เอ๋ เมีย เมฆ วินัย ขอบคุณที่ช่วยเหลือ เผยช่วงวิกฤตของครอบครัว
จากกรณีที่ นักแสดงชื่อดัง เมฆ วินัย ไกรบุตร ป่วยเป็นโรคตุ่มน้ำพอง จนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอยู่นาน จนร่างกายซูบผอม และมีข่าวลือว่าป่อยเป็นโรคร้ายต่างๆ นาๆ จนกระทั่งเพื่อนนักแสดง หนุ่ม คงกระพัน แสงสุริยะ ได้เข้าเยี่ยมและ ประกาศว่าจะระดมทุนเพื่อช่วยเหลือค่ารักษา โดยล่าสุด คืนที่ผ่านมา (11 ส.ค.) หนุ่ม-คงกระพัน ได้เป็นหัวแรง จัดงานคอนเสิร์ต “เพื่อนไม่ทิ้งเพื่อน” ที่ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โดย เอ๋ อรชัญญา ภรรยา เมฆ-วินัย ที่ไปร่วมงานนี้ได้เปิดใจถึงความรู้สึกกับงานในครั้งนี้ ว่า
“ดีใจ และปราบปลื้มใจ จริงๆ พี่เมฆเขาคุยกับพี่หนุ่ม (คงกระพัน) และพี่ไปป์ เรื่องนี้ว่าไม่อยากให้เพื่อนๆ ศิลปินเดือดร้อน เขาอยากช่วยเหลือตัวเองก่อน ทีนี้พี่ๆเขาก็อยากช่วย และวันนี้พอมารู้ว่าศิลปินมากขนาดนี้ เราก็ตกใจเหมือนกัน”
ตอนออกมาจากบ้านพี่เมฆว่ายังไงบ้าง
“จริงๆ อยากออกมาเอง แต่ว่าตุ่มน้ำยังขึ้นที่เท้าอยู่ เลยไม่สะดวกที่จะมา ยังต้องใส่ฟิบเปอร์อยู่ ไม่ใส่ถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ เขาฝากขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ศิลปินทุกท่านที่มาข่วยวันนี้ ขอบคุณชาวรวมพลคนรักวิ่ง และขอบคุณแฟนคลับทั่วประเทศเลย ที่ส่งกำลังใจมาตลอดค่ะ”
อาการดีขึ้นขนาดไหน
“ดีขึ้นเรื่อยๆ 70-80 เปอร์เซ็นต์ แต่คุณหมอก็ต้องบอกว่าต้องมีกำลังใจ ต้องสู้กับมัน มันเป็นโรคเรื้อรังต้องค่อยๆ จนเข้าสภาวะปกติ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนทุกวันนี้ก็กำลังใจดีมาก ส่วนหนึ่งมาจากแฟนคลับด้วย เพราะว่ามีแฟนคลับส่งข้อความมาให้กำลังใจทุกวัน ตื่นขึ้นมาก็อ่านข้อความ เขาเลยรู้สึกว่าเขาต้องทำให้หาย เพื่อจะมีผลงานให้กับแฟนคลับได้ดูมากขึ้น อย่างที่บอกว่า เขาไม่คิดว่าอายุขนาดนี้จะมีแฟนคลับ”
พี่เอ๋เองก็เป็นกำลังใจสำคัญ
“คอยดูแลกัน ให้กำลังใจกัน เพราะไม่ใช่โรคที่รักษาแป๊บเดียวหาย ต้องใช้ระยะเวลาค่ะ ถามว่าเหนื่อยไหม ก็เหนื่อย แต่ว่าเราเห็นแสงสว่างว่าต้องหายร้อยเปอร์เซ็นต์ เหนื่อยนอนแป๊บเดียวก็หาย แต่ระหว่างนี้เราก็ต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด ให้สมกับที่เขาดูแลพี่มา(หัวเราะ) ตอนที่พี่เมฆอยู่โรงพยาบาล เราก็ทำแทนทุกอย่าง เท่าที่จะทำได้ เราไม่ได้มีจนเหลือ ก็ต้องทำกิน ทุกๆวันที่ตื่นขึ้นมาก็มีค่าใช้จ่าย เราต้องทำให้ดีที่สุด ตอนนี้เราเลยทำครีมขึ้นมา ก็ช่วยครอบครัวได้เยอะ พี่เมฆก็คลายเครียดได้เยอะ เพราะทุกวันมีรายจ่าย ค่าโรงพยาบาลด้วย เพราะเป็นการรักษาตัว”
ยังต้องระวังอะไร ในการรักษาตัว
“หมอห้ามกินของแสลง เช่นของดิบ หมักดอง เพราะว่ามีโอกาสกลับมาเป็นเยอะอีก เชื้อยังมีอยู่ในร่างกาย ยังไม่ได้หมดไป ตอนนี้ก็ปรับยาลงเยอะแล้ว ลดสเตอรอยลงครึ่งหนึ่งแล้ว ต้องใจเย็น งดออกข้างนอกที่เสี่ยงกับการติดเชื้อ ส่วนที่บ้านก็ทำความสะอาดมากขึ้น พยายามดูแลความสะอาด อาหารการกินด้วย หมอนัดอีกที วันที่ 16 ส.ค. นี้ นัดเพื่อปรับยาลง จนกระทั่งหยุดกินยาได้ ค่าใช้จ่ายจะมีอยู่เรื่อยๆ อย่างที่บอกว่าการทานยาในกลุ่มสเตอรอย จะไปทำลายระบบไต ระบบนู่นนี่นั่น จึงต้องมีการตรวจเลือด ทีซีสแกน ไปเรื่อยๆ แต่ก็เป็นกำหนดตามที่คุณหมอวางไว้ แต่รายจ่ายก็ลดลงนะ ที่หนักๆ คือ ค่านอนโรงพยาบาล รายจ่ายไปหนักตางนั้น คุณหมอก็น่ารัก เขาก็อยากให้เราค่อยๆ ปรับตัวที่บ้าน”
ก่อนหน้านี้มีข่าวที่ไม่ดี ทั้งเรื่องเป็นโรคร้าย และอีก 6-7 วันจะเสียชีวิต
“ข่าวนั้นก็ทำให้ครอบครัวจิตตกเหมือนกัน เราอยู่กับเขาเรารู้ว่าไม่เป็นหรอก แต่ตอนที่มีข่าวแบบนี้ ญาติทางใต้ แฟนคลับก็ตกใจ มีโทรมาร้องไห้ จนเราต้องมาอธิบาย แล้วพอเรารับโทรศัพท์มากๆ ก็เครียด ก็วิงวอนคนที่ปล่อยข่าวว่า มันไม่ได้เกิดความสนุก ขอให้หยุด ข่าวก็เงียบไป ถามว่าเป็นวิกฤตของครอบครัวเลยไหม วิกฤตค่ะ หนักที่สุดในชีวิตพี่เมฆ และหนักที่สุดในชีวิตพี่ และครอบครัว แต่เราต้องผ่านไปด้วยกัน อย่างที่บอกว่าช่วงเวลานั้นจิตตกเยอะ แต่เราก็คุยกัน มีกำลังใจจากทุกๆ ด้านมา ทำให้เราสู้ให้ได้”
มีไปร้องไห้ไหม
“มีช่วงแรก ช่วงที่ลูกป่วยพร้อมพี่เมฆ ที่เข้าโรงพยาบาลพร้อมกัน 3 คน ตอนนี้นจิตตกมาก แต่พอกลับไปที่บ้าน พ่อแม่ก็ถามว่ากินข้าวหรือยัง พอได้ยินก็ร้องไห้เลย เราเหมือนน้ำเต็มแก้ว พอหลังจากที่เราได้ระบายออก เราก็ดีขึ้น สู้ค่ะ”
ขอบคุณรูปจากไอจี : winaikraibutr


