โคจรมาร่วมงานกับผู้กำกับฯ มือฉมัง ‘อ๊อฟ’ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ครั้งแรก ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “นาคี ๓ ครุฑา นาคี” สำหรับนักแสดงสาวหมวยลุกส์อินเตอร์ ‘ต้าเหนิง’ กัญญาวีร์ สองเมือง โดยเจ้าตัวได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจรับแสดงภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว รวมถึงการได้ชิมลางร่วมงานกับพระเอก ‘เข้ม’ หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล

อาทิตย์ใส

นอกจากนี้ ยังเผยถึงการเติบโตที่เปลี่ยนแปลงในวัย 30 ปี และไม่พลาดอัพเดตเรื่องของหัวใจ

★ ตั้งแต่วางตัวนักแสดง คนงงว่า ต้าเหนิง มาเล่นเรื่อง นาคี ๓ ครุฑา นาคี นี้ได้ยังไง?

ต้าเหนิง – “ตอนแรกตกใจ เซอร์ไพรส์มากๆ ตอนผู้จัดการบอกว่ามีภาพยนตร์เรื่องครุฑานาคีติดต่อมาพร้อมกับแม่แดง ธัญญา (วชิรบรรจง) หนูก็คิดว่าผิดคนไหม เราเคยดูและเคยได้ยินตำนาน เพราะโตมากับเรื่องราวครุฑกับนาค รู้สึกว่าเราไม่น่าเหมาะกับพีเรียดหรือเปล่า ก็ถามเขากลับไป ได้คำตอบว่า อยากให้มาจริงๆ เพราะด้วยคาแร็กเตอร์ตัวละครอยากให้มาเล่นเป็นเจ้าหญิง แล้วพ่ออ๊อฟตีความเป็นแฟนตาซี อยากได้หน้าแบบเรา ก็โอเคถ้าเป็นพ่ออ๊อฟกับแม่แดง ยิ่งเป็นนาคี ไม่ใช่แค่ไว้ใจ แต่เป็นโอกาสที่นักแสดงทุกคนอยากได้ แล้วเราไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมาถึงเรา

อาทิตย์ใส

ตอนแรกที่ได้ยินว่าเล่นเป็นเจ้าหญิง โอเค ในที่สุดก็จะได้เล่นบทอ่อนหวาน สวยๆ แล้ว จนมารู้ทีหลังว่าไม่ใช่เจ้าหญิงปกติ แต่ต้องเป็นนักรบขี่ม้า ก็โอเคเพราะหนูขี่ม้าได้ แต่พอถึงวันซ้อมจริงๆ ไม่ใช่ม้าแบบที่เราเคยขี่ ต้องเปลี่ยนวิธีการขี่ใหม่หมด เป็นแบบคาวบอย มีเวลาซ้อมสามวัน วันละ 2 ชั่วโมง วันแรกที่ไปเพิ่งเริ่มจับทางได้ พี่เข้ม (หัสวีร์) มาเวิร์กช็อปต่อ เดินมากระโดดขึ้นไปเลย หนูแบบ Oh My God วันนั้นวันแรกมันยิ่งบังคับเราว่าต้องได้ ทั้งมียิงธนูบนหลังม้า ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก”

อาทิตย์ใส

★ กดดันไหมเพราะทุกคนคาดหวัง?

ต้าเหนิง – “หนูกดดันทุกทาง กังวลตั้งแต่แรก เรื่องหน้าเรา เรื่องวิธีการแสดง เพราะหนัง ซีรีส์ กับละครไม่เหมือนกัน แต่พ่ออ๊อฟบอกว่าเขาเห็นเราเล่นแบบนี้มาแล้ว เขาอยากได้แบบนี้ แล้วหนูคิดว่าหนูคงเล่นตัวละครแบบเก็บกด กดอารมณ์มาเยอะ จนพอมาทำความเข้าใจคาแร็กเตอร์กับพ่ออ๊อฟ มันเลยเป็นสิ่งที่โอเคถ้าแบบนี้เราทำได้

อาทิตย์ใส

แต่ก็จะมีเรื่องสะลิง จังหวะต่างๆ ต้องสอดคล้องกันหมด ไม่ง่ายเลย แล้วอย่างการขี่ม้า แค่ขี่ให้ได้ก็ยากแล้ว แต่ต้องควบคุมในจังหวะที่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เช่น ม้าอาจจะตกใจตอนคนเยอะ หรือการยิงธนูบนหลังม้า ทุกอย่างเข้ามาในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว แค่ต้องทำให้ได้ก็พอ เพราะทุกคนช่วยเราอยู่ ทั้งกองมันเป็นเอ็นเนอร์จี้ที่ทุกคนช่วยกัน เป็นเอ็นเนอร์จี้ที่ดีมาก”

★ ด้วยพื้นฐานเราเป็นผู้หญิงอดทนอยู่แล้ว?

ต้าเหนิง – “ใช่ค่ะ ค่อนข้างอดทน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หนูต้องทำให้วันนี้ผ่านไปให้ได้ ทำเต็มที่ที่สุด ณ โมเมนต์นั้น เพราะฉะนั้นหนูจะไม่มีทางกลับมาเสียใจอีกแล้ว”

★ ได้ถามพี่อ๊อฟไหมว่าทำไมถึงไว้ใจให้เรารับบทนี้?

ต้าเหนิง – “ไม่เคยถามค่ะ แต่ไม่เคยสงสัยในความพยายามของตัวเอง เพราะทุกครั้งทุกงานหนูเต็มที่ตลอด คิดว่าทุกคนในกองก็เห็นสิ่งนั้น ขณะเดียวกันคนในกองก็เต็มที่เหมือนกัน”

อาทิตย์ใส

★ อุปสรรค ที่ลำบากที่สุดระหว่างอุณหภูมิกับซีจีอันไหนยากกว่ากัน?

ต้าเหนิง – “สำหรับหนู อุณหภูมิค่ะ ซึ่งมันมีผลกับผิวหนู มันเข้มขึ้นในช่วงเวลานึง ทำให้เปลี่ยนเฉด (หัวเราะ) เปลี่ยนเพิ่มขึ้นน่าจะสามเบอร์ เราใช้กันแดดทุกครึ่งชั่วโมง เอาไม่อยู่ มีคนที่เป็นลมก็มีตอนถ่าย เพราะมันกลางแจ้งมากๆ ไม่มีร่ม อย่างซีนรบก็อยู่อย่างนั้นไปเลยเจ็ดวัน มีสลับบ้าง แต่บางวันหนูจะโดนช่วงเวลาไพรม์ไทม์ที่สุด เช่น 11 โมงถึงบ่ายสาม ซึ่ง ณ ตอนนั้นไม่ได้กังวลเรื่องผิวพรรณ กังวลเรื่องว่าจะเกิดอุบัติเหตุอย่างอื่นไหม เพราะมันเป็นแอ๊กชั่น ก็พยายามจะมีสติให้มากที่สุด”

อาทิตย์ใส

★ เป็นเคมีใหม่ๆ ที่ต้าเหนิงกับเข้มร่วมงานกันครั้งแรก?

ต้าเหนิง – “วันแรกเจอกันยังไม่คุยกัน เล็งอยู่ว่ายังไง ซีนที่หนูเห็นพี่เข้มครั้งแรก คือพี่เข้มเดินมาแล้วกระโดดขึ้นม้า โห…ในขณะที่เรายังพยายามจับทางอยู่ พออยู่ด้วยกัน 2-3 วันก็จับทางเจอแล้วว่าเป็นเพื่อนกันได้ คนอีสานเหมือนกัน เขาเป็นคนตลกมาก ไม่มีอะไรหยุดเขาได้ เขามีเอ็นเนอร์จี้กับทุกอย่าง แล้วหนูได้เรียนรู้จากพี่เข้มว่าเวลาสายละครเล่นเขาเล่นยังไง ก็มีการปรับจูนกัน แต่ทุกอย่างมันเบสออนคาแร็กเตอร์ตามที่พ่ออ๊อฟอยากได้ เราคุยกันตลอด”

★ ในเรื่องนี้ต้องใช้ความอึดแค่ไหน?

ต้าเหนิง – “ที่สุดในชีวิตหนูเลยค่ะ ต้องอึดมากๆ เพราะมันมาบวกกับช่วงที่หลังหนูพังพอดี สมองก็ต้องจำบทที่เป็นพีเรียด ปกติเป็นคนชอบอิมโพรไวส์ แต่เรื่องนี้หนูไม่อิมโพรไวส์เลย มันมีศัพท์มีคำ พยายามจะเกาะคำทั้งหมดตามบท เพราะเราไม่แน่ใจว่าการ อิมโพรไวส์ของเราจะพลาดไหม มันเป็นพีเรียด ก็จะกังวล แล้วยิ่งเป็นซีนรบ ไม่รู้จะโฟกัสเรื่องอะไรก่อนดี ทั้งม้า ธนู ท่วงท่า คำ ก็เป็นบททดสอบในชีวิตว่าจริงๆ แล้วเราสามารถมัลติฟังก์ชันได้ขนาดนี้”

อาทิตย์ใส

★ คิดว่าเรื่องนี้เปลี่ยนเราไปเยอะไหม?

ต้าเหนิง – “หนูโตขึ้นจากทุกการทำงาน แต่อย่างกองนี้เราไม่เคยทำงานด้วย ตอนแรกกลัว กังวล เพราะทุกคนพูดว่าพ่ออ๊อฟดุมากนะ พอมาเจอแล้วไม่เลย ในกองไม่มีใครดุ สนุกมากๆ จริงๆ ก็ขอฝาก นาคี ๓ ครุฑา นาคี ด้วยนะคะ”

★ ในวัย 30 ของต้าเหนิง เราเห็นการเติบโต เปลี่ยนแปลงของตัวเองอย่างไรบ้าง?

ต้าเหนิง – “เริ่มเข้าใจคำว่าจัดการที่ตัวเองง่ายสุด ก่อนหน้านี้เรารู้ว่าไม่สามารถคอนโทรลความคิดคนอื่นได้ เราจัดการได้ แค่ตัวเอง แต่มันยังปลงไม่ได้ขนาดนี้ แต่ ณ วันนี้เรารู้ว่ามันทำไม่ได้จริงๆ แต่เรารู้ตัวเองดีที่สุด คนที่อยู่รอบตัวเรารู้สิ่งนั้นเข้าใจสิ่งนั้นพอแล้ว เพราะเราคอนโทรลคนข้างนอกไม่ได้ เวลาเราเสพสื่อหรือคอมเมนต์ต่างๆ บางอย่างเราอธิบายไปก็ไม่เกิดประโยชน์ สู้ทำความเข้าใจกับมัน แล้วปล่อยมันไป ใช้ชีวิตของเราไปดีกว่า จบที่เราเบาที่สุด รู้สึกว่าการจัดการตัวเองง่ายที่สุด”

อาทิตย์ใส

★ พอได้เรียนรู้มาจนถึงวันนี้ การเป็นนักแสดงอยู่ในวงการบันเทิงอะไรคือความยากที่สุด?

ต้าเหนิง – “การพยายามจะเข้าใจโลกให้ได้จริงๆ มั้งคะ แล้วก็การรักษาจิตใจตัวเอง สมมุติเรานั่งอ่านคอมเมนต์ที่เป็นเนกาทีฟ สมัยเด็กเวลาหนูออกไปข้างนอก จะรู้สึกว่าคนที่อยู่ในชีวิตหนู ก็จะมองหนูแบบนั้น แต่พอโตขึ้น เราก็จะรู้ว่า อ๋อ จริงๆ คนใกล้ตัวเรา หรือคนที่เราเจอจริงๆ คนที่รักเราเขาก็จะรักเรา จะเข้าใจเรา หรือว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจะรู้ทั้งหมดเขาจะไม่ได้เป็นแบบนั้น มันเหมือนมันแบ่ง เราต้องเข้าใจมันให้ได้”

★ คนในคอมเมนต์กับคนในโลกความเป็นจริงคือคนละคนกัน?

ต้าเหนิง – “ใช่ค่ะ บางทีแต่ก่อนหนูออกไปข้างนอกเวลาเจอใคร หนูจะกลัวสายตาคนว่าเขาจะคิดยังไง แต่สุดท้ายแล้ว อ๋อ มันไม่ใช่ เหมือนเราเอาใจไปใส่กับความรู้สึกตรงนั้นเยอะเกินไป พอเรามองแต่มุมลบ เราก็จะรู้สึกลบตลอดเวลา แต่จริงๆ มันมีหลายแบบ มีหลายคน มันมีคนที่เข้าใจ หรือคนที่ไม่เข้าใจเลย เขาอาจจะมีวันที่ไม่ดี ทำให้เขาพูดอะไรออกมาไม่ดีหรือเปล่า แต่อาจจะเป็นแค่ช่วงเวลานั้น ถ้าเราเอาใจไปใส่กับตรงนั้นเยอะ เขาพิมพ์เสร็จแล้วเขาก็ไป แต่คนที่อยู่กับความรู้สึกนั้นคือเรา เนี่ยแหละค่ะที่บอกว่ายากกว่าอีก คือการจัดการกับความรู้สึกเรา แล้วก็รักษาใจตัวเองให้ได้”

★ พื้นฐานเราเป็นคนแคร์คน ณ วันนี้แคร์น้อยลงไหม?

ต้าเหนิง – “น้อยลงนิดนึงค่ะ พยายามคิดกับตัวเองให้จบ เราต้องไปต่อ หนูรู้สึกว่าทุกคนไม่ใช่แค่หนู การทำงานในวงการ เราไม่ใช่มาทำแค่จ๊อบๆ นึง แล้วจบไป มันคือตัวตนเรา มันคือจิตวิญญาณเรา เราใส่สิ่งนั้นลงไปในงานเรา พอบางทีมันได้รับอะไรที่ไม่ดีมา มันสะเทือนไปถึงข้างใน มันไม่ได้ผ่านไปได้โดยง่าย ก็จะพยายามบอกตัวเอง ผ่านสิ่งนั้นไปให้ได้”

★ หัวใจเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

ต้าเหนิง – “ก็พยายามจะเลือกอยู่ตรงที่ที่เราสบายใจ คนที่ทำให้เราสบายใจ สิ่งแวดล้อมที่ทำให้เราอารมณ์ดี”

★ ความสบายใจของต้าเหนิงวันนี้ที่ต้องเริ่มต้นใหม่กับความรัก มันจะต้องเป็นอย่างไร ในวัยที่โตขึ้น?

ต้าเหนิง – “เอาจริงๆ ยังไม่ได้คิดเรื่องความรักที่ต่อไปเลยค่ะ เหมือนตอนนี้เป็นช่วงที่กลับมาโฟกัสตัวเอง จัดสรรเวลาให้ตัวเองได้อยู่กับสิ่งที่แฮปปี้ค่ะ”

วีรนุช จันทำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน