“เวียร์” เผยครอบครัวตัวติดกัน 3 คน แพลนส่ง “วิริน” เรียนอินเตอร์ 3 ภาษา อวย “วิกกี้” รัวๆ เต็มสิบให้ล้าน! ยอมรับเลี้ยงลูกเก่งจนตัวเองยังทำไม่ได้
นักแสดงหนุ่ม “เวียร์ ศุกลวัฒน์” มาร่วมงานบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง “ประเสริฐ” ที่ศาลหลักเมือง โดยมีภรรยา “วิกกี้” และลูกสาว “น้องวิริน” มาร่วมให้กำลังใจด้วย งานนี้ หลังจบพิธีเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์เผยถึงชีวิตครอบครัวที่เรียกได้ว่าตัวติดกัน 3 คน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด พร้อมอัปเดตแผนเรื่องการเข้าโรงเรียนของลูกสาวที่กำลังอยู่ในช่วงหาข้อมูล โดยมองไว้เป็นโรงเรียนนานาชาติ และอยากให้ลูกได้เรียนถึง 3 ภาษา
วันนี้ก็มีกำลังใจมาให้อีกแล้ว? “ไปด้วยกันตลอดอยู่แล้ว ในกองก็ไป ไปไหนก็ไป เราก็ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เพราะว่าใกล้แล้ว ใกล้จะได้เข้าโรงเรียนแล้ว แต่จริงๆ แล้ว ตั้งแต่ที่เขาเกิดมาก็อยู่กันสามคนตลอดอยู่แล้ว ตัวติดกันสามคน เพราะว่าเราก็มีกันอยู่แค่นี้ ไม่ได้มีพี่เลี้ยง ก็ไปไหนไปกัน มีบ้านต่างจังหวัดได้พักผ่อน ไม่ได้ทำงานถ่ายภาพยนตร์ ก็ไปอยู่บ้านเขาใหญ่บ้าง กลับไปอยู่ที่ขอนแก่นบ้าง วิรินมีหลายคาแรกเตอร์ บางทีเขาก็อยากจะอยู่บ้านเล่นของเล่น บางวันก็อยากจะออกไปข้างนอก บางวันก็ไม่อยากไป ก็เหมือนเราละมั้ง ก็เหมือนพ่อแม่ที่บางวันก็อาจจะอยากอยู่บ้าน บางวันก็อยากไปเที่ยว ก็ค่อนข้างจะมีความคิดที่อิสระ”
แต่เขาก็สดใส เวลาเจอคน? “ใช่ครับ คุณแม่เขาเลี้ยงเก่ง เป็นเด็กที่ไม่กลัวคน”
การพาออกมาข้างนอก ทำให้เด็กได้เรียนรู้ที่ไม่กลัวจะเจอคน? “จริงๆ แล้วไม่ได้มีความตั้งใจขนาดนั้น แต่ว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ไปไหน เขาก็ต้องไปด้วย ถ้าคุณพ่อคุณแม่ชอบเที่ยว หรือว่าออกทริป เขาก็โอเค เขาต้องไปกับเรา ตอนเด็กๆ เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบ เขาก็พูดไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้เขาโตแล้ว เขาบอกว่าเขาสนุก เราก็โอเค บางทีเราก็กังวลว่าจะลำบากไปหรือเปล่า จะเหนื่อยไหม แต่เขาบอกว่าไปกับพ่อกับแม่เขาสนุก เราก็โอเคแล้ว แล้วบางทีเราเดินเท่าไหร่ เขาก็เดินเท่าเรา เวลาเราไปเที่ยว บางทีเขาก็ไม่ได้ให้เราอุ้ม แต่ถ้าเขาเหนื่อยจริงๆ เขาถึงจะบอกว่าช่วยเขาอุ้ม”
แล้วเรื่องเข้าโรงเรียน? “ต้องถามคุณแม่ว่าสรุปแล้วจะให้เข้ากี่ขวบ คือตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาการหาข้อมูล ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวที่สุดแล้ว แล้วก็เหมาะกับลูกด้วย ผมว่าก็คงอยู่ที่กรุงเทพฯแหละ แต่จริงๆ โรงเรียนดีๆ อยู่ต่างจังหวัดมันก็มีเยอะมาก หนึ่งใน 10 โรงเรียนที่ดีที่สุดในประเทศไทยไม่ได้อยู่แค่ในกรุงเทพฯ นะ พัทยาก็มี เขาใหญ่ก็มี มีเยอะมาก แต่เพียงเราแค่ลองเบสที่กรุงเทพฯ ดูก่อน น่าจะโอเค มันง่ายดี ก็ต้องอินเตอร์ คุยกับคุณแม่วิก็กี้ คุณแม่วิกกี้บอกว่าอยากได้ไปเอเชียด้วย จีนด้วย ก็อาจจะต้องดูเป็นสามภาษา แต่วิกกี้เขาก็ได้อยู่แล้ว คือวิรินเขาพูดจีนได้ พ่อยังพูดไม่ได้เลย แม่กับลูกอ่ะ เขาคุยกัน แล้วพ่อก็ต้องไปเรียนพร้อมกันกับลูก คือทุกครอบครัวแหละตอนนี้ ภาษาเป็นสิ่งที่สำคัญหลักๆ ไทย ภาษาอังกฤษ จีน แล้วยิ่งคุณแม่เขาพูดภาษาจีนได้อยู่แล้วอ่ะ มันก็ยิ่งดีเลย ผมว่าให้มันได้สามภาษา คือเขาเลี้ยง เขาเก่งมาก ต้องยอม อย่างน้อยเรายังออกมาทำงาน แต่แม่เขา 24 ชั่วโมง ฟูลไทม์ (ยกนิ้วให้) ให้คะแนน 1ล้านครับ จริงๆ ครับ เพราะว่าเราทำแบบเขาไม่ได้หรอก คือผมว่าทุกครอบครัวคุณแม่คือที่สุดแล้ว เขาสามารถเลี้ยงลูกของเขาได้แบบไม่มีที่ติ ด้วยความที่ความเป็นแม่แล้วเลี้ยงเองด้วย”
แล้วได้คุยกันไหมว่าเราจะเลี้ยงน้องไปในทิศทางไหนกัน หรือว่าให้ภรรยาตัดสินใจเป็นหลัก? “ที่จริงเราคุยกัน แต่ก็อยากให้คุณแม่แหละ เพราะว่าเขาก็อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมงมากกว่าคุณพ่อ เขาจะรู้ว่าลูกชอบไม่ชอบอะไร อ่านหนังสือ อะไร คือหนังสือเรามีเยอะมาก ก็ให้สิทธิ์คุณแม่เขาช่วยตัดสินใจเรื่องนี้”
ไปอยู่ขอนแก่นมาเกือบเดือนเลย? “ไปเยี่ยม ไม่เจอคุณปู่วีระ คุณพ่อของผม วิรินเขาอ่ะพูดถึงบ่อย บางทีก็โทรหากัน ไปเที่ยวบ้านขอนแก่น ไปเยี่ยม ก็เลยไป ตอนแรกไปอยู่ที่เขาใหญ่ก่อน แล้วก็ไปต่อเลย แล้วก็ยาวเลยเป็นเดือนเลย ติดใจ เหมือนเราได้กลับไปอยู่กับความจำของเราเองตอนเด็กๆ อยู่ที่บ้านที่เราโตมา แต่ก็คุณวิกกี้กับลูกไปด้วย ก็จริงๆ เราไปบ่อย แต่อาจจะไปอยู่แค่อาทิตย์นึง แต่รอบนี้เราอยู่เป็นเดือน เราอยู่กันจะเดือนนึงแล้วนะเนี่ย น่าจะต้องได้เวลาต้องกลับกันแล้ว พอเป็นบ้านมันก็อยู่ได้ไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่ามันไม่ต้องรีบร้อนไปไหน และขอนแก่นมันเจริญมากเลยนะ จะสั่งอาหารอะไรคือมีแต่ของกินดีๆ แล้วราคาก็ถูก ค่าส่งก็ไม่มี ค่าครองชีพก็ดี ขอนแก่นก็เป็นจังหวัดใหญ่ที่น่าอยู่นะ”
แล้วพอลูกเข้าโรงเรียน คุณพ่อก็มีห่วง? “ครับ แต่ว่าในอีกมุมนึงก็ได้มีเวลามากขึ้น ก็พอเข้าไปอยู่โรงเรียน ผมก็เชื่อว่าเราก็คงเป็นห่วงแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าอย่างน้อยเราเห็นคุณแม่เขาเลี้ยงตลอด เขาเหนื่อยมาทั้งวัน อย่างน้อยช่วงกลางวันตอนที่เขาไปเรียนหนังสือ คุณแม่อาจจะได้มีเวลาส่วนตัว ได้พัก เพราะว่าตั้งแต่วิรินเกิดมา คุณแม่ไม่ได้นอนเต็มๆ เลย แล้วผมเชื่อว่ามีทุกบ้าน ก็อาจจะได้มีเวลาพักผ่อน แล้วก็ได้มีเวลากลับมาดูแลตัวเองบ้าง แต่จริงๆ ก็ต้องตามวัย เขาไปเรียนก็ต้องมีบ้างแหละ อาจจะต้องไปมีสังคม ไปเรียนรู้อะไรที่ตามวัย”
ส่วนใหญ่ทุกบ้านลูกเข้าโรงเรียนก็จะไปเฝ้าดูลูก? “ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพ่อคุณแม่ขับรถไปส่ง ส่องดูว่าไปแกล้งเพื่อนหรือเปล่า (หัวเราะ)”
เกาะรั้ว? “มีอยู่แล้วครับ ต้องไปดูหน่อย ประมาณนั้นแหละ ก็เป็นห่วง แต่เขาก็ค่อนข้างที่จะลุย ดุเหมือนกัน ดุด้วย แล้วคือเขาเป็นเด็กที่ไม่ธรรมดา ดีแล้วสู้คนดีกว่า ก็ได้เลือดทั้งพ่อทั้งแม่ (หัวเราะ) ลุยมาก ก็เป็นห่วง จริงๆ ก็ไม่ว่าจะผู้หญิงผู้ชาย สังคมมันมีอะไรหลายอย่างที่ต้องระวังและเรียนรู้ สิ่งที่เราทำได้ก็คือปลูกฝังเรื่องการดูแลตัวเอง รู้การเอาตัวรอดต่างๆ มองให้ออกว่าสถานการณ์แบบนี้ คนแบบนี้ดีไม่ดียังไง จะเอาตัวเองไปอยู่ยังไง ป้องกันยังไง มากกว่า สุดท้ายแล้วเขาจะต้องสามารถดูแลตัวเองได้ ในเวลาที่เราอาจจะไม่อยู่ตรงนั้น เขาต้องมีวิธีการในการเอาตัวรอดได้เก่ง”



