น้ำตาล เบรก ไผ่ ห้ามเซอร์ไพรซ์ขอแต่ง ยังไม่พร้อมใช้ชีวิตคู่ ขอดูแลครอบครัวก่อน

น้ำตาล เบรก ไผ่ ห้ามเซอร์ไพรซ์ขอแต่ง ยังไม่พร้อมใช้ชีวิตคู่ ขอดูแลครอบครัวก่อน

วันที่ 6 มี.ค. ที่ ช่อง 3 หนองแขม ได้มีการจัดพิธีบวงสรวงละครเรื่อง ผมอาถรรพ์ ซึ่งมีนักแสดงสาว น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ มาร่วมพิธี หลังจากจบพิธีนางเอกสาวได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ไปเที่ยวทะเลกับแฟนหนุ่ม ไผ่ พาทิศ พิสิฐกุล พร้อมอัพเดตความสัมพันธ์หลังคบหากันมาครบ 7 ปี

น้ำตาล
พิจักขณา วงศารัตนศิลป์

เพิ่งไปหวานกับไผ่มา?
“ละครตาลเพิ่งปิดกล้องไปเรื่อง ลิขิตแห่งจันทร์ ถ่ายค่อนข้างหนัก เราก็ขอพักแป๊บนึงเพื่อมารับละครเรื่องนี้ เพราะค่อนข้างยาก เป็นละครผีเรื่องแรกค่อนข้างลึกลับซับซ้อนเลยขอพักเบรคงานเดือนนึง ถือว่าเป็นเดือนแห่งการพักผ่อน ไปเที่ยวเต็มที่ตัวดำกลับมาเลย”

ไปกันเป็นเดือน?
“ไม่ค่ะ ตัวพี่เขาเองมีถ่ายละคร ตาลปิด เขาเปิด แต่ก็ยังมีวันที่เขาว่าง เลยไปกัน ช่วงนี้ทะเลในประเทศเรากำลังสวยและไม่ใช่ช่วงมรสุม ไปเที่ยวฝั่งพม่าไม่ได้ไกลจากจ.ระนอง นั่งเรือไปชม.เดียว ไปกับกลุ่มเพื่อนหลายคน นานๆทีเราจะว่าง ไปแค่4วันเอง เพราะมันใกล้ๆไปดำน้ำ มันไม่ได้มีจุดให้ดำเยอะมาก และเขาเองก็เปิดกล้องแล้ว”

เป็นทริปกระชับความสัมพันธ์ด้วยมั้ย?
“นิดนึง นานๆทีเพราะพอโตขึ้นเวลาที่ได้เที่ยวด้วยกันมันน้อยลง ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เราโฟกัสแค่ เรียน ทำงาน ใช้ชีวิตชิลๆ หลังจากนั้นไม่ต้องคิดรับผิดชอบอะไร พอโตขึ้นมาภาระหนี้สินก็เพิ่มขึ้น เราเริ่มมองหาความมั่นคงในชีวิตมากขึ้นมองถึงชีวิตของเรา ว่าใกล้30แล้ว เราควรมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นอาชีพที่สามารถควบคู่กับวงการบันเทิงไปได้อย่างยั่งยืน”

น้ำตาล
นานๆ ได้มีรูปคู่กันสักที

อย่างที่น้ำตาลบอกว่าตอนนี้เป็นช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว ไผ่ก็คิดแบบนี้เหมือนกันมั้ย?
“โชคดีที่เขาทำธุรกิจมาก่อนหน้านั้น เลยมีรายได้จากตรงนั้น เขาพยายามสร้างอาชีพจากความชอบของเขาไปเรื่อยๆซึ่งมันก็ดีเพราะได้เห็นความตั้งใจของเค้าอย่างที่เราเรียกเขาว่า ‘ไผ่ร้อยโปรเจ็กต์’ เขามีโปรเจ็กต์ใหม่ๆทุกปีตลอดปี มีบางโปรเจ็กต์ที่ทำร่วมกันอย่าง ฟันฟอง บับเบิ้ลบาธ เห็นความตั้งใจของเขาที่ไปเรียนถ่ายรูปมาขายของ ผลพลอยได้คือเราก็ได้รูปสวย เขาคงหาความมั่นคงของเขา เวลานี้มันไม่ใช่ความมั่นคงของเรา แต่เป็นความมั่นคงของใครของมันก่อน ต่างคนมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบดูแลและตอนนี้คุณย่าก็ป่วย น้องชายก็เพิ่งเรียนจบ เราเลยหันมาโฟกัสครอบครัวเราก่อน อยากให้ครอบครัวมีความสุขแล้วค่อยคิดถึงตัวเอง”

คุยกันมั้ยว่าต่างคนต้องหาความมั่นคง?
“คุยกันตลอดนะคะ เพราะว่าเราคบกันเข้ามาปีที่7แล้ว หลายคนบอกว่าเป็นเลขอาถรรพ์ ซึ่งมันก็เป็น ตาลว่าพอ5ปี7ปี เราได้เห็นตัวตนของกันและกันมากยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้มีความชอบเหมือนกันไปหมด แต่สุดท้ายการที่เราจะคบกันนานมันไม่ใช่อะไรที่ใช่ แต่เป็นอะไรที่ไม่ใช่ต่างหากที่เราจะยอมรับกันได้มากแค่ไหน ส่วนใหญ่คู่เราไม่ได้มีปัญหาเล็กน้อยหรือมือที่สามแต่เป็นปัญหาเรื่องระยะยาวว่าเขาจะมีความชอบอีกกี่อย่าง เพราะตาลเป็นคนค่อนข้างจริงจัง แล้วเราก็เห็นว่าเขาปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตให้เราเห็น เขาก็ไม่ได้หนีไปป่า10-20วันเหมือนแต่ก่อนแล้ว เขามีความมั่นคงในชีวิตของเขาระดับหนึ่งให้เรามั่นใจว่าวันนึงหากเราจะแต่งงานกันไปมันก็ยังมีความมั่นคงอยู่”

7ปีที่บอกว่ามีอาถรรพ์เราเริ่มเห็นอะไรที่ว่าเป็นอุปสรรค?
“ตาลกล้าพูด กล้าเป็นตัวเองมากขึ้น ก่อนหน้านี้เรารู้สึกว่าเราเป็นเด็กกว่าเขา ด้วยอายุห่างกัน7-8ปี เราค่อนข้างเคารพการตัดสินใจของเขาในหลายๆอย่าง พอเราโตขึ้นเรียบจบ เรามีโอกาสได้ไปทำธุรกิจหลายๆอย่าง เรารู้ว่ามันต้องใช้ความรับผิดชอบค่อนข้างสูง เราก็เข้าใจว่าบางทีที่เขาหายไปก็หายไปทำธุรกิจนั่นแหล่ะ ประชุมทีนึงแทบไม่ได้ติดต่อสื่อสารกันเลย แต่เขายังมีความชอบที่หลากหลายอยู่ ซึ่งเรายังไม่ได้เห็นควมตั้งใจของเขาว่าจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ซึ่งเราพยายามทำตลอด แต่ไม่ได้บอกว่าเราดีนะ เราก็มีมุมงี่เง่าของเราเยอะแยะ เลยรู้สึกว่าเราจะรับเขาได้มั้ย แล้วเขาจะรับเราที่เราเรียกร้องให้เขามาดูแลเราตลอดแบบนี้ได้รึเปล่าเพราะพอเราทำงานหลายอย่าง เริ่มบ่นขับรถเหนื่อย เขาก็บอกว่าเมื่อก่อนยังขับรถได้เลย เดี๋ยวนี้เป็นอะไร เราเริ่มเป็นตัวของตัวเอง คิดอะไรก็พูดเลยบางทีลืมไปว่าเขาโตกว่าเรา”

เขาเข้าใจเรามั้ย?
“เขาเข้าใจเพราะเขานิ่งมาก เขาไม่เคยพูดคำหยาบอะไรกับตาลเลย เวลาทะเลาะกันตาลจะเป็นคนแรง พูดจาเหมือนไม่คิด จนบางทีเขาเองก็เสียใจ เราเองก็เสียใจว่าเราพูดแรงไปรึเปล่า แต่เขาเข้าใจและไม่เคยโกรธตาลเลยแล้วไม่เคยปล่อยเวลาให้ผ่านไป ไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อซึ่งนั่นคือข้อดีของเขา ทะเลาะกันเขาให้นั่งสมาธิ ตลกมาก ทะเลาะกันเขาถ่ายคลิปวิดีโอเรา เวลานั้นเรารู้สึกว่า กวน ถ่ายทำไมแต่พอมาดูหน้าตาเราก็ตลก นั่งนิ่ง เลยทำให้เรารู้สึกว่าเขามีวิธีการแก้ปัญหาที่รับมือกับเราได้ดี ถ้าเราเจอคนที่ร้อนมันก็จะร้อนตามกันไปเรื่อยๆแต่เขาคือคนที่เย็นมาก”

แสดงว่าเราเป็นคนเริ่มร้อน?
“เป็นคนปรี๊ดง่ายหายเร็ว วันนี้โกรธพรุ่งนี้ลืมไปแล้วว่าเคยโกรธเรื่องอะไร”

เรียกว่าไม่ว่าเราจะยังไงเขาก็เอาเราอยู่?
“ใช่ค่ะ ด้วยความที่วัยเราห่างกันเยอะ บางทีเราเอาอารมณ์นำเหตุผลซึ่งเขาก็ผ่านจุดนี้มาแล้ว ซึ่งเขาเข้าใจ ปัญหาหลักๆก็มีอยู่สองข้อคือ ความชอบเขา กับ อารมณ์เรา ดังนั้นพอไม่มีคนอื่นเข้ามาก็ทำให้เราพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไปได้เรื่อยๆ”

มั่นใจมั้ยว่าเราจะจูงมือกันผ่านอาถรรพ์7ปีไปได้?
เขาเคยเกร่นขึ้นมาว่าเราจะใช้ชีวิตยังไง แต่ตาลก็บอกเลยว่า เวลานี้ยังไม่พร้อมจะใช้ชีวิตเป็นคู่ชีวิตขนาดนั้น เพราะหนึ่งคือตอนนี้บ้านตาล เจอวิกฤตหลายอย่าง คุณย่าป่วยเราก็ต้องมาช่วยกันดูแลคุณย่า มันเหมือนพอเราโตมามันมีหน้าที่ให้เรารับผิดชอบมากขึ้น มันไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องหนุ่มสาว ขอตังค์พ่อแม่ไปดูหนังไม่ใช่ปั๊บปี้เลิฟ มันเป็นชีวิตจริงว่าครอบครัวตาลมีปัญหาตาลก็ต้องดูแลจัดการ เวลานี้อาจจะยังไม่ใช่

แปลว่าเขาพร้อมแล้ว?
“เขาอยากค่ะ เคยคุยกันแต่ตาลบอกว่าอย่าเด็ดขาด ถ้าเซอร์ไพรส์ตอนนี้เขาจะช็อก(ยิ้ม) เขาเคยเกริ่นว่าอยากแต่งเมื่อไหร่ เมื่อก่อนด้วยความที่เราเป็นเด็ก ก็อุ๊ยผู้หญิง29-30ก็ต้องงานงานมีลูก30 พอ40ลูก10ขวบแล้ว อยากเที่ยวกับลูก เหมือนเรากับคุณแม่ แต่พอตอนนี้มันไม่ได้ เพราะเราต้องการความมั่นคงในชีวิต แล้วเราไม่ได้ต้องการความมั่นคงที่เราเป็นคนสร้างคนเดียว เราต้องการอยู่ได้ด้วยตัวของเราเองด้วย เพราะตอนนี้ตาลเป็นเสาหลักของครอบครัวอย่างจริงจัง เลยบอกว่า อย่า! ถ้าคุณมาตอนนี้ก็คือเงิบ”

เขาหน้าเสียมั้ย?
เขาไม่หน้าเสีย แต่ตาลพูดตรงๆว่าห้ามเซอร์ไพรส์ เพื่อนตาลชอบแซวเพราะเพื่อนตาลแต่งงานกันเยอะมาก ถามว่าเราอยากมีโมเมนต์นั้นมั้ยก็อยากมี แต่ตอนนี้เราไปโฟกัสตรงนั้นไม่ได้ เรามสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบอยู่แล้วเราไม่อยากให้เขาต้องมารับผิดชอบในส่วนของเรา เราอยากรับผิดชอบตัวเองก่อน วันนี้ถ้าตาลยังไม่หมดห่วงตรงนี้มันก็ยังเป็นไปไม่ได้ มันจะลำบาก ขอให้ครอบครัวเราแฮปปี้มีความสุขกันก่อน แล้วเดี๋ยววันนึงถ้าเราจะไปมีครอบครัวค่อยว่ากัน”

ให้เวลาอีกนานขนาดไหน?
“ถ้าซัก30ยังโอเค ก็น่าจะ30 ตอนนี้อายุ27 เรายังรู้สึกว่าเราเพิ่งเรียนจบ ธุรกิจเราเพิ่งเริ่มต้น มันยังไปต่อได้อีก เรายังมีอะไรอยากทำมากมาย”

ไม่ใช่ว่าเราไม่มั่นใจในตัวเขา?
“ไม่ใช่ค่ะ แต่เราต้องการความมั่นคงให้ตัวเองก่อน”

ขอบคุณรูปจากไอจี : p_namtarn , paipartith

 

บทความก่อนหน้านี้กบง.ตั้งคณะทำงานศึกษาลอยตัวเอ็นจีวี เลิกอุดหนุนผู้ให้บริการ
บทความถัดไปเมียเศร้า! ผัวนอนชักเกร็ง กระตุก คิดว่าล้อเล่น ก่อนนอนนิ่ง ดับสลดบนโซฟา