วันที่ 16 ม.ค. ที่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน กรุงเทพฯ มีพิธีฉลองมงคลสมรสของดีเจและพิธีกรชื่อดัง ดร.อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน อายุ 40 ปี กับ จ๋า-อลิสา พันธุศักดิ์ ทายาทเจ้าของทิฟฟานี่โชว์ พัทยา หลังคบหาดูใจกันมานานกว่า 9 ปี โดยในช่วงเช้าทั้งคู่เข้าพิธีสวมแหวน ทำบุญเลี้ยงเพลพระ รวมไปถึงพิธียกน้ำชา โดยมีครอบครัว เพื่อนสนิท ทั้งในและนอกวงการบันเทิง มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างอบอุ่นชื่นมื่น
ต่อมาในช่วงค่ำ ก่อนจะเข้าสู่พิธีฉลองมงคลสมรส คู่บ่าวสาว ควงกันมาเปิดใจกับสื่อมวลชน
โดย อั๋น เผยว่า “วันเสาร์ที่ผ่านมา (14 ม.ค.) จัดที่โบสถ์วัฒนา ไปงานแต่งคนอื่นมาเยอะจึงเป็นครั้งแรกที่มางานแต่งตัวเองรู้สึกดีมากครับ พิธีต่างๆ ในโบสถ์เป็นเรื่องของความรักความผูกพันของครอบครัว รู้สึกซาบซึ้งใจมากครับ น้ำตาซึมตั้งแต่ตอนที่บาทหลวงให้เริ่มต้นกล่าวคำปฏิญาณพร้อมกัน คำแรกยังพูดไม่ได้เลย น้ำตาก็ไหลแล้ว พิธีมันศักดิ์สิทธิ์มาก มีคนสำคัญของเรามาร่วมแสดงความยินดีกับเรามากมาย มองไปก็เห็นแต่คนที่เรารักมาช่วยเหลือเราทุกอย่าง”
ร้องไห้พรั่งพรูตั้งแต่วันซ้อม อั๋น กล่าวว่า “วันนั้นเราก็ร้องกันทุกคน ในโบสถ์กระดาษทิชชู่ต้องฉีกแบ่งกัน เพื่อนๆ ร้องไห้โฮกันเลย”
โมเม้นท์ที่หันหน้ามาปฏิญาณต่อกันรู้สึกยังไงบ้าง
จ๋า เผยว่า “จ๋าเป็นคริสเตียน คุณแม่เป็นคริสเตียนที่เคร่งมาก ตั้งแต่เด็กจนโตรู้สึกว่าพระเจ้าประทานพรให้ ตอนที่เข้าไปคุณแม่เป็นคนให้พลังเรามาก ตั้งแต่เดินเข้าไปในโบสถ์จ๋าก็น้ำตาไหลแล้ว ตอนคุณแม่พูดอีกว่าการแต่งงานครั้งนี้จ๋าต้องมีพระเจ้าตลอดชีวิต เพราะถ้าไม่มีพระเจ้า จ๋าจะไม่มีอะไรเลย ทำให้เรารู้สึกตื้นตัน เพื่อนๆ ทุกคนก็ตื้นตันกับความรักของเรา ตื้นตันกับความรักของคนที่รายล้อมและความรักของพระเจ้าที่อยู่ในโบสถ์ มีทั้งความศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ ก็เลยร้องไห้ดีใจกับพวกเรา และได้มีคำสาบานร่วมกัน การเข้าโบสถ์ครั้งนี้ทำให้เรารู้จักในความรักของพระเจ้าและนำมาใช้ในชีวิตคู่ของเราได้”
คำสาบานตนที่ให้กันในวันนั้น
จ๋า กล่าวว่า “ใจความคือให้เรารักและซื่อสัตย์ต่อกัน”
อั๋น เสริมต่อว่า “รักดูแลเคียงข้างกัน มันไม่ได้เป็นประโยคที่เราจะพูดกันในชีวิตประจำวัน เราอาจจะมีความตั้งใจนั้นแต่เราไม่ได้พูดกัน เราหันมองหน้ากันแล้วพูด มันเป็นสิ่งที่ดี น้ำตาที่ไหลของเราและของใครในโบสถ์มันเป็นพลังงานรวมของความรักทุกคนที่มารวมกัน”
จ๋า “ได้รักโดยที่ไม่ได้ร้องขอเลย เป็นรักของพระเจ้าด้วย แชร์กันให้กับเพื่อนพี่น้องญาติๆ ทุกคน”
เล่าถึงพิธีแห่ขันหมากและยกน้ำชาในช่วงเช้า
อั๋น กล่าวว่า “เมื่อเช้าค่อนข้างโอเค ประคองสติได้ดี มีน้ำตาซึมนิดหน่อย เขาเป็นคริสต์ ผมเป็นพุทธ แต่ละพิธีมีความสวยงามของมัน มันดีต่อใจจริงๆ ตั้งแต่พิธีแห่ขันหมากเรื่อยมาจนถึงพิธีสงฆ์ สวมแหวนและปิดท้ายที่ยกน้ำชา ลงมานั่งทานข้าวกับแขก จ๋าก็พูดว่าเข้าใจเลยว่าแต่ละพิธี ทุกอันมีความสวยงาม”
จ๋า กล่าวเสริมว่า “มันมีว่าทำไมถึงเกิด รู้สึกผูกพันกัน รู้จักกันทั้งสองครอบครัว ต้อนรับในการเข้าสู่ครอบครัวใหม่สิ่งที่พุทธกับคริสต์มีความคล้ายคลึงกัน จ๋าได้รับฟังธรรมจากเจ้าอาวาส ท่านสอนในเรื่องของความรักเหมือนกัน ต้องมีความซื่อสัตย์อดทนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้อภัย มันอยู่ที่วิถีความเชื่อ”
ถามถึงเรื่องสินสอด
อั๋น กล่าวว่า “จริงๆ เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับตรงนี้เท่าไหร่ สำหรับผมมองข้ามเรื่องมูลค่าไปเลย จัดทุกอย่างตามความเหมาะสม มีครบแก้วแหวนเงินทองตามสิ่งที่เป็นมงคลทั้งหมดทั้งปวง ทางฝ่ายคุณจ๋าไม่มีการรีเควสต์ใดๆ เป็นความเต็มใจกับทั้งสองฝ่าย สำหรับแหวนจ๋าเพชร 5 กะรัตกว่า แต่แหวนในโบสถ์เป็นอีกวงนึง วงนี้เป็นแหวนที่อั๋นซื้อเพชรเก็บไว้นานมากแล้ว 4-5 ปีหลังคบเขา เคยเอาให้ดูแล้วว่าตั้งใจให้คุณนะ เพิ่งเอามาใส่ตัวเรือน เป็นแบบเดียวกับแหวนที่คุณพ่อให้คุณแม่ในวันแต่งงาน ผมหยิบแหวนแม่มาให้เขาลองว่าชอบมั้ย”
จ๋า กล่าวว่า “ชอบสิคะ อั๋นให้อะไรก็ชอบหมด”
ถามถึงเรื่องแพลนทายาท
จ๋า กล่าวว่า “จ๋าคิดว่าอายุเยอะแล้ว จะรีบมีทายาท อยู่ในวัยที่ต้องพยายามแล้ว ก็คิดว่าจะตั้งใจค่ะ มาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นเลย พร้อมเลยค่ะ จริงๆ ไม่ค่อยกังวลเรื่องมีลูกยาก จ๋าเคยฝากไข่เก็บไว้แล้วหลายปีแล้ว”
อั๋น กล่าวว่า “ไข่ใบสุดท้ายกำลังจะมาถึงแล้วครับ ไม่รู้จะรออะไรแล้ว มันก็เลตแล้ว เราแตะเลข 4 แล้วทั้งคู่ คุณจ๋าเขาเอาไข่ไปแช่แข็งไว้อย่างมหาศาล ทั้งหมดทั้งปวงเราคุยกันว่าเราไม่เอามากดดันนะ เราคิดว่าคงจะมีไม่ยากมั้ง แต่ถ้าไม่มีเราสองคนก็ไม่เดือดร้อน เราจะไม่เป็นทุกข์กับมัน เราเริ่มต้นจากการมีความสุขมากอยู่แล้วทั้งสองคน เราจะไม่สร้างเงื่อนไขต้องเป็นแบบนั้นถึงจะมีความสุขกว่านี้ ถ้ามันมีอะไรที่ดีกว่านี้ อั๋นจะถือว่าเป็นโบนัส”
ถามถึงเรื่องแพลนฮันนีมูน
จ๋า กล่าวว่า “จริงๆ จ๋ามีงานก่อน คิดว่าหลังมีนาค่อยตั้งว่าจะไปไหนกัน”
อั๋น กล่าวเสริมว่า “เขาอยากไปนิวยอร์ก เขาจะไปดูโชว์ จะเอากลับมาทำทิฟฟานี่โชว์ของเขา บังเอิญเป็นที่ที่เราก็ชอบ ถึงจะเป็นเมืองแต่ก็มีมุมโรแมนติกไว้เยอะ คิดไว้ว่าจะไปแต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงค่อยว่ากัน คงเป็นหลังงานมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน”
เรือนหออยู่ที่ไหน อั๋น กล่าวว่า “อยู่บ้านพี่อั๋นครับ”
เรื่องจดทะเบียนสมรส อั๋น กล่าวว่า “ยังไม่ได้คุยกันตรงนั้น ยังไม่ได้จดเลย เรายังยุ่งกันอยู่กับงาน และคุณจ๋ามีอะไรเกี่ยวพันธ์กับธุรกิจเยอะ ยังมีหลายอย่างที่ต้องจัดการ”
วินาทีที่ตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้ากันในสถานะสามีภรรยาเป็นครั้งแรกรู้สึกยังไง
จ๋า กล่าวว่า “จ๋าเห็นเขาตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อก่อนก็เฟซไทม์กันอยู่ตลอด รู้สึกมีความผูกพันกันเยอะมากอยู่แล้ว คนนี้แหละที่วางใจที่จะนอนหลับ”
ความประทับใจต่อกัน
จ๋า กล่าว่า “จ๋าน่าจะเป็นคนโชคดีนะ อายุป่านนี้คงหาผู้ชายไม่ได้แล้ว คงมีหลายเรื่องที่คนคิดไปเองแล้วเหลือรอดมาให้จ๋าได้ก็โชคดีค่ะ อั๋นเป็นคนน่ารักใจดี พิถีพิถันทุกเรื่อง เราเลยวางใจที่จะเป็นคู่ชีวิต เพราะรายละเอียดต้องช่วยกันดู เราเป็นคนโชคดีมากจริงๆ ค่ะ”
อั๋น กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องของความลงตัว ณ วันนี้ เป็นความลงตัวที่เย็นและสบายในการอยู่ด้วยกัน เราไม่ต้องฝืนให้ตัวเองเปลี่ยนแปลงอะไรเลย มันง่ายไปหมดทุกอย่าง อาจจะด้วยวัยที่เราทั้งสองรู้สึกว่ามันนิ่ง มีสติในทุกเรื่องไปหมด เราจะทะเลาะ โกรธกัน ห่วงกัน มันจะมีย้อนกลับมา 1 2 3 แล้วค่อยพูด รู้สึกว่ามันง่าย มันไม่มีอะไรที่ทำไปก่อนคิด มันคงไม่ถึงกับเพอร์เฟ็คไปหมดขนาดนั้น มันเป็นเรื่องปกติที่เรายังมีหงุดหงิดใส่กันบ้าง อย่างเรื่องงานแต่งงานเราขัดกันไม่ถึง 3% อย่าเรียกว่าทะเลาะเลย ที่สุดเป็นความวางใจ ถ้าจ๋าเลือก เรารู้ว่าเค้าเลือกที่เราถูกใจแน่นอน จบงานโดยที่ไม่ต้องตามดูเพราะเรารู้กัน”
คำมั่นสัญญาอะไรที่อยากบอก
อั๋น กล่าวว่า “คงไม่รู้จะสัญญาอะไร สิ่งที่คนอยากให้เราสัญญามักจะมีแนวโน้มผิดสัญญา เลยพยายามจะไม่สร้างคำสัญญาขึ้นมา จะมีแต่ความตั้งใจดีกว่า มันยิ่งใหญ่กว่าสัญญาด้วยซ้ำ ตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุดจริงๆ”
จ๋า กล่าวต่อว่า “ผ่านชีวิตเป็นโสดมานาน ครั้งนี้เป็นผู้หญิงคนนึงที่จะสร้างครอบครัว การตั้งใจคือการพัฒนาคน ถ้ามีลูกเราก็จะพัฒนาให้เป็นคนที่ดีต่อไป เป็นเรื่องที่เราพยายามสร้างด้วยกัน เป็นรายละเอียดที่เรา ตั้งใจจะสร้างครอบครัวและอยู่ในสังคมให้ดีที่สุด”
อั๋น กล่าวว่า “เราไม่ต้องขอด้วยซ้ำ ตั้งแต่วันที่เขาเซย์เยส ก็รู้สึกว่าเขาเปลี่ยน ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ไม่ดีนะ เราเห็นความตั้งใจที่เราไม่ต้องเอ่ยปาก แต่เขาทำให้”




