‘ก้อย รัชวิน’ หวนเล่นหนังในรอบ 8 ปี เผยไม่รู้สึกอะไรได้ร่วมงาน ‘เป้ อารักษ์’

วันที่ 20 ก.ค. ที่บริเวณลานชั้น 5 อาคารสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล พหลโยธิน ซอย 2 ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ นักแสดงสาวชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์แอคชั่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ขุนพันธ์ 2” ถึงการกลับมารับเล่นหนังในรอบ 8 ปี และได้ร่วมงานกับหนุ่ม เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ รวมถึงเผยโปรเจ็กต์ก้าวคนละก้าวที่จะได้เห็นกันในรูปแบบของภาพยนตร์สารคดี

กลับมาเล่นหนังในรอบ 8 ปี?
“หลายคนจะตั้งคำถามว่าทำไมถึงหายไปนานขนาดนี้ น่าจะเป็นเรื่องของบทที่เข้ามาด้วยที่มันยังไม่ตรงกับตัวของเรา ณ ช่วงเวลานั้น รวมถึงช่วงหลังก้อยจะมามีผลงานออกทางทีวีซะเป็นส่วนใหญ่ เหตุผลที่ตัดสินใจรับเล่นหนัง ‘ขุนพันธ์ 2’ หนึ่งเลยคือก้อยเป็นแฟนหนังของพี่โขม(ก้องเกียรติ)อยู่แล้ว”

“หนังบู๊แอคชั่นของพี่โขมก็จะไม่ใช่หนังที่บู๊ระห่ำอย่างเดียว แต่มันสอดแทรกด้วยเรื่องของการเมือง ไสยศาสตร์ เวทมนต์ที่น่าสนใจเข้าไปด้วย เรียกว่ามันเป็นหนังฮีโร่ของไทยที่ทำโดยคนไทย ฉะนั้นการได้มาร่วมงานกับผู้กำกับที่เราชื่นชอบและนักแสดงหลายคนที่มีฝีมือ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของตัวเราเอง”

ก้อย รัชวิน

ไม่ใช่แค่กลับมาเล่นหนังในรอบ 8 ปี แต่ยังได้กลับมาเล่นหนังกับหนุ่ม ‘เป้-อารักษ์’ ด้วย?
“อ๋อ อันนั้นคือก้อยไม่ได้รู้สึกอะไรเลยนะ คือมันนานมากแล้วด้วย อีกอย่างก้อยกับเป้ก็เคยเล่นหนังด้วยกันมาก่อนเมื่อ 10 ปีเห็นจะได้ ในเรื่องรักสามเศร้า พอได้กลับมาร่วมงานกันก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะคะ ร่วมงานกันได้ปกติ เขาเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง จริงๆ ก้อยไม่ค่อยได้เข้าฉากกับเป้เท่าไหร่ด้วยค่ะ ส่วนใหญ่จะอยู่ในพาร์ตของพี่อนันดามากกว่า เรื่องนี้จะได้เจอเป้ไม่กี่ครั้งเอง”

ก้อย-ตูน

ถามถึงเรื่องความฟิตของการวิ่งบ้าง?
“ล่าสุดที่ไปญี่ปุ่นมา อันนั้นคือก้อยไปเป็นฝ่ายสนับสนุน เพราะระยะทาง 100 กิโลเมตรวิ่งไม่ไหวจริงๆ ค่ะ แล้วมันก็เป็นครั้งแรกของพี่ตูน(อาทิวราห์) ที่วิ่งระยะทาง 100 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นเรื่องของสถิติหรือการทำเวลาไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องวิ่งเร็วเท่าไหร่ แต่ว่าขอให้จบ เพราะการวิ่งระยะทาง 100 กิโลเมตร คือจะมีเวลาที่ตั้งเอาไว้ที่ 13 ชั่วโมง”

“ฉะนั้นเริ่มวิ่งตั้งแต่ตีห้าก็จะต้องวิ่งให้จบภายในเวลา 13 ชั่วโมง ซึ่งมันยากมากเพราะว่าเจอกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ร้อน ฝน และเจอหนาวอีก ซึ่งพี่ตูนเองไม่ได้ใส่เสื้อกันฝนเอาไว้ด้วย ตรงส่วนนั้นเลยทำให้ก้อยค่อนข้างกังวลและเป็นห่วงมากกว่า แต่สุดท้ายเขาก็ทำได้ และสภาพร่างกายปลอดภัยดีไม่ได้เป็นอะไร”วิ่งเสร็จแล้วก็เหมือนว่าได้ใช้เวลาพักผ่อนด้วยกันด้วยใช่ไหม?
“เหมือนเป็นการผจญภัยมากกว่าค่ะ สำหรับก้อยการเที่ยวจะเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ว่าพอไปอันนี้มันมีเรื่องราวให้เราได้จดจำ พอกลับมาคิดถึงมันรู้สึกดีและมีความสุข”

อาการเส้นเสียงอักเสบของพี่ตูนตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง?
“น่าจะดีขึ้นแล้วนะคะ อีกไม่นานก็น่าจะได้กลับมาร้องเพลงเหมือนเดิม ทุกวันนี้เวลาสื่อสารกันก็เหมือนเดิม แต่ว่าเขาจะพูดเบา ก้อยจะต้องตั้งใจฟัง เงี่ยหูฟังนิดหนึ่งว่าเขาพูดอะไร(หัวเราะ) แต่ตอนนี้โอเคแล้วค่ะเพราะว่าเพิ่งไปพบคุณหมอด้วยกันมา”เร็วๆ นี้จะมีโปรเจ็กต์อะไรกับพี่ตูนไหม?
“เดี๋ยวจะมีภาพยนตร์สารคดีของก้าว ซึ่งจะได้เห็นกันเดือนหน้านี้ ฝากทุกคนติดตามด้วยเพราะว่ามันจะเป็นโปรเจ็กต์ที่นำไปสู่การช่วยเหลือครั้งต่อไป แต่ว่าในส่วนของรายละเอียดไว้รอให้พี่ตูนมาเล่าให้ฟัง อันนี้ไม่ใช่ว่าก้อยทำกับพี่ตูนสองคนนะคะ แต่เป็นในส่วนของโครงการก้าวคนละก้าว”

“ปีนี้เราอาจจะไม่ได้มีการวิ่งยาวเหมือนปีที่แล้ว แต่เราก็เหมือนอยากทำให้สิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นการช่วยเหลือต่อเนื่องไป เพราะเราทุกคนก็อยากที่จะช่วยโรงพยาบาลอื่นที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ต่อไปอีก แต่เอาไว้ให้พี่ตูนมาเล่าให้ฟังดีกว่าค่ะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน