คบหาดูใจกันมานาน 4 ปี สำหรับคู่ของนักร้องสาว แพรว-คณิตกุล เนตรบุตร กับนักแสดงหนุ่ม ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ มีโอกาสเจอนักร้องสาวมาร่วมงาน “กรีนแชร์ริตี้ พิทักษ์ผู้พิทักษ์” ที่สตูดิโอ เอ-ไทม์ มีเดีย อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส เจ้าตัวได้อัพเดตเรื่องความรักให้ฟังว่า “ความรักปกติเหมือนทุกคน บางคนมีทุกข์เขาจะมาลงไอจีเหรอ แพรวรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องปรับกัน พอเริ่มปีที่สามก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ถามว่าคู่เราเฮฮากันอย่างเดียวมั้ย มันไม่ใช่ฮาบางทีเราก็หลับใส่กันบ้าง เช่น บนโต๊ะอาหาร เป็นต้น กับคนหนึ่งคนเราต้องทำความเข้าใจว่าเป็นยังไง อย่างนี้เขารู้สึกยังไง ไม่ใช่แค่แพรวเป็นกับฟรอยด์ ฟรอยด์ก็ต้องทำความเข้าใจแพรวด้วย ก็ไม่ได้อยู่ง่าย(หัวเราะ) ที่เราอยู่ด้วยกันได้เพราะว่าเป็นคนที่ไม่ได้อยู่กับใครได้ง่ายๆ ทั้งคู่ ไม่ได้ติสท์นะ อาร์ตติสท์บางคนยังคุยรู้เรื่องกว่าพวกเรา เรานี่อีกนิดจะบ้าแล้วทั้งคู่ก็เลยไปด้วยกันได้”
ที่อยู่ด้วยกันได้มันมีอะไรที่เหมือนกันเหรอ
“ความรักไงคะ ที่ทำให้อยู่ด้วยกันได้ พูดอะไรออกมาเนี่ย(หัวเราะ) แต่ว่ามันคือทุกสิ่ง เพราะถ้าเรามีความรักให้กันก็จะอดทนได้ ไม่ว่าอยากจะไปจากมันเพราะนิสัยเป็นแบบนี้ อยากจะเลิกจังเลย แต่เพราะเขาอาจจะมีความรักให้เราถึงอยู่กับเรา”
แต่ความอดทนคนเราก็มีขีดจำกัด
“ใช่ไงเพราะฉะนั้นจึงต้องมีความรักเข้ามาแทรก ความอดทนนั้นถึงไปต่อได้ แพรวเชื่อว่าถ้าเรารักกันมากพอเพราะถ้าไม่รักแล้วยังไงมันก็ไป ความรักคือการที่เราเข้าใจ ไม่ใช่ว่าอดทน มันกลายเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่า อ๋อ ชีวิตมันเป็นอย่างนี้ ระบบความคิดมันเป็นแบบนี้ เราจะพยายามคิดแทนเขาก่อนว่า เวลาเราคุยกับเขาควรคุยแบบนี้ เขาจะรู้สึกยังไงถ้าเราทำแบบนี้ แต่ไม่ใช่คิดว่าทำแบบนี้แปลว่าโกรธนะ ที่บอกว่าเราอยู่ยากมันไม่ใช่การใช้ชีวิต บางอย่างที่เราเป็น เช่น ฟรอยด์ไม่กินส้มตำเลย แต่เราขอกินได้ใช่มั้ย ก็ได้ แต่เวลาต้องไปกินด้วยกันเมื่อก่อนฟรอยด์ไม่กินผักเลย แต่เขาก็หัดกินขึ้นมานิดนึง กินเนื้อสัตว์บ้าง หลังๆ มาเริ่มกินเนื้อแล้ว ถามว่าเขาทำเพื่อเราเหรอ เปล่า มันอร่อยดี(หัวเราะ) แต่ส้มตำก็ยังเหมือนเดิมคือไม่กิน ในขณะเดีวกันแพรวก็มีดีเทล อ๋อ ไม่ต้องมาจำวันเกิดก็ได้ เพราะแพรวก็จำไม่ได้ อย่างเมื่อก่อนจะงง อะไรคือการที่ไปไหนด้วยกันแล้วต้องมีเพื่อนไปด้วยตลอด ตอนหลังเข้าใจแล้วว่ามันสนุกยังไง”
แสดงว่าฟรอยด์เป็นคนติดเพื่อนมาก
“ใช่ แต่ตอนหลังรู้สึกว่าไม่ขนาดนั้น เราเองเริ่มเข้าใจ บางทีบอกเขาว่าไปหาเพื่อนคนนี้มั้ย เริ่มคิดถึงเพื่อนเขาขึ้นมา เราอยู่ด้วยกันไปจนกลายเป็นว่าเข้าใจระบบว่ามันสนุกยังไง ในการที่ทำแบบนี้เพราะเคยไปกันสองคนแล้วรู้สึกว่ามีเพื่อนสนุกกว่านี้นะ”
ความรักเรากว่าจะลงตัวก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันใช่ไหม
“โอ้ย จีบกันก็ 8 เดือน เป็นแฟนกันมา 4 ปี ก็ค่อยๆ ปรับค่ะ แต่เชื่อเลยว่าขนาดรุ่นแม่ อย่างแม่เพื่อนเราเห็นเขาทะเลาะกับพ่อตลอดเลย มันเป็นเรื่องของการอยู่ด้วยกัน บางทีเรายังไม่เข้าใจกันกับคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดชีวิต เช่น กับแม่เราทำไมแม่ไม่เข้าใจ ก็คล้ายๆ กัน แต่เราก็อ๋อที่เขาไม่เข้าใจมันน่าจะเป็นแบบนี้ เริ่มเข้าใจมากขึ้น”
คู่เราเวลาทะเลาะกันมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
“ตอนแรกแพรวไม่เข้าใจการที่ใครสักคนนึงจะเดินไปแล้วไม่เคลียร์ ตอนแรกต้องเป็นคนเคลียร์ให้ชัดเจน แต่ตอนหลังเราเป็นคนที่พูดให้ฟัง แบบนี้ๆ โอเคเข้าใจนะ ไม่เข้าใจไม่เป็นไร แต่ต้องแยกกันก่อนเราก็กลับบ้านเรา เราต้องมีฐานของตัวเอง พอวันรุ่งขึ้นเขาก็ร้องเพลงมาแล้ว ขอโทษที่เอาแต่ใจ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อก่อนกลัวเราต้องมาเคลียร์อีกที แต่คนเรามันรู้ถึงมาร้องเพลงขอโทษที่เอาแต่ใจ แปลว่ารู้ตัวแล้ว แต่เราไม่ต้องขยี้ก็ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนียนๆ ไปเหมือนกัน ถ้าคุยไประหว่างนั้นก็ดราม่า อีกคนก็ง่วงไม่อยากฟัง ออกไปก่อนให้มันนอน เช้าตื่นมากินข้าวสบายใจค่อยโทรมา ทีนี้ก็ร้องเพลงใส่”
4 ปีที่ผ่านมาได้เรียนรู้ปรับเข้าหากัน
“ใช่ บางทีโทรไปเราอารมณ์ดีมาก เขาบอกแป๊ปนึงนะเดี๋ยวโทรกลับ อันนี้แปลว่าติดงานหรือกำลังมีธุระอะไรบางอย่าง เราจะเข้าใจสเต็ปของเขา มันก็จะมีวันที่เหนื่อยบางทีเราก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก บางทีดาราเขาจะต้องบางวันบู๊ เราไปเรียนมวยมา 15 นาทีก็เหนื่อยแล้ว เขาต้องต่อยอยู่อย่างนั้นทั้งวัน เราเข้าใจคำว่าเหนื่อยมันแทบจะไม่อยากพูด เราจะไม่ไปยุ่งกับเขาปล่อยให้ทำงานไปเดี๋ยวเขาก็ร่าเริงมาเอง”
แสดงว่าอยู่กับเราเขาไม่ค่อยเครียด
“ไม่รู้นะ แต่ก็ดูสดใสอยู่ เขาก็มีนิ่งๆ บ้างเวลาเหนื่อย เราก็ปล่อยให้เขานิ่งไป ถามว่าเคยเห็นเขาโมโหแบบสุดๆ มั้ย ไม่ค่อย ฟอรยด์จะไม่ปรี๊ดแต่แพรวปรี๊ดกว่า เวลาฟรอยด์โมโหจะเป็นสายกวนตีน แต่เราจะรู้ทางเขาเพราะเขามีหนังสือ ถ้าโมโหแล้วนิ่งเราจะชนะ ความเงียบจะชนะทุกอย่าง เราเห็นมันอ่านหนังสือเล่มนี้เรานิ่งก่อนเลย เพราะมันอ่านหนังสือเล่มนี้แสดงว่ากำลังเล่นเกมนี้กับเราอยู่ นิ่งชนะก็เลยไม่ทะเลาะกัน หนังสือบอกค่อยๆ พูดกันอย่างคนที่มีปัญหา”
วางแผนอนาคตกันไว้หรือยัง
“ไม่ๆ แพรวแค่รู้สึกว่าเราจะไม่ไปบังคับใครและตัวเราเองด้วย หลายๆ คนคิดว่าเราบังคับที่เราพูดเพราะอยากให้เขาแต่งงาน ในทางอ้อมเรากำลังบังคับตัวเราด้วย เพราะเราเอาอายุ อาเวลาของเรามาตั้งว่าต้องมีลูกแล้วนะ เพราะอายุเท่านี้แล้ว แพรวรู้สึกว่าทำไปก็เท่านั้น ผลที่ออกมาถ้าเราไม่พร้อมจริงๆ คนที่ต้องมารับทุกอย่างคือลูก แพรวจะคิดว่าทำอะไรก็ได้ตามที่ข้างบนเขาลิขิตมา ถ้าเขาบอกให้เรามีก็มี ถ้าเขาให้เราไม่มีเขาก็มีสิ่งที่ทดแทนให้ชีวิตเราอยู่ได้ มันมีคนไม่น้อยนะที่อยู่คนเดียว ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาพไหนเป็นผู้หญิงต้องแข็งแรง”
เราเป็นผู้หญิงมองเรื่องการแต่งงานไหม
“ไม่เลย เพราะแพรวเจอหลายคู่ที่แต่งงานไปแล้วก็เลิกกัน จะมีปัญหาเรื่องการเลี้ยงลูก ผู้ชายไม่ช่วยเลี้ยงลูกหรือผู้หญิงยังอยากมีชีวิตที่สนุก ทุกอย่างเราเจอจากเพื่อนๆ มาแล้ว ฉะนั้นการแต่งงานไม่ใช่จุดสุดท้าย มันเป็นจุดเริ่มต้นของการเสียสละ ที่บอกว่าไม่พร้อมมันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เราเสียสละให้ได้นะ ถ้าวันนั้นมันมาถึงทุกอย่างมันพร้อม แต่ตอนนี้สำหรับแพรวรู้สึกกลางๆ ยังไงก็ได้ ฟรอยด์เขาเพิ่งอายุ 31 ปี ผู้ชายคงเพิ่งเริ่มต้นความโตเป็นผู้ใหญ่ เราก็ไม่ได้รีบอะไรให้เขาต้องตอนนี้เวลานี้ ถ้าเขาไม่พร้อมเราก็ไม่ได้อยู่ดีเพราะเขาต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว เขาต้องแข็งแรงก่อนสำหรับแพรว”
รูปจากไอจี @kanitkiddo / @freudonidas


