หนิง ปณิตา ตอบปมแช็ตเคลียร์มือที่ 3 เป้ย ไม่กลัวคนมองจะกลายเป็นหมา!

หนิง ปณิตา ตอบปมแช็ตเคลียร์มือที่ 3 เป้ย ไม่กลัวคนมองจะกลายเป็นหมา!

เรียกว่า “หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ” เป็นเพื่อนคนแรกที่ออกมาปกป้อง “เป้ย ปานวาด บุญยรัตกลิน” หลังจากที่เป้ย โพสต์แช็ตคุยกับสาวมือที่สาม ล่าสุดได้เจอ “หนิง ปณิตา” จึงได้อัพเดตการของ เป้ย ปานวาด หลังจากออกจากโรงพยาบาล และสถานะการณ์ครอบครัวของเพื่อนสาว

โดยผู้สื่อข่าวถามว่าดูแล้วสถานการณ์ครอบครัวเขาดีขึ้นมั้ย
”หนิง ยังไม่ได้เจอคุณป๊อป ได้เจอแต่เป้ย เราคุยกันในมุมของเพื่อนที่คุยกัน ก็ได้แต่ส่งกำลังใจ ส่งความเป็นห่วง หนิงเชื่อว่าคนเราเวลาที่เกิดปัญหาอะไรขึ้นมา บุคคลที่เขาเกิดปัญหาเขาจะไม่ได้ต้องการอะไรมาก นอกจากกำลังใจ กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ หนิงจะบอกเสมอว่าบางทีคนเราเวลาเกิดปัญหาขึ้นมาเราทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นคนที่อยู่ข้างนอก เราไม่รู้หรอกว่าเขาเจออะไรยังไงบ้าง”

หลายคนมองว่าพอมีปัญหาเป้ย ใช้เพื่อนเป็นเครื่องมือจัดการปัญหา ให้เพื่อนช่วยตี พอถึงเวลาสุดท้ายเพื่อนเป็นหมา
“ทุกปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอด ในส่วนของเราของความเป็นเพื่อน เขาคงไม่มีหัวสมองไปคิดอะไรซับซ้อน วางแผงการจะให้เพื่อนออกโรงอะไรยังไง หนิงว่าเขาไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นหรอก เพื่อนกันเวลามีปัญหาก็เล่าสู่กันฟังมากกว่า หน้าที่เพื่อนที่ดี สำคัญที่สุดเลยคือเมื่อเขามีปัญหา เขาต้องการกำลังใจ แล้วจะกำลังใจจากใคร ก็จากเพื่อนนี่แหละสำคัญที่สุด

ถ้าคนเป็นเพื่อนยังไม่เข้าใจ นับประสาอะไรกับคนที่เขาอยู่วงห่างออกไป เขาจะไปเข้าใจอะไร หนิงว่าอย่าไปมองว่าใช้เพื่อนหรือไม่ใช้เพื่อน หนิงว่าเวลาเพื่อนเกิดปัญหาสำคัญที่สุดคือกำลังใจ ถ้าเวลาเราให้กำลังใจกัน เราพร้อมจะช่วยเหลือกัน บางคนพูดว่าอย่าไปอะไรเลยเดี๋ยวถึงเวลาเราก็โฮ่ง เราก็เป็นหมา อันนี้ในมุมหนิงคนเดียวนะสมมุติสุดท้ายถ้าเราต้องโฮ่ง ต้องเป็นหมาแต่เราทำให้เขาดีกันได้ หนิงก็จะทำนะ มันคือเพื่อน มันคือครอบครัว แล้วมันยังต่อไปจนถึงลูกถึงหลาน เยอะแยะมากมาย”

คนมองว่าเราเพื่อนที่แช็ตไปเคลียร์กับมือที่ 3 ให้
“ถ้าจะให้หนิงพูดว่ามันไม่ใช่ คนจะเชื่อมั้ย อะไรก็แล้วแต่ถ้าคนคิดไปแล้วคนก็คิด จะให้หนิงไปบอกว่ายังไง ไม่ใช่ฉันนะ ให้หนิงออกมาร้องไห้ฉันไม่ได้ทำ มีคนอื่นอีกเยอะแยะ ก็จะต้องมีคำถามกลับมาอีกว่าแล้วหนิงรู้มั้ยว่าใครทำ ถ้าหนิงตอบว่าหนิงไม่รู้ จะมีคนเชื่อมั้ยล่ะว่าหนิงไม่รู้จริงๆ ตรงนี้แล้วแต่ใครจะคิดยังไง เอาเป็นว่าเรารับรู้แต่เราก็แล้วแต่เลยว่าใครจะคิดยังไง เราไม่พูดดีกว่า

แล้วแต่คนจะมองคนจะเชื่อเลย คนรักเราเขาก็จะเชื่อว่าเราไม่ได้ทำ แต่ถ้าคนตั้งเป้าเป็นทุนเดิมว่าเรื่องเมียน้อยเมียหลวงต้องเป็นเราแน่นอน บางครั้งภาพความแรงของหนิงมันเกิดขึ้นจากข่าว ถ้าคนที่รู้จัก สนิทกับหนิงจริงๆจะรู้ว่าหนิงไม่ได้แรงขนาดนั้น หนิงเป็นคนชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน”

ให้กำลังใจเพื่อนยังไงบ้าง
“ในมุมที่คุยกันหนิงเชื่ออย่างหนึ่งว่าเป้ยเป็นคนที่รักครอบครัวมาก เวลาใครมีปัญหาอะไรในมุมที่เป็นเมียเป็นแม่ เป้ยจะพูดเสมอว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการใช้ชีวิตคู่ครอบครัวคือสิ่งสำคัญ เป้ยพูดคำนี้ ฉะนั้นหนิงเชื่อว่าทุกสิ่งที่เขาทำเขาต้องพยุงครอบครัวเขาไปให้รอด ปัญหาหลายๆอย่างต้องใช้เวลาในการเคลียร์ แต่ยังไงเขาก็เป็นคนที่ยึดมั่นในสถาบันครอบครัวมากๆ”

มันเป็นครั้งที่2 แล้วครั้งแรกมันหนักกว่าครั้งนี้มั้ย
“ในมุมที่หนักกว่าไม่หนักกว่าหนิงไม่สามารถตอบแทนได้ เวลาที่เรารู้ว่าเพื่อนเรามีปัญหาสิ่งที่เราทำก็คือคุยกับเขา ทำอะไรอยู่ ตื่นรึยัง วันนี้โอเคมั้ย กินข้าวรึยัง หนิงจะไม่ไปถามอะไรที่ทำให้เขาต้องคิดมาก เขาอยากจะพูดอะไร เขาจะพูดจะเล่าเอง ถามว่าวันนี้หนิงรู้มั้ยว่าอะไรมันเกิดขึ้นยังไงบ้าง หนิงรู้ แต่จะให้หนิง มาพูดแทนเขาหนิงพูดแทนเขาไม่ได้

หน้าที่ที่ดีของเพื่อนคือให้กำลังใจ อยู่ข้างๆคอยปลอบ เมื่อวานหนิงทำงานเสร็จก็เดินไปหาเขา แต่เขาไม่อยู่ เขาไปเดินในน้ำเพราะเขาท้องแข็ง เขายังมีภาวะท้องแข็งเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งมันเป็นภาวะของคนท้องอยู่แล้วด้วยส่วนหนึ่ง เป้ยเขาก็ดูแลตัวเอง เลยต้องไปออกกำลังกายในน้ำ เลยสวนทางกัน แล้วหนิงทำงานยาว เขาโทรมาก็ไม่ได้รับ”

ในฐานะเพื่อนคิดว่าเป้ยสตรองขนาดไหนอาการแย่แล้วยังไปออกงาน
“เอาอย่างนี้นะ เราไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกข้างในเขาเป็นยังไง เราว่าเขาพยายามที่จะสตรอง แต่เอาว่าเป็นเรา ณ วันที่จะต้องออกงาน ของหนิง หนิงหนีการออกงานอยู่ 3 เดือนเลย เพราะหนิงไม่สตรองพอที่จะออกมาเจอคน หนิงหายจากทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ คนติดต่อหนิงไม่ได้ 3 เดือนเลยนะ ที่บอกไงว่าเขาเป็นคนที่ยึดมั่นใจสถาบันครอบครัว”

ที่เขาตัดสินใจโพสต์แช็ตนี่คือมันพีคสุดสำหรับเขาแล้วใช่มั้ย?
“หนิงว่าน่าจะอย่างนั้นนะคะ”

ถามถึงไอจีอั้ม ที่ขึ้นเป็นรูปหัวใจสีชมพูหน่อย
“อันนี้หนิงไม่รู้จริงๆนะ หนิงเห็นโพสต์แล้วหนิงยังไปคอมเม้นต์หัวใจสีแดงเข้าไป แต่ความหมายลึกๆ หนิงไม่ทราบนะ จริงๆเลยนะ เอาว่าทุกวันนี้ชีวิต 12 ชั่วโมงในการที่แบบว่าละครระบำมารจะออกอากาศ หนิง อยู่ในห้องอัดทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้หลับไม่ได้นอนไหนจะทำหน้าที่ของแม่กับณิริน ทำหน้าที่เมีย ทำหน้าที่ลูกของแม่อีก คือมันหมดเวลาแล้วจริงๆ

เพื่อนทุกคนยังพูดเลยว่าหนิงมันหายหัวไปไหน ก่อนหน้าหนิงจะไปเที่ยวอีก แต่ว่าไปเที่ยวหนิงแพลนไว้นานแล้ว เป็นช่วงที่ณิริน เปิดเทอมต้องไปด้วยกัน แล้วบวกกับว่าละครจะออนแล้ว ทุกคนก็ไม่รู้ หนิงไม่รู้เหมือนกัน แต่หนิงไม่ได้คิดอะไร เห็นอั้มโพสต์หัวใจสีชมพู หนิงโพสต์กลับไปหัวใจสีแดงแค่นั้น”

เสียชื่อหนิงนะ ปกติหนิงจะต้องรู้ทุกเรื่อง เป็นโฆษกให้เพื่อน
“เอาจริงๆ บางทีหนิงก็อึดอัดนะมีอะไรก็มาถามแต่หนิง ถามว่าเบื่อมั้ย พูดเลยเบื่อ คำถามคือสมมติหนิงไม่ตอบ หนิงอยากให้ประชาชนบางคนที่ด่าหนิงเข้าใจด้วยนะ ตัวหนิงเองไม่รู้ว่าทำไมทุกคนต้องมาถามหนิง แต่อยากให้เข้าใจหนิงด้วย ว่าหนิงจะตอบอะไรแต่ละทีหนิงเครียดนะ จะพูดอะไรแต่ละทีจะพูดอย่างไรไม่ให้กระทบกับใคร ไม่ให้ใครเสีย แต่บางเรื่องหนิงไม่รู้จริงๆ หนิงไม่จำเป็นที่ต้องรู้ทุกเรื่อง”

ถามถึง #เมียหลวงยืน 1 ในคอมเม้นท์ที่เราเขียนให้ เป้ย ปานวาด มีคนเม้าท์ว่าเป็นการไทร์อินละครเรื่อง “ระบำมาร”ไปในตัว
“อันนี้เป็นแฮชแทกที่ถูกคิดและถูกเขียนก่อนมีเรื่อง คือว่าคำพูดนี้มันอยู่ในละครเรื่องระบำมารเนี่ยล่ะ ตั้งแต่แรกอยู่ เดี๋ยวนี้เวลาที่ทำละครมันจะมีแฮชแทก ก่อนหน้านี้มันมีแฮชแทก คือเมียหลวงยุค 4 จีต้องเร็วและแรง พอลงไปมีนักข่าวโทรมาเลยจ๊ะ ถามหนิงว่าเกิดเรื่องหรือมีอะไรหรือเปล่า หนิงบอกว่าเปล่านะ หนิง กำลังหาแฮชแทกให้กับละคร แล้วพอสุดท้ายมันยาวไป จนมาตกผลึกที่เมียหลวงยืน 1 มันถูกเขียนก่อนมีเรื่องพักใหญ่ๆ เลย

ช่วงนี้เป็นช่วงที่หนิงโปรโมทละคร มันก็ดันเป็นจังหวะเดียวกัน บางคนก็จะมาวิพากวิจารณ์ว่าหนิงไทร์อิน ซึ่งเปล่านะ มันมีมาอยู่แล้ว และหนิงคิดว่าเมียหลวงยืน 1 น่าจะเป็นที่รู้จักในช่วงละครระบำมารออนด้วย แต่มันดันมาก่อนไง กับเรื่องของเพื่อนนะ หนิงว่ามัยไม่ดีหรอกไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรบนโลกใบนี้ที่เกี่ยวกับสภาวะของครอบครัว ในฐานะของคนที่เคยมีปัญหามาก่อน บอกเลยว่ามันเจ็บปวด ทุกข์ทรมานมาก แต่เราอาจจะโชคดีที่เราผ่านมาได้”

บทความก่อนหน้านี้“โค้ชแม็ก” เผยจอมเตะไทยฟิตเต็มร้อย – ไร้ปัญหาเจ็บ-น้ำหนัก
บทความถัดไปธีราทร ปลื้ม อิเนียสตา ชวนทัพโกเบ เลี้ยงอาหารสเปน ซูฮกแข้งดัง เหมือนมีตารอบตัว