เดินบนเส้นทางบันเทิงมาเกือบ 9 ปีแล้ว สำหรับศิลปินมากความสามารถ ‘JACKIE JACKRIN’ หรือ ‘แจ๊คกี้’ จักริน กังวานเกียรติชัย ที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงและเติบโตมาหลายช่วงชีวิต ล่าสุดส่งงานเพลงซิงเกิลที่ 4 “UNTIL WE MEET AGAIN” เพลงสุดท้ายในอัลบั้ม “EP.02 HOW I FEEL?”
วันนี้เจ้าตัวมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานเพลงและการตัดสินใจยุติบทบาทพาร์ตการเป็น Artist Management ค่าย OTH Entertainment ของตัวเอง เข้าร่วมเป็นนักแสดงภายใต้สังกัด GMMTV
♦แรงบันดาลใจการทำงานเพลง UNTIL WE MEET AGAIN มาจากอะไร?
แจ๊คกี้ – “เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากความรู้สึกคิดถึง ย้อนมองเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาว่าตัวเองคิดถึงอะไรกันแน่ พอไปนึกผ่านเรื่องราว ผู้คน ครอบครัว เพื่อน แฟนคลับ ทำให้อยากถ่ายทอดความรู้สึกคิดถึงผ่านเพลงนี้ เล่าเกี่ยวกับการพบเจอใครบางคน อาจจะมีการจากลา แต่สุดท้ายก็ยังหวังว่าสักวันจะกลับมาพบกันในวันที่สวยงาม

ก่อนหน้านี้ปล่อยเพลงที่พูดถึงเรื่องความสุข ความเศร้าเสียใจ ความโกรธแค้น และเพลงล่าสุดเป็นความรู้สึกคิดถึง วางไว้เป็นเพลงสุดท้าย ปิดจบอัลบั้ม ถ้าฟังเรียงกันจะเข้าใจเรื่องราว แต่ละเพลงทำมาในแต่ละช่วงชีวิตของแจ๊คกี้ อย่าง EP.01 เป็นเรื่องราวที่พบเจอ พูดถึงคนรอบตัว พอมาอีพีนี้ก็กลับมามองถึงตัวเองมากขึ้นว่าตัวเองรู้สึกยังไง”
♦ ทุกเพลงมาจากช่วงชีวิตเรา เพลงนี้อยู่ในช่วงชีวิตตอนไหน?
แจ๊คกี้ – “ช่วงชีวิตตอนนี้เลยครับ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตของแจ๊คกี้ ก่อนหน้านี้ทำวง (TRINITY) จบ ก็เริ่มออกมาทำศิลปินเดี่ยว มาทำบริษัทตัวเอง บริหารจัดการตัวเอง จนถึงตอนนี้เป็นการเติบโตอีกก้าวหนึ่งของชีวิตที่ตัดสินใจมาอยู่กับบ้านหลังใหม่ GMMTV เพลงนี้เลยเป็นเหมือนเพลงสุดท้ายที่แคปชีวิตแจ๊คกี้ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา”

♦อยู่วงการมากี่ปีแล้ว?
แจ๊คกี้ – “เกือบ 9 ปีครับ มีช่วงเปลี่ยนผ่านเยอะครับ ซึ่งจริงๆ เป็นคนที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดอยู่แล้ว รู้สึกว่าทุกการเปลี่ยนแปลงทำให้เราเติบโตขึ้น”
♦ เราในวันแรกเป็นยังไง?
แจ๊คกี้ – “เด็กมากไม่รู้เรื่องอะไรเลย พูดไม่เป็น เวลาถูกถามจะไม่ค่อยพูด รอคนอื่นตอบตลอด วันนี้พูดเก่งขึ้นแล้วครับ ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้อยู่เลย เป็นคนตามมากกว่า เหมือนจะเป็นอินโทรเวิร์ตที่พูด ไม่เก่ง ไม่มั่นใจ เพราะไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไปแล้วจะส่งผลกระทบ อะไรหรือเปล่า มาจนถึงวันนี้ค่อยๆ ซึมซับและเปลี่ยนมาเรื่อยๆ จริงๆ ก็อยากเปลี่ยนตัวเองด้วยแหละ รู้สึกต้องพึ่งพาตัวเอง”

♦ ผ่านมา 9 ปี เราในวันนี้เป็นยังไงบ้าง?
แจ๊คกี้ – “ในวันนี้เหมือนได้เกิดใหม่ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตที่รู้สึกว่าช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ได้เรียนรู้ประสบการณ์ เหมือนมีเส้นทางที่เป็นช่วงอนุบาลของเรา ตอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นจริงๆ ของชีวิตเราแล้ว ตอนเริ่มทำบริษัทตัวเองอันนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นอีกอันนึง อันนี้ก็เป็นอีกจุดเริ่มต้นใหม่”
♦ อะไรที่รู้สึกว่าไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดกับเรา?
แจ๊คกี้ – “น่าจะเป็นเรื่องการแพลนชีวิต ก่อนหน้านี้ไม่เคยแพลนชีวิตตัวเองจริงจัง ส่วนใหญ่มีคนทำให้ตลอด พอถึงวันนี้หลังทำบริษัทด้วยตัวเอง ออกมาทำงานใช้ชีวิตด้วยตัวเองมากขึ้น คิดด้วยตัวเองและได้รู้จักตัวเองเยอะขึ้น รู้สึกว่าควรทำอะไรที่เป็นตัวเองจริงๆ ได้แล้ว”
♦ ชอบตัวเองเวอร์ชั่นไหน?
แจ๊คกี้ – “ชอบทุกเวอร์ชั่นเลยครับ ถ้าชอบที่สุดก็ชอบตอนนี้แหละ เพราะในวันนี้รู้สึกผ่านเรื่องราวมาเยอะมาก รู้สึกแข็งแกร่ง ผ่านในจุดที่ยากมาได้ เชื่อว่าอนาคตถ้าได้เจอจุดที่มันยากต่อไป เราก็จะผ่านมันไปได้”

♦ ตอนนี้ดูสดใสมากขึ้นกว่าตอนทำบริษัทตัวเอง?
แจ๊คกี้ – “ตอนนั้นกดดันมาก รู้สึกว่ายากมากกว่าจะผ่านแต่ละจุดเพราะเป็นเรื่องการวางแผนว่าจะทำยังไงให้เรามีที่ยืนตรงจุดนี้ โดยที่ยังอยู่ได้โดยไม่เจ็บตัว ในวันนี้เราไม่ต้องแบกรับภาระอะไรขนาดนั้นแล้ว แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ที่สุด
ซึ่งตอนนั้นเป็นจุดที่ทำให้เจอจุดของตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้เยอะกว่านี้มากๆ ด้วยความที่เราอาจจะไม่ได้มีอะไรที่เพียงพอ ไม่ได้มีอุปกรณ์ที่เยอะพอ ในเมื่อเรายอมรับว่าตัวเองสามารถทำได้มากกว่านี้และทำได้ดีกว่านี้ เราก็เลยยอมจะก้าวข้ามตัวเอง เพื่อจะได้มาทำงานที่ใหญ่ขึ้นตามที่เราคาดหวัง”

♦ รู้สึกไหมว่าตอนนั้นเราต้องทำให้ตัวเองดูโต?
แจ๊คกี้ – “รู้สึกนะ ตอนเปิดบริษัทอายุ 23 รู้สึกโตขึ้น เหมือนได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากช่วงชีวิตนั้น จากการได้ดูแลตัวเอง รู้สึกว่าทุกการเปลี่ยนแปลงมาในเวลาที่เหมาะสมจริงๆ”
♦ จุดที่ทำให้เปลี่ยนจากการดูแลตัวเองมาอยู่ภายใต้บริษัท?
แจ๊คกี้ – “เราทำเพื่อตัวเองจริงๆ ถึงมันจะรู้สึกเสียศักดิ์ศรีหรือรู้สึกว่ามาถึงขนาดนี้แล้วทำไมไม่ไปต่อ แต่รู้สึกว่าในวันนี้ที่เราเลือกตัดสินใจแบบนี้ ในอนาคตเราอาจจะได้ทำอะไรที่ใหญ่ขึ้นกว่านี้หรือเปล่า คิดว่าเป็นโอกาสที่ดี ซึ่งความรู้สึกเสียใจ เสียดายมีมาหมดแล้ว แต่รู้สึกว่าการตัดสินใจในวันนี้ดีที่สุดแล้ว”
♦ ตอนเปิดบริษัทเคยคิดไหมว่าถ้าเราไปอยู่ค่ายใหม่ ณ ตอนนั้นเลย อาจจะไม่เป็นแบบนี้?
แจ๊คกี้ – “เคยคิด จริงๆ คิดมาทุกทาง ผมเป็นคนที่พยายามหาโอกาสให้ตัวเองมาตลอด วางแผนมาหมดแล้ว ก่อนหน้านี้อาจจะไม่ได้คิดอะไรเยอะมาก เพราะยังไม่มีความรู้อะไรเยอะ พอถึงตอนนี้ก็รอบคอบมากขึ้นครับ”

♦ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
แจ๊คกี้ – “โอเค ครับ เรื่อยๆ กำลังสนุกสนานกับการสร้างผลงานใหม่ๆ อยู่ ก็ยังได้ทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองเคยวางไว้ จะทำจนจบด้วยครับ”
♦ หลายคนมองว่าเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายไหม?
แจ๊คกี้ – “เป็นเพลงสุดท้ายในอัลบั้ม ไม่ใช่เพลงสุดท้ายในชีวิตแน่นอน เป็นอัลบั้มเต็มที่ทำด้วยตัวเองทั้งหมดทุกชิ้นงาน ภูมิใจมาก รู้สึกล้มลุกคลุกคลานกับมันมาเยอะมาก ดีใจกับตัวเองที่ไม่ปล่อยชิ้นงานแบบทำๆ ไปเถอะ ตั้งใจทำทุกชิ้นจริงๆ”
♦ ทำยังไงให้ผ่านทุกอุปสรรค?
แจ๊คกี้ – “ก็ตั้งเป้าหมายไว้ว่าทำยังไงก็ได้ให้ไม่เจ็บตัวมากที่สุด แต่ได้ผลตอบรับที่เราพึงพอใจมากที่สุด เจ็บตัวในที่นี้คือเจ็บตัวเรื่องเงิน มันลงทุนเองไง พอเราอยากได้งานดีงานมีมาตรฐานก็เลยต้องใช้เงินเยอะ ต้องบาลานซ์ให้ดี ต้องวางแผนจัดการตัวเอง อยู่รอดได้สองปีก็เก่ง ถ้าถามว่าไปต่อได้ไหม ไปต่อได้นะ แต่มันจะไปไม่สุด ก็เลยรู้สึกว่านี่แหละคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วของเรา

จริงๆ มีช่วงที่ท้อแต่หยุดไม่ได้ ถึงท้อก็ต้องทำ เพราะทำมาขนาดนั้นแล้ว นึกถึงทุกคน นึกถึงตัวเองด้วย ถ้าเราท้อในตอนนั้น ก็จะไม่มีตัวเองในวันนี้ บอกกับตัวเองว่าทำให้ดีที่สุด”
♦ ดีใจไหมที่มีคนจดจำเราว่าเป็นศิลปินที่มีความสามารถ?
แจ๊คกี้ – “ดีใจครับ ผมซาบซึ้งกับทุกอย่างที่ทุกคนเห็นผม ผมเห็นคุณค่าในสิ่งนี้มากๆ”
♦ รู้สึกว่าตอนนี้เราเป็นศิลปินเต็มตัวหรือยัง?
แจ๊คกี้ – “สำหรับผม ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นศิลปินอยู่แล้ว แต่ถ้าให้พูดเต็มปากว่าเป็นศิลปินเต็มตัวหรือยัง ถ้าในเป้าหมายผม ผมรู้สึกว่ายังไปไม่ถึงจุดที่เรียกว่า real artist ในวันนี้ยังอยู่ในเส้นทางการเดินทางกับการเป็นศิลปินอยู่ real artist ของผมคือแบบ Bruno mars, justin bieber พอวันนี้ยังไปไม่ถึงจุดนั้นก็ไม่อยากเรียกตัวเองว่าเป็น real artist จริงๆ แค่ยังเป็นศิลปินอยู่”

♦หลายคนกลัวว่าตอนนี้เราจะทิ้งการเป็นศิลปินและมาเอาดีทางด้านการแสดง?
แจ๊คกี้ – “ไม่อยากทิ้งอะไรทั้งนั้นครับ ในวันนี้อยากลองทำทั้งหมดเลย ทำเพลง แสดง แอ๊กติ้ง บริหารธุรกิจ”
♦ จบอัลบั้มนี้วางแผนยังไงต่อไป?
แจ๊คกี้ – “เดี๋ยวจะมีอัลบั้มมาให้ทุกคนได้จับจอง ซื้อไปสะสมเก็บกัน เดี๋ยวรอประกาศใกล้แล้วครับ ในอัลบั้มจะมีทั้งหมด 11 เพลง มีอีกสองเพลงที่ยังไม่ได้ปล่อย เป็นเพลงพิเศษ วางแผนไว้ว่าจบอัลบั้มนี้อยากจัดคอนเสิร์ต เป็นคอนเสิร์ตปิดอัลบั้ม คิดว่าจะจัดภายในปีนี้ ตอนนี้อยู่ในกระบวนการ จบเป้าหมายนี้ก็ตั้งใจเต็มที่กับเป้าหมายต่อไปในอนาคตครับ”
♦การมาอยู่กับ GMMTV เป็นยังไงบ้าง?
แจ๊คกี้ – “สนุกนะ ที่นี่ทำงานกันเยอะมาก ทุกคนทำงานกันหนักมาก คนเยอะมาก เอ็นเนอร์จี้เยอะมาก เป็นอะไรใหม่ๆ ที่เราต้องปรับตัวให้ได้แหละครับ”
กรผกา ธีระจารุวรรณ