จากกระแสข่าวกรณี “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ล่าสุดวันที่ 17 ก.ย. ข่าวสดบันเทิงได้มีโอกาสเจอ “หนุ่ม คงกระพัน” ที่งานแถลงข่าว เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลจาก ช่อง 7HD ณ สตูดิโอ 1 อาคาร 1 ช่อง 7HD จึงได้สอบถามถึงประเด็นดังกล่าว

โดย “หนุ่ม“ มองว่า ศาสนาไม่ได้เสื่อม แต่เป็นคนที่เสื่อม พร้อมยอมรับว่าเรื่องพระที่ประพฤติไม่เหมาะสมมีมานานแล้ว เพียงปัจจุบันโซเชียลมีเดียทำให้ข่าวแพร่กระจายและเห็นภาพต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น จึงอยากให้ประชาชนเสพข่าวอย่างมีสติ ไม่หมดศรัทธาในพระพุทธศาสนา เพราะยังมีพระดีๆ ที่ปฏิบัติดีอยู่จำนวนมาก
ส่วนเรื่องความขัดแย้งหรือผลประโยชน์ในวงการวัดก็มีให้เห็นในบางแห่ง จึงควรช่วยกันสอดส่องและสนับสนุนพระที่ประพฤติดี เพื่อร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ต่อไป

จากกรณีล่าสุดเรื่องพระ? “จริงๆ แล้วสำหรับพี่หนุ่มเองความคิดเห็นส่วนตัว ศาสนาไม่ได้เสื่อมหรอก คนเรานี่แหละที่เสื่อม เพราะฉะนั้นเราก็เลยรู้สึกว่าก็อาจจะไม่ใช่คนสุดท้าย อาจจะยังมีอยู่ แต่ถ้าเรามองให้ดีเรื่องนี้มีมาสมตั้งแต่พุทธกาลแล้วเนาะ เพียงแต่ว่าในโลกปัจจุบันพอเรามีสื่อโซเชียล ทำให้เรื่องราวเหล่านี้มันก็กระจายได้มากขึ้น แล้วเราก็ดันไปเห็นภาพที่เราไม่ควรเห็น
เทคโนโลยีในปัจจุบันนี้มันเลยทำให้เรารู้สึกเสื่อม รู้สึกหมดศรัทธา แต่จริงๆ แล้วพี่หนุ่มคิดว่าอยากให้คนไทย รับข่าวสารด้วยสติ แล้วก็มองว่าจริงๆ แล้วในสังคมของพระ ก็เหมือนสังคมเจ้าหน้าที่รัฐ สังคมการทำงานเหมือนทุกคนที่ในบริษัทหนึ่ง มันก็อาจจะต้องมีคนที่ไม่ดีอยู่บ้าง เราก็ขอให้มองเป็นเรื่องปกติ และช่วยกัน
อย่างตัวพี่หนุ่มเองทำรายการ หนุ่มแท่งอารามทัวร์ เราทำเกี่ยวกับวัดอยู่แล้ว เราก็ช่วยกันประคับประคองบำรุงพระพุทธศาสนา ในทางที่ถูกต้อง และช่วยกันสนับสนุนคนดีให้มีอำนาจ อย่างในสังคมของพระเราก็ต้องสนับสนุนพระที่ประพฤติดี ปฏิบัติดี มีศีลที่ดี รักษาสิ่งที่ดี ให้เป็นเจ้าอาวาสผู้ใหญ่ ก็ต้องช่วยกันทุกองค์กร อยากให้ทุกคนใจเย็นๆ อย่าเสื่อมศรัทธากับพระพุทธศาสนา
เรารู้สึกว่าจริงๆ แล้วหลักธรรมคำสอน มั่นคงแข็งแรง และดีเสมอ แต่คนต่างหากที่เสื่อม ในส่วนของสมีโชค หรือทิดโชค จริงๆ แล้วหลายๆ คนที่บอกมาท่านก็ดูแปลกๆ เวลาไปพบไปเจอท่าน หลายคนก็เริ่มที่จะแจ้งข่าวกันในวงการพระหรือในวงการหลายๆ คน หลายๆ คนก็จะรู้ข่าวกันมาเบาบางอยู่แล้ว แต่พอเกิดเหตุขึ้นมาก็ไม่แปลกใจก็น่าเสียใจครับ”
พี่หนุ่มอยู่ในแวดวงก็เหมือนจะได้ยินข่าวมาประมาณหนึ่งใช่ไหม? “ก็ได้ยินอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่มีหลักฐาน ก็ไม่อยากจะไปคิดอคติไม่ดีเพราะเราไม่มีหลักฐาน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ข่าวไม่มีมูลก็เยอะ แต่พอมีข่าวนี้ออกมาจะทำให้เรา…เห้อ ไม่น่าเลย”

แล้วที่เขาบอกว่าวัดมีมาเฟียเคยได้ยินไหม? “มีเยอะมาก ในวงการวัดที่บางทีที่เราได้ข่าวหรือเราเข้าไป เราก็จะได้รู้ อย่างวัดที่ใหญ่มาก เขาก็จะมีหลายกลุ่มหลายคณะ บางทีเราเข้าไปเราก็จะรู้สึกถึงความกลุ่มนี้จะไม่ค่อยลงรอยกับกลุ่มนู้น หรือคนนี้ที่เป็นบุคคลอาจจะเป็นคนคนหนึ่งที่สำคัญของวัดก็อาจจะมีความไม่ลงรอยหรือมีความขัดแย้งกับคนนี้ เราก็มีความรู้สึกได้
เราก็พยายามทำงานด้วยความ… คือเรื่องอย่างนี้มันมีทุกสังคมแหละ ก็ต้องพูดตรงๆ ว่าในทุกๆ สังคมมันก็มีเรื่องราวของผลประโยชน์ ถ้าเป็นอย่างนี้เราก็จะพยายามเลี่ยง หรือบางทีเราเข้าไปพูดคุยประสานงาน ถ้าเรารู้สึกถึงบรรยากาศแบบนี้เราก็จะพยายามเลี่ยง”
มองว่ามันเป็นธุรกิจของวัดเลยไหม? “จริงๆ แล้วเราจะมองอย่างนั้นก็ได้ จะมองว่าคนเหล่านี้มาอาศัยผ้าเหลืองอาศัยความศรัทธาของคน หาผลประโยชน์เราก็มองได้ แต่เราก็ต้องมองในเรื่องของพระที่เขาดีๆ ที่เขาเข้ามาเพื่อที่จะสืบทอดทะนุบำรุงพระศาสนาก็มี
เพราะฉะนั้นอย่าให้พระเหล่านั้นมาทำให้เราหมดกำลังใจ พี่หนุ่มเคยเห็นเยอะมาก คือปัจจุบันเราต้องยอมรับว่าคนบวชน้อย สมัยก่อนคือเราโตมาเราไม่ได้เรียนหนังสือพอเราไปวัดเราก็จะได้เรียน แต่ปัจจุบันคนบวชน้อย เพราะฉะนั้นบุคลากรในวงการพระน้อยมาก บางวัดวัดใหญ่แต่มีพระอยู่สองรูป รูปเดียว ก็ทำงานไม่ไหว ทรุดโทรมมาก อันนี้เราก็ต้องเข้าใจว่าบางวัดก็ต้องหาเงิน ไปทะนุบำรุง ไม่งั้นมันไปต่อไม่ได้ สุดท้ายก็กลายเป็นวัดร้าง”

“แต่อย่างคนที่เป็นข่าวเขาเข้ามาหาผลประโยชน์ในพุทธศาสนา มันก็จะเกิดมาเฟียขึ้น พอเขาเข้ามาเขาก็จะมีทีมงาน พอมีทีมงานเขาก็จะมีกลุ่มลูกน้อง มันก็จะกลายเป็นอย่างที่เราได้ข่าวกัน แล้วก็ข้อศีลวัดปฏิบัติต่างๆ ก็จะแตกต่างจากวัดอื่น ก็ได้ยินว่าท่านก็ไม่เคยออกบิณฑบาตเลย มันก็เลยดูอะไรไม่ดีไปหมด
เพราะฉะนั้นก็ขอให้เสพข่าวอย่างมีสติ ผมเชื่อว่าวัดดีๆ พระดีๆ ที่น่าเคารพน่าศรัทธายังมีเยอะมาก ก็ลองหาเอา อย่างนี้เราก็ต้องคอยช่วยกันสอดส่องถ้าประชาชนได้ข่าวหรือคนในพื้นที่คนรอบๆ วัดเขาจะรู้ บางวัดคนรอบวัดไม่เข้าเลย แต่กลายเป็นคนที่อื่นกรุงเทพหรือสถานที่ต่างๆ จะไปทำบุญ เพราะฉะนั้นใครอยู่รอบวัดและอาจจะได้ข่าวหรือเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็แจ้งได้เลย
ปัจจุบันจะมีการแจ้งสำนักพุทธก็ได้ แจ้งองค์กรไหนก็ได้ สื่อก็ได้ เดี๋ยวเราไปติดกล้องกัน เขาจะพยายามช่วยและนำสิ่งเหล่านี้ออกจากพระพุทธศาสนา เพราะผมเชื่อเหลือเกินว่าในหลักธรรมคำสอนศาสนาพุทธยังคงแข็งแรงอยู่ แต่ว่าคนนั่นแหละครับที่อาจจะเสื่อม”