ตงตง กฤษกร เล่นซีรีส์วายครั้งแรก ยอมออกจากกรอบเดิม เผยฉาก NC คุยขอบเขตชัดเจน เปิดใจเคมีคู่ ‘บอส ภัทการต์’ ความรู้สึกเริ่มมากกว่าคำว่าพี่น้อง
นักแสดงหนุ่ม ตงตง กฤษกร เปิดใจเส้นทางใหม่กับการเล่นซีรีส์วายเต็มตัวครั้งแรกใน “NOUR The Series”(นูร์) ยอมรับเป็นประสบการณ์ที่ได้ก้าวออกจากกรอบเดิม พร้อมชื่นชมผู้กำกับที่เปิดพื้นที่ให้นักแสดงพูดคุยขอบเขตการถ่ายทำฉาก NC อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ตงตง ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง ข่าวสดบันเทิง ในงานแถลงข่าว WeTV Original “NOUR The Series” (นูร์) ที่ Quartier CineArt ชั้น 4 ศูนย์การค้า EMQUARTIER
โดยเผยถึงการทำงานกับ บอส ภัทการต์ ครั้งแรก ก่อนความสัมพันธ์นอกจอค่อยๆ พัฒนา จากที่มองเป็นเพียงน้องชาย กลายเป็นคนที่กล้าพูดความในใจและมีหลายโมเมนต์ที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกทัชใจ นอกจากนี้ ตงตง ย้ำด้วยว่าไม่ได้คาดหวังว่าซีรีส์จะต้องพีกแค่ไหน ขอเพียงทำผลงานให้เต็มที่ที่สุดและไม่ทำให้ตัวเองต้องเสียใจภายหลัง พร้อมชวนติดตามซีรีส์เริ่มตอนแรก 25 สิงหาคมนี้ ทาง WeTV เท่านั้น
ซีรีส์วายเรื่องแรกเป็นยังไงบ้าง? “ตื่นเต้นมากๆ ครับ นี่คือซีรีส์วายเต็มตัวครั้งแรกในชีวิตผม เป็นอะไรใหม่ๆ ที่ผมเพิ่งได้มาลองทำ เหมือนตัวเองได้ออกมาจากกรอบเดิม ที่เราได้ไปเรียนรู้ ฝึกฝนนำวิชา แล้วก็มาลงกับสนามนี้จริงๆ จะไม่ได้เหมือนอยู่ในบ้านแล้ว คือเราออกมาข้างนอกได้มาเจอคนใหม่ๆ แล้วก็เจอวิธีการใหม่ๆ เราก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้และเราก็ต้องเก่งมากๆ”
ตัดสินใจยากไหมกับการเล่นซีรีส์วายครั้งแรก? “จริงๆ ไม่ยากเลย ผมได้คุยเรื่องบทก่อน คุยถึงเรื่องวิธีการถ่ายทำ และวิธีถ่ายฉาก NC ต้องบอกว่าผู้กำกับ(พี่บอส)ให้เขียนเลยว่าเราทำได้แค่ไหน คือคุยกันไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะถ่ายทำเลย ซึ่งผมว่าตรงนี้คือสิ่งที่ชัดเจนและน่าสนใจมาก รวมถึงบทดีมาก ตัวละครผมมันค่อนข้างซับซ้อนมากด้วย ทำให้ผมรู้สึกสนใจที่อยากเล่นเรื่องนี้”
ในฉาก NC ได้บอกผู้กำกับไปว่าเล่นได้ประมาณไหน? “เอ่อ…ดูในซีรีส์ดีกว่าครับ(หัวเราะ) จริงๆ ที่สบายใจได้ผมว่าก็ประมาณหนึ่งครับ สามารถที่จะแตะเนื้อต้องตัวสัมผัสกันได้ ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร และมันเป็นสิ่งที่ช่วยส่งความรู้สึกเราเหมือนกัน อันนี้คือเป็นประสบการณ์ใหม่เหมือนกัน”
ในพาร์ตของการแสดง การเล่นซีรีส์วายกับซีรีส์ปกติ มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไหม? “ผมว่ามันมีอะไรที่แตกต่างกันอยู่ ผมก็ไม่เคยเล่นกับน้องบอส(บอส ภัทการต์)เหมือนกัน แต่หลักๆ แล้วผมว่าการที่เราต้องซิงค์กันตลอดเวลา คือสุดท้ายเราต้องเห็นภาพตรงกัน เราต้องมาทำความเข้าใจกับคนคนหนึ่งที่เราจะใช้ชีวิตอยู่กับเขาตลอดทั้งเรื่องมากกว่า เพราะการจะเล่นฉาก NC ได้ มันต้องมีความสนิทกันมากๆ ด้วย”
คาดหวังแค่ไหน เพราะนักแสดงหลายคนพอมาเล่นสายวายแล้วพีกมาก คิดว่าจะมีโอกาสไปถึงจุดนั้นเหมือนกันไหม? “โอ้โห…ผมไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นเลย ผมมาทำผลงานชิ้นหนึ่งก็ทำเต็มที่มากๆ สิ่งนั้นน่าจะเป็นเหมือนผลตอบแทน เราไม่มีทางรู้แน่นอนว่าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า เรารู้เพียงแค่ว่าได้รับโอกาสมาแล้วต้องทำให้เต็มที่ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง ผมว่าเรื่องนี้ผมทำเต็มที่มากๆ แล้วครับ”
จุดไหนที่รู้สึกว่าต้องพัฒนามากยิ่งขึ้นในการเล่นซีรีส์วาย? “ผมเพิ่งเข้ามาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเลยว่าอะไรที่ต้องพัฒนาเป็นพิเศษ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทั้งเรื่องความคิด ความสามารถ และทุกอย่างที่เป็นเรา เราไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เพราะเวลาเดินไปตลอด อายุเราก็เพิ่มขึ้น ทุกวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เราก็ต้องตามให้ทันและรับสิ่งที่มันเกิดขึ้นให้ได้”
ตอนนี้พอมีคู่แล้ว ‘บอส-ตงตง’ หลายคนคาดหวังเรื่องเซอร์วิสโมเมนต์ต่างๆ เรามีกันบ้างไหม? “มีครับ มีเรื่อยๆ ไปดูใน IG ได้ ผมกับบอสค่อยๆ ทำความรู้จักกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ได้มากหรือน้อยเกินไป ค่อยๆ เรียนรู้จากการทำงาน เริ่มชวนกันไปกินข้าว ไปตามสถานที่ต่างๆ ความละเอียดของการไม่รีบร้อนมันทำให้ผมจำได้ทุกอย่างที่ไปกับบอสมา แล้วมันมีความสุขมากๆ
ตอนแรกคิดกับเขาแค่เป็นน้องชายคนหนึ่ง แต่พอได้รู้จักแล้วความรู้สึกมันเริ่มมากกว่าคำว่าพี่น้อง เรากล้าพูดในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้ พูดความในใจ เขาให้เกียรติเราและอบอุ่นมาก มีหลายเหตุการณ์ที่ทัชใจผมมากๆ”
แสดงว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำลายกำแพงเราหลายๆ อย่างเหมือนกัน? “ใช่ครับ ซีรีส์เรื่องนี้เปิดมิติให้ผมเห็นอะไรมากขึ้น รู้จักตัวเองมากขึ้น ได้ใช้ชีวิตละเอียดขึ้น ผ่านทั้งเรื่องดีและไม่ดีจนทำให้เราโตขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่เปิดประสบการณ์การแสดง แต่มันเปิดหลายอย่างในตัวผมด้วย”
ฝากผลงานซีรีส์วายเรื่องแรก? “ผมขอฝาก NOUR The Series(นูร์) เป็นซีรีส์วายเรื่องแรกที่ผมเล่นเต็มตัวจริงๆ ตั้งใจมากๆ รวมถึงนักแสดงคนอื่นๆ ทั้งพี่เต้ย(พงศกร), น้องบอส, น้องภูมิ(ชวัลวัฒน์), ลิตเติ้ล(สิรวิชญ์), อัลธอน ผู้กำกับก็เต็มที่มาก ทุกคนมีเดิมพันที่สูงมากๆ เราไม่รู้หรอกว่าจะสำเร็จไหม แต่เราทำเต็มที่กันทุกคน ไม่อยากให้พลาด ติดตามได้ที่ WeTV 25 ส.ค.นี้เริ่มตอนแรก เวอร์ชั่น Uncut ก็ดูได้ที่ WeTV เช่นกันครับ”





