเผยเส้นทางการเป็นพิธีกรผ่านจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต
หลานสาว น้องเจมม่า ตอนนี้มาอยู่ที่บ้านเลย? “จริงๆ ผมก็มีหลานเหมือนกัน แต่นี่เป็นความใกล้ชิดที่ค่อนข้างมากกว่าปกติ เราได้เห็นเขาตั้งแต่แรกเกิด อยู่ด้วยกันก็มีความใกล้ชิด เพราะพี่มี่สนิทน้องชาย ผมเห็นแล้วรู้สึกว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงามที่สุดในโลก แม้ว่าไม่ใช่ของเราเองก็ตาม เด็กคนนี้คืออะไร ทำไมเรามองเขาได้ทั้งวัน”
อาจเพราะไม่ได้มีลูก พอเขาเข้ามาแล้วก็เติมเต็ม? “ไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มีเป็นของตัวเอง ผมไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน ผมมองหน้าหลานแล้วน่ารักไปหมด จะเอาอะไรบอกมาเลยลูก เป็นของขวัญที่ไม่รู้ว่าพระเจ้าหรือเทวดาให้มา เราก็ให้พ่อแม่เขามาอยู่บ้านเราเลย ห้องที่ทำก็ทำให้หลาน ไม่ได้อยากพลาดสักช่วงเวลาไหนเลย เพราะเขาโตเร็วมาก”
ดูพร้อมมาก? “พร้อมมาก มีอย่างเดียวคือไม่มีลูกเอง อย่างอื่นได้หมดเลย (ทำไมถึงไม่มีลูกเองไปซะเลย?) คุยกันแล้ว ผมรู้สึกว่าความอยากเราอยากมีลูกอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าอยากแล้วทุกอย่างมันจบ คนเป็นพ่อสบายกว่าคนเป็นแม่เยอะ แม่ต้องรับภาระหลายๆ อย่าง ผมไม่อยากผลักภาระให้ภรรยา ไม่ใช่บอกว่าอยากมีลูกๆ แล้วจบกัน มีลูกให้หน่อย
ครอบครัวที่มีความสุข หรืออยู่กันสมบูรณ์แบบไม่จำเป็นต้องมีลูกก็ได้ การที่เราอยู่กันสองผัวเมียแล้วได้เห็นหลาน ผมก็มีความสุข วันนี้ผมเจอจุดที่มีความสุขที่สุดได้แล้ว หลานมาอยู่บ้านผม ผมไม่มีหน้าที่เลี้ยงเขาให้เป็นคนดี หน้าที่เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี คือหน้าที่พ่อแม่เขา ผมมีหน้าที่เอาความสุขจากหลานอย่างเดียว ผมอยากเล่นกับหลานเมื่อไหร่ผมก็ไปเล่น”
อยากลองคุยใหม่อีกรอบไหม ความคิดอาจเปลี่ยนไป? “ไม่จำเป็น ไม่ต้องคุยเลย ผมกับพี่มี่ตกลงชัดเจนอยู่แล้ว เราก็มีความสุขแบบนี้ คิดดูตอนนี้ผม 44 ถ้าลูกผมอายุ 18 ผมอายุเท่าไหร่แล้ว ลูกผมรับปริญญา ผมไม่นั่งรถเข็นแล้วเหรอ วันนี้ผมจะไปไหนกับเมียผม จะไปปาร์ตี้ พี่ก็รู้เมียผมเวลาปึ้งป้างๆ ไม่ต้องห่วงใครแล้ว เราก็มีความสุข ไม่ต้องกลับมาจุดนั้นแล้ว”
กว่าจะตัดสินใจถึงจุดที่ไม่มีแล้วแน่นอน คุยกันกี่รอบ? “คุยจริงๆ ประมาณรอบสองรอบ เราคุยกันว่าโอเคยู จริงๆ ใช่มั้ย เขาบอกจริงๆ ผมก็ต้องมานั่งตกตะกอนกับตัวเองว่าต่อไปยังไงดี เพราะสุดท้ายแล้ว ความสุขในชีวิตผมไม่จำเป็นต้องเป็นลูกไง การที่เราได้อยู่กับคนที่เรารักที่สุด ก็คือเขา ฉะนั้นอะไรที่เป็นความสุข ผมก็มีความสุขได้เช่นเดียวกัน”
เถียงกันทุกวัน คอนเทนต์หรือทะเลาะจริง? “ทะเลาะจริงครับ ไลฟ์ก็ทะเลาะกันตลอด เราเป็นทุกอย่างให้กัน เราไม่ใช่แค่สามีภรรยา เราเป็นเพื่อนกันด้วย เป็นเจ้าของบริษัทด้วย เราเป็นเพื่อนสาวกันด้วย หมายถึงเราคุยกันได้ทุกเรื่อง เรามีหมวกหลายใบ ปกติก็คุยเล่นกัน แต่พอเวลาทำงานก็ไปอีกเวลนึง ก็เป็นแบบนั้น”
เคยพูดว่าชีวิตคู่ยิ่งอยู่ด้วยกัน ยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ? “หลายคนบอกอยู่ไปเรื่อยๆ มันจะง่ายขึ้น สมัยก่อนเป็นอย่างนั้น แต่สมัยนี้แตกต่างจากสมัยก่อน ด้วยความที่โซเชียลมีเดียก็มา เรามีความอินดิเพนเดนต์มากขึ้น พออยู่ด้วยกันไปนานๆ มันจะยากขึ้น เพราะอีโก้คนเราจะแสดงออกกับคนใกล้ตัวมากที่สุด
เราจะให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าคนใกล้ตัว มันจะยากก็ต่อเมื่อคุณลืมบางสิ่งบางอย่าง คนที่คุณควรแคร์ที่สุดคือคนที่อยู่ข้างคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะดีจะเลว คนๆ นี้จะอยู่ข้างๆ คุณ พอคนมันลืมตัว อคติจะเพิ่มขึ้น ความเกรงใจจะน้อยลง พอเป็นแบบนั้นมันจะยากขึ้น เพราะว่าเขาจะทำแบบนั้นซ้ำๆ
ฉะนั้นต้องไม่ลืมจุดเริ่มต้นของกันและกันว่าการเดินทางความรักของเรากว่าจะมาถึงจุดนี้ มันต้องดูแลหัวใจซึ่งกันและกัน เรื่องเล็กน้อย การบอกรัก การสัมผัส การฟัง ก็ควรที่จะไม่ลืม คุณไม่ควรให้ความสำคัญคนอื่นมากไปกว่าคนที่อยู่ใกล้ตัวเรา”
เอารางวัลสามีแห่งชาติดีเด่นไปเลย? “พูดตรงๆ ว่าผมก็ยังตีกับเมียทุกวัน แต่ผมเมื่อ 21 ปีที่แล้วกับปัจจุบันนี้ คนละคนกันเลย มันเกิดจากการแก้ไข ประสบการณ์การเดินทางของเราสองคน ที่เราไม่เคยหยุดแก้กันเลย”
ไม่เคยปล่อยมือกัน? “ถูกต้อง ผมมีทั้งช่วงดีและช่วงเลวที่สุดเหมือนกัน แต่ว่าเรายังเปิดโอกาส ให้อภัยซึ่งกันและกัน ผมว่าคนเราเปลี่ยนไม่ได้หรอก แต่เราเลือกที่จะปรับ ถ้าเราจะใช้ชีวิตคู่กับพาร์ตเนอร์ของเราไปตลอดชีวิต คำว่าคู่มันไม่ใช่เราคนเดียวไง แต่มีเขาด้วย”
จุดเปลี่ยนอีกจุดที่ทำให้ความคิดเปลี่ยน คือช่วงมาเป็นพิธีกร? “น่าจะเป็นสิ่งสำคัญเลย คือการเป็นพิธีกร เราต้องฟังมากกว่าพูด พอเราได้ฟัง แปลว่าเราจะได้เห็นและเรียนรู้ชีวิตคนมาก ผมว่าพิธีกรเป็นอาชีพเดียวในโลกเลยสำหรับผมที่จะทำให้เราได้พบปะผู้คน ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ หรือเรื่องราวชีวิตที่ผ่านฟีลเตอร์ที่เขากลั่นกรองมาให้เราแล้ว
ฉะนั้นพิธีกรเป็นอาชีพเดียวที่ทั้งเลี้ยงชีวิตเราด้วย และสร้างชีวิตเราด้วย เลี้ยงชีวิตคือให้รายได้ สร้างชีวิตคือพอเราได้คุยกับคนเยอะขึ้น เราได้เจอคนดีๆ มันสร้างชีวิตเราคือทำให้เรากลายเป็นคนดีขึ้นไปในตัวด้วย ไม่มีขาดทุนเลย เลยทำให้เราได้คิดมากขึ้นได้โตขึ้น
เป็นคนที่ถูกกล่าวขานในวงการพิธีกรมากๆ คือได้ทำงานแทนพี่ตา ปัญญา? “จริงๆ ไม่ขนาดนั้น ตอนนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยว ผมเพิ่งเดินเข้าไปในบริษัทเวิร์คพ้อยท์ แล้วผมบอกว่าผมอยากเป็นพิธีกรที่เก่งกว่านี้ ผมไม่ได้มองที่อื่นเลย ผมรู้สึกว่าเวิร์คพ้อยท์คือที่เดียวที่จะให้ผมผมพัฒนาตัวเองในแง่มุมพิธีกรมากกว่านี้ได้ ผมก็มาของผมแบบนี้
ตอนนั้นเวิร์คพ้อยท์มีรายการอะไรให้ผมทำ ผมทำทุกอย่างเลย ตอนได้โอกาสไปทำชิงร้อยชิงล้าน หลายคนบอกว่าเฮ้ย! จะโดนเปรียบเทียบหรือเปล่า กังวลมั้ย ผมตั้งมายด์เซ็ตตัวเองไว้ว่า คนเราจะเก่งได้ อย่ารู้เยอะ ต้องทำเยอะๆ เดี๋ยวเก่งเอง เปรียบเทียบไปเลย ทุกคนมีสิทธิ์เปรียบเทียบ
แต่เป้าของผม การที่ผมจะเก่งได้ ผมต้องไปอยู่กับคนเก่งเท่านั้น แล้วผมจะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่จะได้ไปทำงานกับพี่ใหญ่ของเรา พี่หม่ำ พี่เท่ง พี่โหน่ง ผมไม่ได้เข้าไปเพื่อแทนพี่ตา ไม่มีใครในโลกนี้สามารถแทนกันและกันได้ แต่อย่างน้อยหน้าที่ของผมคือผมจะเข้าไปทำหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการชิงร้อย ในฐานะซี ศิวัฒน์ซึ่งก็ไม่มีใครไปแทนผมได้เช่นเดียวกัน”
คำว่าดื่มจนได้ดี คือยังไง? “จริงๆ ผิดนะ คนที่ดื่มจนได้ดีคือเมียพี่ หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่มี่เขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่สมัยเป็นนางเอกกันตนาแล้ว แต่คนไม่รู้ว่าเขาเป็นสายนี้ เมื่อก่อนเราปิดกล้องเราก็ไปรวมตัวกัน เจอกัน แต่เมื่อก่อนไม่มีโซเชียลมีเดีย”
เขาดื่มแต่ไม่ได้เละเทะ? “เละ เอามาจากไหนไม่เละ เขาปีนโต๊ะ แปลงร่าง เมียพี่เป็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่พอเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย พี่ก็เลยอยากให้ทุกคนรู้ว่าเมียพี่โทษนะเขาเป็นคนกวนตีx อยากให้คนอื่นได้เห็นด้วย พอมีโซเชียลมีเดียทุกคนก็ได้เห็น จริงๆ นางไม่เคยเปลี่ยนนะ นางเป็นแบบนี้มานานแล้ว”
ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมา 21 ปี ไม่ค่อยเห็นบอกรักกัน? “จริงๆ บอกรักเมียตลอดนะ เพราะสิ่งที่แน่นอนที่สุดในโลกใบนี้คือความไม่แน่นอนเลย พี่สูญเสียคุณพ่อคุณแม่ไป วันนี้สิ่งที่โหยหาที่สุดคืออยากให้เขาอยู่กับเราตรงนี้ ฉะนั้นอะไรเล็กๆ น้อยๆ ผมก็เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนนะครับ บอกรักคนที่คุณรักทุกวัน รักนะจ๊ะเมียจ๋า”
ติดตามชมรายการ คุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama









