จำฝังใจ แพนเค้ก เล่าโดนทุบรถที่แอลเอ ของสำคัญหาย ไม่คิดว่าจะเจอกับตัว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จำฝังใจ / วันที่ 18 ต.ค. ที่ร้าน เชสเตอร์ กริลล์ สยามสแควร์ ซอย 3 นางเอกชื่อดัง แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ มาร่วมงาน “ศรีอโยธยา Meet & Greet กับ แพนเค้ก เขมนิจ” ก่อนเริ่มกิจกรรมได้ให้สัมภาษณ์ เล่าถึงเหตุการณ์ถูกทุบกระจกรถ โดนขโมยของ และพาสปอร์ตหาย ที่แอลเอ สหรัฐอเมริกา

จำฝังใจ

เดินแฟชั่นโชว์ที่แอลเอ

 

 

เหตุการณ์โดนปล้นที่อเมริกา?

“แพนไปแฟชั่นโชว์ที่แอลเอค่ะ วันสุดท้ายก่อนจะเดินทางกลับ เราก็ไปแวะสถานที่ท่องเที่ยวของเขา ซึ่งก็จอดรถเอาไว้ในตึกที่จอดรถปกติค่ะ และใกล้ทางเข้าห้าง เราก็คิดว่าน่าจะโอเคแล้ว ก็มีแบ่งของลงไป และทิ้งของบางส่วนเอาไว้ ก็ลงไปเดินถ่ายรูปแถวๆนั้นประมาณชั่วโมงนึง พอเดินกลับเข้ามา พอเปิดประตูรถน้องสาวแพนก็บอกว่าน้ำหกเหรอ เห็นเป็นเงาๆ ใสๆ พอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็กลายเป็นเศษกระจกทั้งบานด้านซ้ายแตกหมดเลย แพนก็ช็อคตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ตั้งสติกันว่ามันมีอะไรหายไปบ้างหรือเปล่า ของคุณแม่ก็ถูกค้นไป แต่ไม่ได้มีอะไรที่สำคัญมากในนั้น แต่ของแพนกระเป๋าที่มีทุกอย่างก็โดนอุ้มไปทั้งใบเลย และของพี่สาวแพนก็โดนเอาไปทั้งใบเหมือนกัน

มีอะไรสำคัญหายไปบ้าง?

“มีโทรศัพท์ พวกอุปกรณ์ของใช้ทั้งหลายค่ะ ไอแพด กล้อง เงินสด มีของใช้จำเป็นของเราต่างๆ ก็มีพวกพาสปอร์ต เอกสารสำคัญของเรา ก็คือรวมอยู่ในกระเป๋าใบนั้นหมดเลย”

คลิกติดตาม ข่าวบันเทิงฮอตๆ ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

รวมค่าเสียหายประมาณเท่าไหร่?

“ก็พอสมควร จริงๆ มันก็เป็นพวกของใช้งาน พวกแก็ตเจ็ตอะไรต่างๆ ตอนนี้ไม่อยากนึกเลยว่ามีอะไรบ้าง (หัวเราะ)​ เพราะถ้าคิดมันก็หลายอย่าง ก็ตัดใจดีกว่า”

จำฝังใจ

อัดคลิปเล่าเหตุการณ์โดนทุบกระจกรถ

เราเคยรู้มาก่อนมั้ยว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย?

“จริงๆ รับรู้อยู่ตลอดเวลาค่ะ เวลาไปเขาก็จะเตือนว่าอย่าทิ้งของไว้ในรถ หรือถ้ามีของในรถก็ต้องปิดให้มิดชิด แต่ด้วยความที่เราคิดว่ามันน่าจะโอเคแล้ว ที่จอดรถก็ดูโปร่งไม่ได้เปลี่ยวอะไร แต่เป็นความชะล่าใจของเราเองนี่แหละ และทิ้งเอกสารสำคัญไว้ในรถด้วย ซึ่งควรจะอยู่ติดตัว อันนี้คือสำคัญมาก ก็เลยคิดว่ามันก็สอนตัวเราเองเหมือนกัน ก็มีคนบอกว่าประเทศนี้และอีกหลายๆ ประเทศเขาก็มีชื่อในด้านนี้ มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยอยู่แล้ว และคนไทยก็ประสบเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมากในต่างประเทศ ทุกคนก็จะบอกว่าไปถึงที่เขาแล้วล่ะ เพราะโดนเต็มๆ (หัวเราะ)​”

ได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดไหม?

“ไม่ทันได้เปิดกล้องเลย เพราะว่าแพนต้องรีบไปขึ้นเครื่องต่อ เวลามันเหลือน้อยมาก เราโทรแจ้งตำรวจเขาบอกอีก 3 ชม. เขาจะมา เราก็บอกว่ามันไม่ทันเพราะเราต้องรีบไปขึ้นเครื่องแล้ว และเราต้องไปทำเอกสารด้วย ซึ่งตอนนั้นเราเลยต้องรีบติดต่อสถานทูตกงสุลใหญ่ อธิบดีกรมการกงสุลที่กรุงเทพฯ ว่าเราควรต้องทำยังไง และแพนก็เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของหนังสือเดินทางไทยด้วย (ยิ้ม)​ เราก็เคยแต่ประชาสัมพันธ์ว่า ถ้าเกิดเหตุอะไรก็ติดต่อกงสุลนะคะ ติดต่อสถานทูต อันนี้เลยได้ประสบการณ์ตรงเลย ท่านอธิบดีกงสุลก็แนะนำว่าติดต่อไปทางกงสุลใหญ่เลย เพราะเราต้องทำเอกสารด้วย เวลาก็น้อยมาก กระชั้นชิดมาก”

จำฝังใจ

ไปเที่ยวกับคุณแม่และครอบครัว

พอกลับมาตำรวจที่อเมริกาก็ไม่ได้มีการติดตามเรื่องให้เหรอ?

“ถ้าในทางตำรวจแพนคิดว่าน่าจะไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติม แต่รถเช่าที่เอาไปคืนก็อาจจะมีเรื่องของค่าซ่อมแซม เขาก็ถามอยู่ว่าของที่หายไปมีอะไรบ้าง ให้เราลิสต์เอาไว้ เขาอาจจะโค้ฟเวอร์ได้หรือยังไง ก็อยู่ในกระบวนการต่างๆ แต่จริงๆ ตัดใจแล้วแหละ เพราะ​มันไปขนาดนั้นก็ไม่รู้ว่าจะกระจัดกระจายไปอยู่แห่งหนไหนแล้ว (หัวเราะ)​”

ท่านอธิบดีแนะนำยังไงบ้าง เราเองก็เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้วย?

“ท่านก็บอกว่าขอบคุณมากที่เราก็ได้มีโอกาสบอกต่อจากประสบการณ์ตรงด้วย และเรื่องนี้เป็นเคสที่เกิดขึ้นเยอะมากที่นั่น และมีคนไทยเกือบ 200 กว่าเคสต์ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วมาติดต่อที่กงสุลใหญ่ ก็เหมือนเราได้ช่วยกันกระจายข่าว และสายการบินที่เรากลับมาก็ช่วยประสานงานให้ตั้งแต่ที่แอลเอ จนถึงกรุงเทพฯ ตม.ประเทศเรา ทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย เราก็มาบอกต่อได้ว่าพอเกิดเหตุแบบนี้จะทำยังไงได้บ้าง ก็มีคนที่เคยเจอแบบนี้แล้วเอามาแชร์กับแพนก็เยอะพอสมควร”

ถือเป็นการฟาดเคราะห์?

ก็ถือเป็นประสบการณ์ดีๆ (หัวเราะ)​ ก็บอกตัวเองว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอค่ะ และเราก็ไม่ควรชะล่าใจ ยิ่งเอกสารหรือของสำคัญยิ่งควรจะอยู่ใกล้ตัว

ตอนนั้นตกใจขนาดไหน?

“ตกใจค่ะ ทำอะไรไม่ถูกว่าควรจะทำอะไรก่อนดี ควรจะโทรหาใครดี ก็หลายสายเหมือนกัน พอคิดว่าอะไรอยู่ในกระเป๋าบ้างก็ใจหาย เพราะดันเป็นวันที่ไอ้นั่นก็จะใส่กระเป๋า ไอ้นี่ก็จะเอามา คือห่วงหน้าพะวงหลังไปหมด ก็ไปหมดเลยค่ะ (หัวเราะ)​”

จริงๆ แล้วการทำเอกสารใหม่ยุ่งยากมั้ย?

“ถ้าเราติดต่อไปที่กงสุลก็ไม่ได้ยุ่งยากนะคะ คือถ้าอยู่ในช่วงเวลาทำการ แพนคิดว่าเจ้าหน้าที่ที่กงสุลใหญ่เขาก็เตรียมที่จะประสานงานให้เราอยู่แล้ว เราก็ต้องเตรีย​ยมรูปถ่ายไป แพนก็ต้องแวะถ่ายรูปก่อน เพื่อเตรียมรูปถ่ายไปให้ทางกงสุลใหญ่ประกอบกับเอกสารที่จะทำไป เขาก็จะให้เอกสารเป็น C.I. มา ซึ่งเป็นการเดินทางกลับขาเดียวเท่านั้น ถึงกรุงเทพฯ ปุ๊ปก็ทำอะไรต่อไม่ได้”

หมายถึงว่าไม่ใช่แพนคนเดียวที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษใช่มั้ย?

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ได้รับอภิสิทธิ์ใดๆ เลย คือในงานวันนั้นที่แพนไปร่วมเดินแฟชั่นโชว์ ทางกงสุลใหญ่เองก็เป็นส่วนหนึ่งของงาน และเป็นคืนที่เขากำลังมีงานเลี้ยงขอบคุณทางดีไซเนอร์ ทางผู้ร่วมงานพอดี ซึ่งเป็นโชคดีช่วงที่เราเกิดเรื่องทุกคนยังอยู่ที่กงสุลใหญ่ พอเราโทรไปทางเจ้าหน้าที่ก็รีบติดต่อทำเอกสารให้ทันที แต่แพนคิดว่าในเคสอื่นๆ ถ้าอยู่ในช่วงของเวลาทำการปกติ ก็คิดว่าน่าจะสะดวกและรวดเร็วเช่นกันค่ะ ก็คงจะอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้อย่างทันท่วงทีที่สุดค่ะ”

อยากจะแนะนำคนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ยังไงบ้าง?

“จริงๆ แล้วเอกสารสำคัญก็ควรจะติดตัว และไม่ควรชะล่าใจในที่ใดๆ ก็ตาม เพราะเราก็ไม่รู้ว่ามีใครดูอยู่หรือเปล่า เราเป็นนักท่องเที่ยวด้วย ความระแวดระวังมันก็จะน้อยกว่าปกติอยู่แล้ว”

ถือเป็นครั้งแรกของเราเลยใช่มั้ย?

“เป็นครั้งแรกค่ะ ที่เราไม่คิดเพราะเราเดินทางเยอะมาก และไปหลายประเทศติดต่อกันและเรารอดมาได้ ที่ไหนที่คนบอกเขาโดนล้วงกระเป๋ากันเยอะ แต่เราไม่โดน แต่พอมาถึงที่นี่ที่เรามาบ่อยแ​ละไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องได้ก็โดน”

 

ถือเป็นบทเรียนเลยมั้ย?

“จริงค่ะ ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ของแพน คุณแม่และทุกคนที่เดินทางด้วยกันเลยว่าเราควรจะดูแลของๆ เราจริงๆ และพอถึงเวลาเราก็ต้องรีบลำดับเหตุการณ์ว่าเราควรทำอะไรก่อนหลัง ตอนนี้จำขึ้นใจเลย กลัวมาก (หัวเราะ)​”

แสดงว่าเราก็ไม่ได้เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้?

“ไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ คิดว่ากระเป๋าก็ไม่่ได้ใช่ของราคาสูงมากมาย คือเป็นของใช้งานจริงๆ สีดำ เรียบร้อย ปิดมิดชิด ก็ไปทั้งใบเลยค่ะ (หัวเราะ)​”

แสดงว่าแอบกลัวเหมือนกันว่าจะไม่ทัน?

“กลัวค่ะ เพราะว่าเวลากระชั้นชิดมาก และวันรุ่งขึ้นก็มีงานต่อด้วย ก็รีบพยายามติดต่อ มันเลยดูอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ เราก็ต้องแก้ปัญหากันต่อไปค่ะ”

อ่านข่าว : แพนเค้ก เกือบไม่ได้กลับ!! โพสต์คลิป “ถูกทุบกระจกรถ ฉกของสำคัญกลาง LA”

ขอบคุณภาพจากไอจี : khemanito

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน