‘จั๊กจั่น’อยู่โยงวงการ17ปี เร่งหาสุขให้ตัวเองไม่ผูกกับใคร : ข่าวสดอาทิตย์ใส
‘จั๊กจั่น’อยู่โยงวงการ17ปี เร่งหาสุขให้ตัวเองไม่ผูกกับใคร – ร้อนแรงพอๆ กับอุณหภูมิเมืองไทย
สำหรับบทบาทการแสดงของนางเอกสาว ‘จั๊กจั่น’อคัมย์สิิริ สุวรรณศุข ในละคร “นางมาร” ทาง GMM 25 ที่เข้าฉากเลิฟซีน จูบปากดูดดื่มกับพระเอกหนุ่ม ‘ไนกี้’นิธิดล ป้อมสุวรรณ
ที่เจ้าตัวถึงขั้นยกให้เป็นสถิติการเลิฟซีนที่เยอะสุดเท่าที่เล่นละครมา
โดยวันนี้สาวจั๊กจั่นได้มาเปิดใจถึงการแสดงที่เข้าถึงบทบาทดังกล่าว รวมถึงชีวิตเรื่องราวส่วนตัวที่ตอนนี้ยังรักษาสถานภาพโสด

★ ใน ‘นางมาร’ บทบาทที่รับเป็นอย่างไร?
จั๊กจั่น – “ในเรื่องรับบท อนัณยตา หญิงสาวที่บูชาความรัก ทำทุกอย่างเพื่อความรัก แต่โดนเทวราชาจองจำไว้ให้เฝ้าสมบัติเป็นพันๆ ปี ใครเอาสมบัติไปเราต้องตามเอาคืน
แล้วพ่อพระเอกได้สมบัติโบราณไป เราเลยตามทวงคืน แล้วบังเอิญพระเอกเป็นคนรักเราเมื่ออดีตชาติ คาแร็กเตอร์เรามี 2 พาร์ต พาร์ตที่เป็นมารกับที่จำแลงมาเป็นคน

พาร์ตที่เป็นผีเป็นอดีตชาติ จั่นว่าเล่นค่อนข้างยาก ไม่ค่อยได้เล่นเรื่องที่ต้องแต่งเครื่องทรงเยอะขนาดนี้ อีกอย่างค่อนข้างจะเป็นปัญหาหลักก็ว่าได้ จะหนักหัว บีบหัว เรื่องพูดก็จะไม่ค่อยเข้าปาก ต้องปรับคำพูดอยู่นิดนึง มีการซ้อมพูด
ส่วนพาร์ตอีกตัว ปาณิศา ที่เป็นพาร์ตปัจจุบันเป็นร่างแปลงร่างจำแลงมา คาแร็กเตอร์จะค่อนข้างนิ่งๆ คำพูดคำจาปกติ เรียกว่าสบายๆ เป็นคนธรรมดา”
★ ฉากแรกที่ออกมาค่อนข้างร้อนแรง ดุเดือดน่าดู?
จั๊กจั่น – “ใช่ๆ แต่เนื้อเรื่องจริงๆ ดูได้ว่าเราจะเฉยๆ แต่ผู้ชายดูจะทนไม่ได้ตลอด (หัวเราะ) เริ่มแรกเลยจั่นเองก็เขินๆ นะ แต่พอผ่านซีนที่ต้องจูบ
คือตัวจั่นเองรู้สึกว่าการเล่นเลิฟซีนแล้วต้องผ่านการจูบ ถือว่าขั้นสุดแล้ว พอผ่านตรงนี้ได้ก็เรียกว่าสบายแล้วหลังจากนั้น

ทีนี้พอมาถึงที่เราต้องเล่นกับไนกี้ มันก็รู้สึกสบายๆ สวยๆ อีกอย่างหนึ่งเรียกว่าโชคดีด้วย คือก่อนเปิดกล้องมีงานเดินแฟชั่นด้วยกัน ก็ได้มีพูดคุยกันบ้าง
แล้วส่วนตัวเราเป็นคนสบายๆ ด้วยมั้ง พระเอกเขาก็เลยไม่ได้รู้สึกกดดันเท่าไหร่ ก็ผ่านไปได้สบายๆ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเลิฟซีนเยอะที่สุดของนางเหมือนกัน”
★ ตอนที่พี่ฉอด(สายทิพย์) ติดต่อให้เล่น เขาบอกอะไรบ้าง?
จั๊กจั่น – “เขาบอกว่ามีละครเรื่องนางมาร ละครแซ่บ แรง สนุก มาเสนอสนใจมั้ย ผู้จัดการจั่นก็ถามกลับไปว่าจั่นจะเล่นเป็นอะไร พี่เขาก็บอกว่าเป็นนางมาร โอเคเล่นเลย (หัวเราะ) ไม่ถามอะไรมาก
แค่มาถามเพิ่มว่ามีใครบ้าง ก็มีพี่รัดเกล้า มีตฤณ มีพี่อุ๋ม-อาภาศิริ แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ค่อยได้เข้ากับใครเลย อยู่แค่กับไนกี้ กับกระติ๊บ หลักๆ จะมีแค่ไนกี้”
★ตอนที่เขาส่งบทให้ และพอรู้ว่าต้องเลิฟซีนหนักหน่วงขนาดนี้ ต้องเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมความรู้สึกยังไงบ้าง?
จั๊กจั่น – “ตอนแรกที่บอกจั่นมาว่ามีเลิฟซีน ก็ยังเฉยๆ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของงาน ไม่ได้ซีเรียส ก็โอเค ณ ตอนที่ติดต่อมา แต่พอมาเห็นบท เอ๊ะ! เจอกันเหน็บเข้าหลังคอตลอดเลย
ในบทเราต้องยั่วยวนมาก มีเสน่ห์มาก พระเอก จะอยากอยู่ตลอดเวลา

ยังคิดขำๆ เลยว่า พอเรื่องนี้ออก เราจะไปออกน้ำหอมฟีโรโมนดีเปล่าว้า (หัวเราะ)
เพราะพระเอกจะเข้า ไซ้ซอกคอตลอด แต่นั่นคือเนื้อเรื่อง เพราะเขาจะโดนมนต์ที่เราทำให้เขาหลงเสน่ห์เราตลอดเวลา ส่วนเรื่องเตรียมใจ ก็ไม่ได้เตรียมใจอะไรมาก
แค่ไม่คิดว่าจะเยอะแยะขนาดนั้น แต่ด้วยการทำงาน พอเราสนิทกับไนกี้ ก็ทำให้มันสมูธและผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ ทุกวันมีฉากแบบนี้ตลอด”
★ เป็นยังไงบ้างได้ร่วมงานกับไนกี้?
จั๊กจั่น – “เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกและเป็นเรื่องที่เลิฟซีนเยอะมากๆ เยอะที่สุดเท่าที่เคยเล่นละครมา เรียกว่าเจอกันปุ๊บ ต้องแลกเอนไซม์กันตลอดเวลา (หัวเราะ)
ดีนะบรรลุนิติภาวะแล้ว แม่ไม่ด่า (หัวเราะ) ถ้ายังเรียนอยู่แม่คงโมโห เยอะจริงๆ แต่ก็คิดว่าตอนเป็นอีพริ้ง 7 คนก็ทำมาแล้ว แต่ไม่เยอะขนาดนี้ มีแค่เลิฟซีนกับพี่โน้ต-วัชรบูล คนเดียวที่ต้องแลกเอนไซม์
นอกนั้นมีแค่ซุกไซ้กันอย่างเดียว กับคนอื่นซุกไซ้กันไป นกเขาไม่ขันก็จบ
แต่เรื่องนี้ต้องเข้ากับไนกี้ตลอด เรื่องนี้มีแค่ผู้ชายคนเดียว แต่เรียกได้ว่ารุนแรง แต่ก็มีเหตุผลของเรื่องนะ
เพราะเราต้องการให้เขาติดบ่วงของเรา เขาต้องตกหลุมรักเรา เราต้องเต็มที่แต่ต้องยอมรับเลยว่าพี่มะเดี่ยว-ชูเกียรติ (ผู้กำกับฯ) ถ่ายออก มามันจะสวยงามดูอาร์ตๆ หน่อย”

“ซึ่งกับ พี่มะเดี่ยว จั่นก็เคยร่วมงานมาก่อนถ่ายเอ็มวี เขาเป็นคนรุ่นใหม่คุยเข้าใจง่าย เราเล่นแต่ละคร แต่เขาทำหนังมา พอมาดูที่มอนิเตอร์จะรู้สึกเลยว่ามุมภาพเขาสวย
อย่างเราเล่นเต็มที่กับไนกี้ เพราะรู้ว่ามันไม่ออกมาอนาจารแน่นอน อีกอย่างเขามีรางวัลการันตีก็เชื่อมือเลย ดีใจที่ได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ ถือว่าเราได้พัฒนาไปด้วย
ต้องยอมรับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของจั่น เพราะว่าพี่ฉอดกับพี่เอส (วรฤทธิ์) เขาบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของเขาที่ทำละครแนวนี้”
★ พอมีฉากเลิฟซีนเยอะแยะ กลัวไหมละครจะออกไปแนวอื่น?
จั๊กจั่น – “กลัวเหมือนกัน ทีแรกก็รู้สึกเหมือนกันนะ แต่จั่นก็มั่นใจว่า พี่ฉอด พี่เอส พี่มะเดี่ยว เขาคงไม่ทำให้มันน่าเกลียดอยู่แล้ว ด้วยแสงเงา มุมภาพ เรื่องก็ยังคงความเป็นแฟนตาซีอยู่แน่นอน
เป็นละครแฟนตาซี มีไปถ่ายที่ปราสาทหินพิมาย ของจั่นเรื่องนี้ที่เรียกว่าเป็นอุปสรรค ไม่ใช่เลิฟซีน แต่เป็นเครื่องทรง เพราะเวลามีฉากกอดกัน
ไนกี้จะต่องคอยเบี่ยงหัวหลบ เพราะจะติดเครื่องหัว และในเรื่องเราเหมือนเป็นนางรำ มีการร่ายรำก็ต้องไปเรียน แต่เป็นท่ารำประยุกต์ ชุดที่ใส่ต้องมีชฎาแล้วต้องไปถ่ายที่ปราสาทหิน”
★ ฝากถึงละครเรื่องนางมาร?
จั๊กจั่น – “เรื่องนางมารนี้ มีเรื่องราวมากมาย ตอนถ่ายก็มีหลายที่ รวมถึงตอนที่ไปถ่ายฉากรำที่ปราสาทหินพิมาย ก็ค่อนข้างกดดันและกลัวด้วย ก่อนถ่ายก็ยกมือไหว้ขอขมา บอกเจ้าที่เจ้าทาง บอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนทุกครั้ง
ครูสอนรำก็มาอยู่หน้างานด้วย คอยบอกคอยสอน ทำให้เรามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นค่ะ พอถ่ายเสร็จก็ไหว้อีก ทีนี้ไหว้ขอความสำเร็จ เราตั้งใจแล้วก็อยากให้ละครสำเร็จ ตัวละครที่จั่นเล่น มีความท้าทาย ยังไงก็อยากให้ติดตามดูกันค่ะ”
★ ณ ตอนนี้อยู่วงการบันเทิงมากี่ปีแล้ว?
จั๊กจั่น – “ร่วม 16-17 ปี เข้าวงการตั้งแต่เด็ก (หัวเราะ) จนถึงตอนนี้ผ่านอะไรมามากเหมือนกัน ทั้งร้อน ทั้งหนาว สมหวัง และผิดหวัง แต่ทุกอันล้วนเป็นประสบการณ์ที่ดีเสมอ จั่นคิดเหมือนกันนะว่ายังเหลืออะไรบ้าง ทั้งบทคนดี คนไม่ดี ผีสาง ก็เล่นมาหมดแล้ว

แต่มีอยู่บทบาทหนึ่งที่ยังไม่เคยลองคือ แฝด ยังไม่เคยเล่น อันนี้ก็ดูท้าทายดีนะ ถ้าให้ลองอะไรใหม่ๆ
ตรงนี้น่าสนใจ แต่ยังไงเราก็ต้องพัฒนาฝีมือด้านการแสดงของเราอยู่ดี จะไม่ยอมหยุดอยู่กับที่หรอก เราจะต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ เรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อผลงานที่ดี”
★ ตอนนี้คลื่นลูกใหม่กำลังมาเพียบเลย?
จั๊กจั่น – “ไม่แปลกใจเลย เพราะตอนนี้มีช่องที่ทำละครเยอะมาก ทุกช่องก็อยากผลิตงานดีๆ ออกมา และเขาเองก็ต้องผลิต บุคลากรใหม่ๆ ออกมาเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว
อีกอย่างทุกช่องก็อยากมีนักแสดงเป็นคนของช่องเอง เขาก็ต้องปั้น
ถามว่าจะมีผลกระทบกับจั่นมั้ย ไม่น่ามีหรอก เพราะนักแสดงก็ต้องขยับตามตัวละครอยู่แล้ว ผู้จัดจะเห็นว่าจั่นรับบทไหนได้ เขาก็จะยังมอบหมายให้อยู่ ต้องรู้ตัวเอง
เราไม่มีทางรับบทนางเอกได้ไปตลอดหรอก เพียงแต่ทำยังไงให้เขาเห็นว่าเรายังมีฝีมือการแสดงอยู่
ทุกตัวละครมีความสำคัญทั้งนั้น อยู่ที่ว่าถ้าได้บทนั้นมาแล้ว สามารถแสดงให้คนดูเห็นถึงความสำคัญหรือเปล่า อย่างที่บอกการพัฒนาการแสดงเป็นเรื่องสำคัญ ยังไงก็ต้องศึกษา เรียนรู้และพัฒนา ต่อๆ ไป”
★ เรื่องความรักตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
จั๊กจั่น – “โสด จริงๆ จั่นโสดจริงๆ ถามว่ามีคนเข้ามาจีบมั้ย ก็ต้องตอบว่ามี ไม่โกหก แต่เรายังไม่ได้ตัดสินใครให้มาเป็นแฟนแบบนั้น บอกเลยว่าเลือกเยอะ คือด้วยการทำงานอย่างนี้ เวลาไม่เหมือนใครแบบนี้ มีโทร.ๆ คุยกัน

คือวางแผนไว้แล้ววันหยุดเราทั้งทีก็อยากเสริมสวย อยากทำเล็บ อยากทำอะไรของเรามากกว่าที่จะต้องนั่งเฝ้าใคร หรือต้องตามใจใคร ยังไม่พร้อมจะทำแบบนั้น แล้วตอนนี้ก็ยังไม่ได้เจอใครที่จะเป็นแฟนด้วยจริงๆ”
★ สเป๊กตอนนี้เปลี่ยนไปไหม?
จั๊กจั่น – “คือไม่ใช่ว่าเปลี่ยน แต่ก็ต้องดูดีมั้ยล่ะ อายุมากกว่าได้ แต่อย่ามาก ในวงการ นอกวงการได้ ให้โอกาสทุกคน (หัวเราะ) คนที่เข้ามาเขาจะรู้ จั่นจะเคลียร์ว่าถ้าเข้ามาแล้วไม่ใช่ ก็จะต้องคุยกันให้เคลียร์ จั่นไม่มีกั๊ก
บางคนเข้ามา แต่มาพร้อมเงื่อนไขว่าจะต้องแต่งงานภายในปีนี้ 2 ปีนี้ มีลูกด้วยกัน จั่นก็จะบอกว่าเดี๋ยวๆ ชีวิตคู่ต้องดูยาวๆ มาเร่งรัดแบบนี้ก็ต้องปฏิเสธไป”

★ ครั้งหนึ่งเกือบจะได้แต่งงานอยู่แล้ว?
จั๊กจั่น – “ใช่ แต่นั่นไม่ได้เป็นเหตุผลให้จั่นต้องกลัว หรือรู้สึกไม่ดีอะไรนะ เราแค่โตขึ้น ณ ตอนนี้ เราก็ต้องเลือกมากขึ้น รอบคอบ และถ้วนถี่ ไม่ได้เป็นเด็กๆ ที่รู้สึกรักง่าย ชีวิตคู่

ตอนนี้ต้องจริงจัง แต่อย่างที่บอก ไม่ได้เข็ด ไม่ได้รู้สึกไม่ดี แค่ต้องรอบคอบคิดให้ดี ปลายทางของชีวิตเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ยังไม่ได้รีบร้อน
ตอนนี้ แบบนี้ คือชีวิตกำลังดีค่ะ เร่งหาความสุขให้ตัวเอง โดยความสุขนั้น จะต้องไม่ไปผูกกับใคร”