ต่าย-ชุติมา เผยคำตัดสิน ถูกทำร้ายร่างกายจริง มีผลกระทบต่อจิตใจ

ต่าย-ชุติมา เผยคำตัดสิน ถูกทำร้ายร่างกายจริง มีผลกระทบต่อจิตใจ – ขอเป็นผู้ปกครองหลัก กลัวลูกสร้างบุคลิกใหม่

หลังจากที่ ศาลมีคำสั่งและตัดสิน “ยกคำร้อง” กรณีที่ ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ ยื่นฟ้อง ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ คดีคุ้มครองสวัสดิภาพความรุนแรงในครอบครัว นั้น ล่าสุด ต่าย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจง ถึงบทสรุปและการไต่สวนคดี

ต่าย-ชุติมา
ต่ายเผยมุมของต่าย

โดย ต่าย เผยว่า “ต้องขอชี้แจงก่อนว่าคดีนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับคดีก่อนหน้านี้ คนหลายคนจะเอาไปปนกันว่าเราฟ้องเขา เขาฟ้องเรา คือคดีนี้ มันเป็นคดีที่แยกออกไป ไม่เกี่ยวอะไรกับเด็ก คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว หมายถึงเรื่องของการทำร้ายร่างกาย ที่ต่ายยื่นฟ้องไปทางคุณทิม”

เป็นการฟ้องเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ในตัวเรา?
“ใช่ค่ะ พอเหมือนเราได้ไปปรึกษาทางกระทรวง มูลนิธิความเสมอภาค ตอนแรกเราก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เราเจอมา มันถูกต้องตามทำนองคลองธรรมหรือเปล่า หรือว่ามันเป็นสิ่งที่ภรรยาคนหนึ่งต้องรับมันให้ได้ แต่พอทางผู้ใหญ่แนะนำว่าควรจะดำเนินคดี เพราะฟังดูน่าเป็นห่วงก็เลยตัดสินใจฟ้อง”

กำลังจะบอกว่าที่ผ่านมาเราโดนทำร้ายร่างกาย?
“ก็ จริงๆ อยากให้เป็นเรื่องของคนสองคน แต่ล่าสุดที่ข่าวออกไปเหมือนน่าจะมีคำสั่งศาลออกไปได้ยังไงเกี่ยวกับเรื่องหมาย เพราะรายละเอียดเกี่ยวกับคดีแรก และคดีนี้คือละเอียดมาก แล้วมีบ้านเลขที่ออกไป”

แล้ววันนี้เคลียร์กันเป็นอย่างไรบ้าง?
“พอไตร่สวนแล้ว มีการทำร้ายร่างกายจริง แต่ไม่ถึงกับเป็นความรุนแรงในครอบครัว แต่ว่ามันก็กระทบจิตใจของเรา คือถึงมันไม่รุนแรง แต่มันก็มีความกังวลในการอยู่ร่วมกัน”

โดนทำร้ายร่างกายมานานหรือยัง?
“อยากให้เป็นเรื่องที่รู้กันสองคน”

เรื่องนี้มันเลยเป็นส่วนทำให้เกิดการฟ้องหย่า?
“อันนั้นคือเขาฟ้องเรา อย่างที่แจ้งไปคดีที่แล้วคืออีกคดีหนึ่ง คดีที่แล้วศาลได้รับการพิจารณาคดีใหม่ คำสั่งทุกอย่างเป็นโมฆะไปแล้ว ศาลเห็นว่าเราไม่มีเจตนาจริงๆ ก็เลยยกฟ้องไป”

อ่านข่าวเพิ่ม : ‘ทิม พิธา’ โพสต์ ศาล “ยกคำร้อง” คดีที่ต่ายฟ้องกลับ ยันไม่มีอะไรค้างคา ขอโฟกัสที่ลูก

ตอนนี้เรื่องลูกตกลงกันได้ยังไง?
“ณ ตอนนี้ ศาลมีคำสั่งออกมา ก็ถือว่าลงตัวในระดับหนึ่ง เป็นดุลพินิจของศาลด้วย แล้วทางทนายเรา ก็ได้ยื่นขอคำร้องไป ในการพิจารณคดี ขอเป็นแบบนี้ไปก่อน ของต่ายจะได้ดูแลลูก ศุกร์-จันทร์ ถามว่าเราโอเคมั้ย เราเป็นห่วงลูกมากกว่า จริงๆแล้ว มองในมุมว่าต่ายได้ช่วงวีคเอน น่าจะเป็นคนที่แฮปปี้ ไม่ต้องตื่นเช้า ไปรับ ไปส่ง พาลูกเที่ยวอย่างเดียว นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องเหรอสำหรับเด็กคนหนึ่ง สิ่งที่เขาควรจะได้รับมันเป็นยังไง มันไม่ใช่แบบนี้”

เราก็ยังต้องต่อสู้กันต่อไป?
“อันนี้ก็ปรึกษาผู้ใหญ่”

คิดว่ามันจะจบยังไง?
“ก็อยากให้ศาลท่านพิจารณาจริงๆ ว่าใครที่สมควรจะเป็นบ้านหลัก ใครที่มีคุณสมบัติจริงๆ”

คือเราอยากจะขอดูแลลูกแต่เพียงผู้เดียว?
“คือเหมือนคำนั้นมันเป็นคำที่ใช้ในศาล คำว่าขอดูแต่เพียงผู้เดียว แต่คุณก็ต้องมีจิตสำนึกในการเป็นผู้ปกครองหลักนะ เพราะเราดูแลสภาพจิตใจเด็ก บ้านที่เป็นบ้านหลัก ต้องดูแลน้อง 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์ คือเป็นบ้านรอง ถ้าจะมาให้ผู้ใหญ่แฟร์ๆ 50:50 ผลกระทบคืออยู่ที่ตัวลูก เด็กจะเกิดการอยู่บ้านนี้จะเป็นบุคลิกแบบนี้ อยู่บ้านหนึ่งจะเป็นอีกบุคลิกหนึ่ง พอไปโรงเรียนก็จะสร้างบุคลิกใหม่ขึ้นมา พอเราเริ่มสังเกตพฤติกรรม เราก็ค่อนข้างมีความเป็นห่วงและกังวล”

คือการแบ่งกันเลี้ยงตอนนี้มีผลกระทบต่อลูก?
“คิดว่ามี ที่เราต่อสู้เพราะเราอยากจะเป็นบ้านหลัก”

เรามั่นใจแค่ไหนว่าจะชนะคดี?
“ไม่ได้มั่นใจหรืออยากจะชนะอะไร แต่เราก็ใช้ข้อเท็จจริงทุกอย่าง ว่าเราเลี้ยงลูกมายังไง เราเป็นคนดูแลลูกอย่างไร ใช้อะไรดู ทุกสิ่งทุกอย่าง”

จะมีไกล่เกลี่ยนอกรอบมั้ย?
“พยายามอยู่ตลอดนะคะ”

กับเรื่องว่าที่ผ่านมา เราต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในบ้านมาตลอด 2 ปี?
“มันเกิดขึ้นจริง แต่เราก็ยินดีที่จะทำเพื่อครอบครัว”

กลัวไหมว่า พอคดียืดเยื้อมันจะไปมีผลกระทบต่อลูก?
“ทุกวันนี้ก็กังวล แค่ที่เรื่องเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ช่วงพ.ย. มามันก็เกิดการอยู่ 2 บ้าน เราก็เป็นห่วงเขามากที่สุด คำแนะนำของคุณหมอเด็ก จิตแพทย์เด็ก เขาก็บอกว่าเด็กอยู่แบบครึ่งๆ แบบนี้ไม่ได้ ความเป็นตัวตนของเด็กเขาจะหายไป”

เกาะติดข่าวบันเทิงฮอตๆ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสดบันเทิง ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

น่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนคดีถึงจะจบ?
“อันนี้ก็ไม่ทราบจริงๆ แต่อยากให้เร็วที่สุด”

วันนี้คดีนี้จบยังไง?
“ตามความเป็นจริงเลย คือมีเกิดขึ้นแต่ไม่ได้รุนแรง แต่จะเป็นยังไงต่อต้องถามทนายอีกที”

นอกจาก 2 คดีนี้แล้ว ยังมีคดีอื่นเพิ่มอีกมั้ย?
“ไม่มีแล้ว”

สินสมรสเคลียร์กันได้ ไม่มีปัญหา?
“อันนี้เป็นในส่วนของทางทนาย ให้เขาดูตามความเหมาะสม ตามความจริง ไม่ได้เรียกร้องอะไร ตั้งแต่แรกเราก็มุ่งประเด็นที่เรื่องลูกอยู่แล้ว”

แต่เราไม่ได้เรียกร้องอะไรเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูก?
“ก็มีคิดๆ ไว้บ้าง อย่างแบ่งกันคนละกี่เปอร์เซ็นต์ เราออกส่วนไหน เขาออกส่วนไหน ที่ผ่านมา เราก็เป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายลูกอยู่แล้ว”

ขอบคุณรูปจากไอจี : tim_pita  tye_chutima

บทความก่อนหน้านี้‘สันธนะ’ บุก ประชาธิปัตย์ ค้านร่วมรัฐบาล พลังประชารัฐ อ้างพรรคใกล้ถูกยุบ!
บทความถัดไปตั๊กแตน หมาเห่า พี่ไม่ตอบ ไปไกลแล้ว ไม่รอหมากัด โพสต์เงินกองโต-ชีวิตที่บ้านนอก