ก้อย เผยก่อนโพสต์หวานต้องให้ ตูน อ่านก่อน-ชินฝ่ายชายลงรูปคู่ปีละครั้ง

ก้อย เผยก่อนโพสต์หวานต้องให้ ตูน อ่านก่อน-ชินฝ่ายชายลงรูปคู่ปีละครั้ง

เตรียมควงกันไปวิ่งที่ประเทศญี่ปุ่น ในงานโตเกียวมาราธอน สำหรับคู่รักนักวิ่ง ก้อย-รัชวิน กับ ตูน บอดี้สแลม มีโอกาสเจอนักแสดงสาวในงานแถลงข่าวกิจกรรม Umay+ Money Fitness ได้ถามถึงเรื่องการเตรียมตัวไปวิ่ง และเรื่องที่สาวก้อยมักจะโพสต์เล่าเรื่องราวมุมน่ารัก หรือมุมที่ไม่มีใครรู้ของหนุ่มตูนให้แฟนๆ ได้รู้กัน ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวอยู่บ่อยๆ

โดย ก้อย เผยว่่า “ก้อยกับพี่ตูนมีโปรแกรมจะไปวิ่งที่งานโตเกียวมาราธอน ที่ประเทศญี่ปุ่น วิ่งวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ค่ะ(3 มี.ค.) เราเตรียมตัวมานานตั้งแต่ปีที่แล้ว เราทั้งซ้อมวิ่งแล้วก็ลงรายการวิ่งมาเรื่อยๆ และก็มาเทรนหนักเป็นพิเศษช่วงสามเดือนก่อนไปวิ่ง ก็มีความตื่นเต้น การวิ่งมาราธอนไม่ใช่แค่เรื่องขาอย่างเดียว มันเป็นเรื่องใจด้วย เราดันประกาศออกสื่อไปไงว่าเราอยากจะวิ่งให้ได้ภายใน 4 ชั่วโมง มันก็เลยเป็นความกดดันของตัวเองเล็กๆ ปกติมีเป้าหมายจะไม่ค่อยบอกใครจะเก็บไว้ในใจ แต่พอครั้งนี้เขียนลงไปในไอจีแล้วคนก็บอก ขอให้ทำได้นะ ทำได้แน่เลย เราก็เริ่มโอ้ย เอาแล้วจะทำได้มั้ย”

เท่าที่เราไปซ้อมคิดว่าทำได้ไหม ?
“ไม่รู้เลยจริงๆ ค่ะ พอเวลาลงไปอยู่ในสนามมันมีปัจจัยหลายอย่างมาก เรื่องอากาศ เรื่องความพร้อมในวันนั้น ความรู้สึกของเราในวันนั้นก็สำคัญ เลยไม่สามารถบอกได้ว่าจะทำได้มั้ย แต่ถ้าเราเตรียมตัวมาดี เราจะไม่กังวล คือทำได้ไม่ได้อีกเรื่องไปวัดกันในสนาม ตอนนี้ความพร้อมของร่างกายและจิตใจคิดว่าตัวเองค่อนข้างพร้อม”

ยังกังวลเรื่องอะไรอยู่บ้าง ?
“ห่วงความรู้สึกในวันนั้นมันอาจจะตื่นเต้น เห็นบรรยากาศผู้คน อยากจะไปแปะมือกับผู้คน ทุกอย่างในสนามเวลามันเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง แล้วเราไปวิ่งด้วยกัน 4 ชั่วโมงครั้งแรก ก็ไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกัน”

มีแอบสัญญาไหมว่าอย่าวิ่งทิ้งกันไปก่อนนะ ?
“ไม่เลย เขากลัวก้อยทิ้งเขา คิดว่าจะวิ่งไปด้วยกันจนจบค่ะ”

ถามถึงเรื่องรูปพี่ตูนที่เราโพสต์เบื้องหลังการซ้อมคอนเสิร์ตวิชาตัวเบา ?
“ตามชื่อคอนเสิร์ตเลยค่ะ วิชาตัวเบา เราเห็นการทำงานของเขามาตลอด 8-9 ปีที่รู้จักกันมา รู้ว่าเขาทุ่มเทกับทุกๆ ครั้งที่มีคอนเสิร์ตใหญ่ๆ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ก้อยรู้สึกว่าเขาเบาขึ้น เขาปล่อยวางกับปัญหาอุปสรรคที่เจอมากขึ้น แล้วมันทำให้พลังของเขาบนเวทีมันเต็มเพราะความเบา ความสบายขึ้นของเขา กลับกลายเป็นเราเองที่เป็นห่วงและอยากให้พลังงานกับเขา แต่พอเราเห็นว่าเขามีความสุข และทำได้อย่างดีก็เบาใจ”

จะเห็นก้อยอยู่ข้างๆ พี่ตูนตลอด ?
“จริงๆ ก้อยเป็นอย่างนั้นตลอด แต่ก้อยอาจจะไม่ค่อยได้แชร์ คนอาจจะไม่ค่อยได้เห็นมุมนั้น แต่อย่างที่บอกพอเราทั้งคู่ผ่านเวลามานานมากแล้ว เราก็เริ่มเบาขึ้นทั้งคู่การที่เราจะให้กำลังใจกันผ่านช่องทางของตัวเอง คนเลยอาจจะเห็นมากขึ้น จริงๆ ทั้งก้อยทั้งพี่ตูนเวลาเขาทำอะไร เราก็จะซัพพอร์ตกันแบบนี้อยู่แล้ว”

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

Everyday is Valentine’s Day ♥️ . . . #KTsRunningJourney #เราจะไปมาราธอนด้วยกัน #Tokyomarathon2019 #ก้อยไม่เก่งแต่ก้อยไม่หยุด

โพสต์ที่แชร์โดย rachwinwong (@rachwinwong) เมื่อ

 ส่วนใหญ่ทุกคนจะเห็นพี่ตูนจากมุมของก้อย แล้วมุมของเขาที่คอยซัพพอร์ตเราล่ะ ?
“อย่างครั้งนี้ทุกคนกำลังจะได้เห็นแล้ว(หัวเราะ) ที่เขาจะไปวิ่งกับก้อย เขาเคลียร์งานเพื่อไปวิ่งที่โตเกียวกับเรา เราล็อกวันตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เรารู้ว่าจะไปวิ่งเดือนมีนาคม เขาก็มาซ้อมกับก้อยพาก้อยไปเทรน ลงไปภูเก็ตไปซ้อมวิ่งเขาก็มาอยู่ข้างเราตลอดในเรื่องนี้ เพราะว่าเป้าหมายของเราคือเขาทำได้อยู่แล้ว วิ่งน้อยกว่า 4 ชม. แต่เรายังทำไม่ได้ เขาก็อยากจะเป็นกำลังใจให้เราในระหว่าง และว่างตรงกันด้วยค่ะ”

ในมุมอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องวิ่งเขาซัพพอร์ตเราอย่างไรบ้าง ?
“มุมอื่นๆ เหรอ จริงๆ มันก็ทุกมิติในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว เรื่องการทำงานของก้อย หรือแม้แต่การวิ่งของก้อย มันเป็นเรื่องที่เราให้กำลังใจกันและกันอยู่แล้ว แต่ก้อยเป็นผู้หญิงอาจจะแสดงออกมากกว่า แต่พี่ตูนจุดยืนของเขาไม่แสดงออกอยู่แล้ว เขาจะทำมากกว่าพูด เขาจะน้อยๆ แต่มาทีก็มามากเลย(หัวเราะ) เราชินกับการที่เขาเป็นแบบนี้ มันกลายเป็นมีคุณค่านะ สมมติปีนึงลงรูปเราหนึ่งครั้ง น้ำตาเราจะไหล(หัวเราะ) หรือปีนึงสามสี่ครั้ง”

คนชอบทักพี่ตูนไม่ค่อยลงรูปก้อยเลย ?
“แล้วพอลงมาปุ๊ป เฮ้ย! เฮียลงรูปก้อย คนจะฮือฮาๆ ถามว่าดีใจมั้ยนานๆ ทีเขาจะลงรูปเรา ดีใจค่ะ(หัวเราะ) แต่ก็ชิน เราก็ไม่มีถามว่าพี่ทำไมไม่ลงรูป มันเลยจุดนั้นมานานมากแล้ว แต่ก่อนตอนคบกันใหม่ๆ โซเชียลมันไม่ได้แอคทีฟมากขนาดนี้ เดี๋ยวนี้คือทุกคนทำอะไรก็ต้องแชร์เรื่องราวของตัวเองลงในโซเชียล”

เราเป็นฝ่ายโพสต์อยู่บ่อยๆ พี่ตูนมีฟีดแบ๊กอย่างไร ?
ก้อยจะให้พี่ตูนดูนะว่าก้อยจะลงอะไร บางทีเวลาเราลงอะไรต้องให้เกียรติเขา แล้วเราต้องรู้ว่าสิ่งที่เราจะลงมันจะมีผลกระทบอะไรถึงเขามั้ย หรือบางทีเวลาก้อยเขียนความรู้สึกที่มันยาวมากๆ ก้อยจะให้เขาอ่านว่าเราจะเขียนแบบนี้นะ

เราก็แอบเป็นห่วงผลกระทบที่จะเข้ามาถึงเขาเหมือนกัน ?
“มันไม่ได้กลัวหรืออะไรอย่างนั้นนะ แต่เราให้เกียรติมันเป็นการให้เกียรติกัน สมมติก้อยจะลงอะไรที่มันสวีตนิดนึง ปกติก็ไม่ค่อยลง แต่วันนี้อยากจะลงแบบนี้ก้อยก็จะถามเขา ก้อยลงได้มั้ย ถ้าเขาโอเคก็คือก็ลง

เวลาโพสต์อะไรสวีตแบบนี้พี่ตูนเขินไหม ?
แต่ก่อนเขิน เดี๋ยวนี้อย่างที่บอกเขาเบาขึ้นจริงๆ เขารีแล็กซ์ขึ้นทั้งเรื่องของการทำงานและความสัมพันธ์ด้วย เราก็เลยรู้สึกว่าโอเค ถ้าเราจะทำอะไรแต่ยังยึดกฎเกณฑ์เดิม คือเราต้องให้เกียรติกันและกัน

เวลาพี่ตูนโพสต์ถึงก้อยเขาให้เราดูก่อนเหมือนกันไหม ?
ไม่มี(หัวเราะ) เพราะว่านานๆ ทีเขาจะลงไง อยู่ๆ เขาลงก้อยก็จะไม่เห็นหรอก เพื่อนก็จะแคปมาบอกว่าแกพี่ตูนลงรูป เราก็ อ้าว! เหรอ มันก็น่ารักดีทำให้เราหัวใจพองโตขึ้นมา(ยิ้ม)

ในคอนเสิร์ตมีคำพูดที่เขาพูดกับเราว่า Together Forever ?
“คือรูปนั้นก้อยหันไปถามพี่ตูนว่าแคปชั่นอะไรดี ให้ดูว่าเราจะลงรูปอะไร เขาก็หันกลับมาบอกว่า “Together Forever” มันเป็นเนื้อเพลง 149.6 เท่านั้นเอง สำหรับความหมายก็แล้วแต่คนจะตีความ สำหรับก้อยมันก็เป็นความหมายดีๆ เราฟังแล้วก็รู้สึกดี ถามว่าเราจะอยู่ข้างๆ เขาตลอดไปมั้ย ก็ถ้าเป็นไปได้ เราไม่รู้อนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ ณ วันนี้ที่ได้อยู่ข้างๆ กัน ได้ดูแลกันแบบนี้มันก็ดีมากแล้วค่ะ”

อินสตาแกรม @rachwinwong / @artiwara

บทความก่อนหน้านี้ทนายสุมิตรชัย-ชาวบ้านสันตับเต่า รับทราบข้อกล่าวหา หลังถูกนายทุนแจ้งความ
บทความถัดไปกรุงไทย แนะใช้ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สร้างโอกาสทางธุรกิจ