โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมานานถึง 12 ปีแล้ว สำหรับนักแสดงมากฝีมือ ‘ต่อ’ ธนภพ ลีรัตนขจร ซึ่งตอนนี้กำลังมีผลงานภาพยนตร์ “Her in Frame เธอในภาพนั้น” ที่กำลังฉาย และซีรีส์ “โกโบริ” ของช่องวัน 31 ที่รอเปิดกล้อง

อาทิตย์ใส

โดยวันนี้เจ้าตัวได้มาพูดคุยถึงมุมมองชีวิตและมุมมองทางด้านความรักที่เปลี่ยนไปตามวัย รวมถึงการคัดกรองคนที่จะเข้ามา อีกทั้งยังเล่าถึงตอนแรกๆ ที่เข้าวงการมาใหม่ๆ และเป้าหมายต่อไปในวงการบันเทิง

อาทิตย์ใส

♦เข้าวงการมา 12 ปีแล้ว?

ต่อ – “ครับ จริงๆ มันคือการครบ 1 เซอร์เคิลพอดี ผมว่ามุมมองผมเปลี่ยนนะ ต้องใช้คำว่าเจอมาเยอะ ประสบการณ์ค่อยๆ สั่งสม สิ่งที่ยืนยันคำเดิมคือรู้สึกว่านักแสดงเป็นอาชีพได้ ไม่ได้เป็นอาชีพที่ฉาบฉวยเหมือนที่เคยได้ยินผู้ใหญ่บอกว่าเต้นกินรำกิน แต่ผมมองว่าถ้าจะทำให้เต้นกินรำกินก็ได้ แต่ก็สามารถไม่ต้องทำอย่างนั้นได้เหมือนกัน

ผมมองว่าวงการนี้มันพิเศษ มันหล่อเลี้ยงด้วยคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการนี้ เลยเป็นวงการที่สนุกและมีวาไรตี้มาก ประมาณว่าวงการนี้กินกับอะไรก็อร่อย สมมติเราอยากทำโปรเจ็กต์ท่องเที่ยว อยู่ๆ ก็ไปผูกกับท่องอะไรแบบนั้น ปีนี้เทรนด์แบบไหนมาวงการบันเทิงไปได้หมด เรียกว่า Ready to match อ่ะ”

อาทิตย์ใส

♦ตอนเข้าวงการมาแรกๆ คิดไหมว่าจะยึดเป็นอาชีพ?

ต่อ – “ไม่ครับ ตอนนั้นเข้ามาเพราะพี่ย้ง (ย้ง ทรงยศ) ชวนมาคุยด้วยแค่นั้นเลย จริงๆ ผมไม่ใช่คนกล้าแสดงออก แต่ถ้าด้วยตำแหน่งหน้าที่ผมจะกล้า แต่ถ้าตัวจริงยังไม่ได้คอมฟอร์ตในการแสดงมากขนาดนั้น ยังขี้เขินอยู่ ตอนที่ได้แสดงครั้งแรกก็รู้สึกเลย ไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็นอาชีพได้ แต่รู้สึกว่าอยากให้มันเป็นอาชีพ ตอนแรกผมต่อต้านเรื่องการแสดงออก แต่พอถูกส่งเรียนการแสดง ซึ่งคลาสการแสดงที่มันเบสิกมากๆ เขาจะเหมือนกับพาเราเที่ยวในใจได้ไปเจอมุมต่างๆ

เมื่อก่อนผมเคยบอกครูแอ๊กติ้งคนแรกของผมคือครูบิว (อรพรรณ) ว่า “ผมร้องไห้ไม่ได้หรอก” แล้วดูทุกวันนี้สิเละเทะ (หัวเราะ) คือเหมือนเขาพาผมไปเจออีกด้านหนึ่งที่มันก็ตัวเราเหมือนกัน จนรู้สึกว่าอาชีพนี้ในการรับรู้ของผมมันพิเศษ ผมไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเองตลอดเวลา แต่ผมสามารถสร้างพื้นที่ส่วนตัวไว้ได้ ว่าตัวเราจริงๆ เป็นแบบนี้ แต่พอเป็นการทำงานก็เลือกสิว่าอยากใช้ตัวเองเล่นหรืออยากปั้นเขาขึ้นมาใหม่ แล้วเอาตัวเราเข้าไปสวม ผมเลยรู้สึกว่ามันสนุกดี”

อาทิตย์ใส

♦ฟีดแบ็กที่ได้รับในเรื่องแรกค่อนข้างมีแต่เสียงชื่นชม?

ต่อ – “ตอนนั้นไม่คาดคิด ผมพูดจริงๆ นะว่าถ้าผมไม่ได้เห็นฟีดแบ็ก ผมก็คงไม่มีความหวังที่จะรู้สึกว่ามันจริงจังได้ แน่นอนเราทำเต็มที่ แต่มันไม่มีใครรู้ผล แล้ววันที่ผลมันออกมามันยิ่งกว่าคำว่าคอนเฟิร์มว่ามากพอถ้าแบบเวลามันสำเร็จ ผมต้องขอบคุณแฟนๆ ตั้งแต่ Day 1 เลยที่มันเกิดขึ้น มันเป็นแรงขับให้ผมรู้สึกว่าเราอยากโตขึ้น และอยากให้คนที่ดูงานเราเวลาเขาพูดกับใครแล้วมันต้องภูมิใจครับ”

อาทิตย์ใส

♦หลังจากนั้นผลงานก็ค่อยๆ ถูกยอมรับมาเรื่อยๆ สร้างความกดดันให้ตัวเราบ้างไหม?

ต่อ – “ไม่เลยครับ เพราะผมไม่ได้เป็นนักแสดงที่รู้สึกว่าตัวเองถูกยอมรับ ทุกอย่างมีสองด้าน พี่อาจจะเห็นคนละด้านกับผม แต่ก็พยายามเต็มที่ทุกครั้ง ส่วนเรื่องความสำเร็จผมไม่ได้มองสิ่งนี้เป็นพอยต์มาตั้งแต่แรก ผมรู้สึกว่าหน้าที่ที่ทำให้คนชอบไม่ใช่หน้าที่ผม และผมไม่ควรควบคุมสิ่งนี้ด้วย เพราะมันไม่ธรรมชาติ มนุษย์มีสิทธิ์จะชอบหรือไม่ชอบ ผมแค่ซื่อสัตย์กับงาน ฉะนั้นให้งานตัดสิน ชอบคือชอบ ไม่ชอบเดี๋ยวเอาใหม่ ไม่เป็นไร สู้ต่อ”

อาทิตย์ใส

♦อยู่ในวงการมา 12 ปี เจอเรื่องอะไรที่รู้สึกแย่จังเลย?

ต่อ – “อืม…จริงๆ ก็อยากพูด เพราะในชีวิตผมมีเรื่องเดียว แต่กลัวว่าพูดแล้วจะทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกว่าผมอยากรื้อมันขึ้นมาหรือเปล่า ผมพูดย่อๆ ให้ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่ผมตั้งใจทำและตั้งใจเดินหน้าต่อ ทุกวันนี้ คือต้องการทำให้ทุกคนเห็นว่าผมไม่เคยโยนปัญหาหรือภาระให้ใคร ผมต้องการการสนับสนุนอย่างจริงจังจากคนดูและแฟนๆ ผมอยากให้เข้าใจกันชัดเจนในเรื่องนี้

ผมเคยเจอปัญหาที่ดูไม่ชัดเจนและถูกเข้าใจผิดมาก่อน ผมแค่จะบอกว่าผมเต็มที่กับงานทุกครั้ง ผมเต็มที่และรักในงานของผมมาก ผมถึงกล้าออกมาพูดเวลาผมทำงานเสร็จว่าช่วยสนับสนุนหน่อย ลองเปิดใจดูก่อน อะไรประมาณนี้ครับ”

อาทิตย์ใส

♦เชื่อว่ามีคนเข้าหาเราเยอะ คัดกรองคนที่จะเข้ามาในชีวิตยังไง?

ต่อ – “ไม่ต้องกรองครับ เพราะไม่มีใครเข้ามาได้อยู่แล้ว (หัวเราะ) คนในชีวิตจริงๆ ผมมีน้อยมาก คนที่อยู่ในชีวิตจริงๆ ของผมทุกคนเขารู้ดีว่าโคตรยาก ผมเป็นคนเปิด พร้อมจะคุยกับทุกคน แต่ผมไม่เคยบอกทุกคนว่านี่คือเข้ามาในชีวิตผมได้ แล้วผมคุยเยอะด้วย แต่คนที่เข้ามาอยู่ในชีวิตจริงๆ ของผมคือคนที่ผมคุยไม่เยอะ เพราะผมรู้สึกว่าถ้าคุณได้เข้ามาในชีวิตผมแล้ว ผมได้รู้จักคุณแล้ว เรารู้จักกันแล้ว แต่ถ้าคนที่เราคุยเยอะๆ เพราะรู้สึกว่าเราต้องศึกษากันนะ

ยอมรับว่าผมผิดหวังกับคนมาเยอะ สิ่งที่ทำให้ผมต้องระมัดระวังตัวเพราะความตรงของผมเป็นข้อเสีย คนชอบพูดว่าคนพูดตรงๆ อ่ะดี ผมเพิ่งมารู้ตอนวัยนี้เลยว่าอ๋อ…พูดตรง ไม่ใช่พูดความจริงออกมาตรงๆ แต่คือพูดให้ตรงใจคนฟัง ซึ่งสิ่งนี้มันขัดกับนิสัยผม ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมพูดตรงจริงๆ แต่หลักๆ แล้วทุกคนอยากฟังอะไรที่มันตรงใจ ซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้แคร์ความรู้สึกเรา เราก็ต้องแคร์ความรู้สึกตัวเอง”

อาทิตย์ใส

♦รู้สึกว่าตัวเองเข้าถึงยากไหม?

ต่อ – “ไม่ครับ จริงๆ ผมเข้าถึงง่าย ผมน่ารักด้วย ผมน่ารักมากนะ (หัวเราะ) ผมไม่มีกำแพงในการคบคน แต่จุดที่จะเรียกว่าสนิทมันไม่ได้ง่าย ทุกวันนี้ผมก็ยังมองว่าตัวเองเหมือนเดิม แต่มุมมองชีวิตผมเปลี่ยน เวลาผมเจอเหตุการณ์ในชีวิตมันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ยอมรับว่าเจออะไรเยอะเหมือนกัน แต่ก็น่าจะน้อยกว่าอีกหลายๆ คน”

♦เป้าหมายต่อไปในวงการ?

ต่อ – “อยากทำไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ผมมองการแสดงเป็นงานอดิเรกครับ ผมอยากพัฒนาชีวิตตัวเองให้ไปไกลจนถึงจุดนั้น ทุกวันนี้พอเรามองว่ามันเป็นงานแล้วเราจะต้องเติบโต รู้สึกว่ามันดูกว้างแต่มันก็แคบในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เราเลือกเราก็ไม่ได้เลือกได้แบบตามใจฉัน แต่ถ้าเกิดวันหนึ่งเราไม่ได้ต้องการปัจจัยอะไรต่างๆ แล้วก็อยากอยู่ในจุดที่พูดว่า “ผมแสดงเป็นงานอดิเรก” คือพอเป็นคำว่างานอดิเรกทุกอย่างคือมันไม่มีผลต่อการตัดสินใจอีกต่อไป ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงิน ชื่อเสียง หรืออะไรเลย ผมอยากเป็นแบบนั้นได้”

อาทิตย์ใส

♦แล้วมุมมองความรักในวัยนี้ของเราเปลี่ยนไปเยอะไหม?

ต่อ – “เปลี่ยนเยอะมากๆ ครับ ความสัมพันธ์ของผมเกิดความเปลี่ยนแปลงก็เพราะมุมมองผมเปลี่ยนนี่แหละ ช่วงนี้ผมอาจจะไม่ได้มองมันเป็นเรื่องหลัก ลำดับความสำคัญมันลดลง ตอนนี้เรื่องงานมาเป็นอันดับหนึ่ง อันดับ 2 อาจจะให้เกม แต่ผมก็ยังมองว่าความรักเป็นสิ่งที่ดี แค่ความรักมันอาจจะไม่ได้ต้องจบด้วยคำว่าต้องมีแฟนหรือไม่มีแฟน

หลังจากใช้ชีวิตคนเดียวมาเกือบปี ผมเจอความรักอีกหลากหลายรูปแบบ ทุกครั้งที่เราเสียอะไรไปเราก็ได้อย่างอื่นคืนมา อย่างได้เจอเพื่อนมากขึ้น ผมเริ่มหัดเปิดใจในการออกไปเจอเพื่อนใหม่เยอะขึ้น แต่ในแง่การแหย่เข้ามาเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ก็ยังไม่มีเกิดขึ้น ซึ่งจริงๆ ก็เจอระหว่างทางตลอด แต่พอเราอยู่คนเดียวแล้วเซ็ตเวลาตัวเองได้แล้วมันหวง (ยิ้ม) พอมันเริ่มถูกแตะเราก็จะถอย เราอาจจะไม่ได้ต้องการตรงกันอยู่”

อาทิตย์ใส

♦อยู่เป็นหนุ่มโสดให้สาวๆ หวั่นไหวไปก่อน?

ต่อ – “ผมอ่ะหวั่นไหวสุดแล้วเอาจริง (หัวเราะ) มีแหละอารมณ์ที่รู้สึกว่าเราอยากลองถูกดูแลบ้าง แต่ก็ยัง…ดูแลตัวเองก่อนตอนนี้”

อนงค์ จันทร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน