จบช้า แต่จบชัวร์! แนท อนิพรณ์ เผย 7 ปี จบปริญญาตรี มุ่งหน้าช่วยสังคม 

จบช้า แต่จบชัวร์! แนท อนิพรณ์ เผย 7 ปี จบปริญญาตรี มุ่งหน้าช่วยสังคม 

จบช้า – วันที่ 7 พ.ย. ที่ ห้องประชุม ชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย นักแสดงสาว แนท อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ มาร่วมงานแถลงข่าวความสำเร็จของการสร้างทัวร์นาเมนต์เจ็ตสกี อันดับที่ 1 ของโลก “การบินไทย เจ็ตสกีเวิลด์คัพ2019” จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นที่เรียบร้อย

เรียนจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ใช่ค่ะ ก็จบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ โทผู้สูงอายุและเด็ก เพราะว่าเราเรียนสองตัวเลย เราเลือกไม่ได้ค่ะ เพราะเราชอบทั้งผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งจริงๆแนทจบตั้งแต่ต้นปีแล้ว หลังจากฝึกงาน แต่ด้วยความที่เราตื่นเต้นว่าเราจะจบไหม ก็ไปเช็กในระบบก็จบแล้ว แต่กำหนดการยังไม่ออกมาค่ะ ต้องรอจากสำนักพระราชวัง”

เห็นบอกว่าจบช้า แต่จบชัวร์นะ
“คือเพื่อนของแนท จบไปแล้วน่าจะ 3 ปี เพราะว่าเราดรอปครั้งแรกปีที่ประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ อีกปีหนึ่ง คือกลับมาได้รับตำแหน่ง ก็ต้องทำงานดำรงตำแหน่ง อีกปีหนึ่งถ่ายละคร ตอนนั้นเครียดมาก ไม่สามารถเรียน และถ่ายละครในเวลาเดียวกันได้ หัวสมองมันแยกไม่ได้ค่ะ ก็เลยดรอปไป

จบช้า
ดรอปไปดำรงตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

รวมทั้งหมด เท่ากับเรียน 7 ปี
“ก็เพิ่งนึกออกว่าตัวเองเรียน 7 ปี เพื่อนก็มีแซวว่าเป็นปีที่ 7 แล้วนะ แล้วคณะนี้มีฝึกงาน 2 ครั้ง ครั้งแรกฝึกที่ศูนย์พัฒนาการสวัสดิการผู้สูงอายุปทุมธานี ครั้งที่สองฝึกที่ชุมชน แล้วเราค่อนข้างจริงจัง กับการฝึกงานมากๆ ก็ไม่ได้อยากให้ผ่านไปค่ะ 3 เดือน ที่เราหายไป คือเราไปฝึกงานค่ะ จริงๆ อาจารย์ก็ช่วยนะ แต่เรารู้สึกว่าถ้าคณะนี้อาจารย์ช่วยแล้วจบมา มันจะไม่มีคุณภาพ ถ้าเรามีโอกาสได้ทำงานกับผู้เปราะบางทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ถูกกระทำ เด็ก หรือผู้สูงอายุต่างๆ พอถึงโมเมนต์นั้นแล้วเราจะทำงานไม่ได้ ทำงานไม่เป็น และยิ่งทำให้เคสของเราหรือผู้เปราะบางทางสังคม ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก ก็เลยเลือกที่จะบอกอาจารย์ว่า จบช้า แต่ว่าเอาความรู้ด้วย ช่วงเวลาที่ฝึกงานเป็นช่วงที่มีความสุขมากๆ เหมือนกลับไปเป็นเด็กต่างจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง คือเราไปแบบไม่มีตัวตน ไปเรียนรู้จากคนในชุมชน เด็กที่เวลาเราเห็นคุณภาพเขาดีขึ้นอะไรหลายๆอย่างมันทำให้เรามีคงามสุข ก็มีพี่หมาก-ปริญ ได้โอนเงินมาให้สำหรับหาเครื่องออกกำลังกายสำหรับชุมชน

จบช้า
พี่หมากก็โอนเงินมาช่วย

เรียนต่อเลยไหม
“พักก่อนค่ะ คือเราทุ่มเท ก็ขอพักก่อน ขอทำงานก่อนคะ”

จะต่อยอดงานกับที่เรียนยังไง
งานสังคมสงเคราะห์ สามารถทำได้ในทุกๆวัน เราไม่จำเป็นที่ต้องจัดโครงการใหญ่โต คือเริ่มต้นได้จากตัวเราเอง อย่างเราเจอเคสบางเคส เราก็ปรึกษาเพื่อนเลย ว่ากรณีแบบนี้เราช่วยอะไรได้บ้าง ล่าสุดก็มีคนอินบ็อกซ์มาบอกเรื่องของความต้องการ ความช่วยเหลือค่ะ ก็ได้ส่งเคสนี้ต่อไปที่รุ่นพี่ ก็ให้เขาหาสวัสดิการ ทางโรงพยาบาลจุฬาฯ เขาก็รับเคสนี้ต่อ และดำเนินการต่อไปยังไง ถามว่ามีแนวโน้มไปทิศทางไหนบ้าง อันนี้คือสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว ถามว่าต่อยอดยังไง ก็เป็นเรื่องของโอกาสในการหาความรู้ หรือไปเป็นวิทยากร ทำงานต่างๆ อย่างตอนนี้ก็เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ มูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งประเทศไทย ล่าสุดก็ได้ไปที่ต่างจังหวัด ไปทาสีโรงเรียน และไปสร้างสนามเด็กเล่นให้กับเด็กๆ ทางเรากับทีมมูลนิธิก็ลงทุนซื้อสี และทำลายที่เป็นพื้นทั้งหมด เป็นตารางค่ะ ให้เด็กๆได้เล่น เป็นตารางเพื่อส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กค่ะ”

จบช้า
อยากช่วยเหลือสังคม

ตั้งใจจะเปิดเป็นมูลนิธิจริงๆจังๆไหม ในนามของเราเลย
“โห จริงๆตรงนั้น เราต้องมีรากฐานมั่นคง ทำชีวิตที่มั่นคง แข็งแรงพอสมควรก่อน ซึ่งตอนนี้ถามว่าเรายังเด็กอยู่ไหม ก็ยังเด็กอยู่ประมาณหนึ่ง ยังไม่สามารถทำได้ถึงตรงนั้น แต่สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้ เราทำทุกอย่างที่เราว่าง ถ้ามีโอกาสจะทำตลอดค่ะ เมื่อต้นปีก็ได้ไปที่โรงเรียนวนาประชารัฐบำรุง ที่นครราชสีมา ระหว่างทางที่ไปเราก็ดูว่ามีความพร้อมทั้งหมดนะ แต่พอนั่งๆไป ทำไมไม่ถึงๆ เพราะเป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างจะห่างไกลความเจริญมาก และพอไปถึงที่โรงเรียน โรงเรียนมีพื้นที่กว่างมาก แต่ว่าอาคารเรียนเอนเหมือนจะล้มแล้ว เราก็ตกใจมาก แล้วอาจารย์ทำอาหารต้อนรับพวกเรา เด็กๆไม่กี่คนนะ แต่ไม่มีรองเท้าใส่กันเลย ก็มีคนบอกว่าแนท ช่วยระดมทุนหน่อย เขาอยากให้เด็กได้รองเท้าคนละ 1 คู่ เด็กมี 80-90 คน ก็ระดมทุนในไอจี และหาเองด้วยเวลาไปตามกองถ่ายก็ไปเล่าให้ทุกๆคนฟัง เขาก็บริจาคเงินมา ก็ได้รองเท้าให้น้องๆครบทุกคนเลย และซื้อถุงเท้าให้ด้วย น้องๆ ดีใจมาก เรื่องที่เราเล่า อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆของใครบางคน แต่มันเป็นเรื่องใหญ่ของเด็กๆจริงๆ เอาขนมไปแจกบางคนดีใจมาก น้ำตาไหล เราก็งง แล้วคนที่ไม่มีเขาไม่มีจริงๆ แล้วเขาก็ถามเราว่าจะกลับมาอีกไหม เราก็เลยจัดเป็นกิจกรรมกับแฟนคลับ ว่าถ้ามีเวลาว่าง แนทจะไปซื้อลูกปัดมาร้อยเป็นที่มัดผม ส่วนผู้ชายก็ใส่เป็นเครื่องประดับที่แขนได้ ก็เอาไว้เป็นของไว้ให้กับคนที่บริจาคเงินให้กับเรา แต่ว่าจะส่งให้ตอนสิ้นปี เปิดยอดบริจาคอยู่ที่ 15,000 บาท ค่ะ สิ้นปีคิดว่าจะเปิดอีกรอบหนึ่ง แล้วก็จะส่งของให้ แล้วจะเอาเงินไปให้กับที่โรงเรียนเดิมเลย เด็กๆก็ฝากข้อความกับมาว่าคิดถึงค่ะ”

จบช้า
เป็นคนรักเด็ก

เวลาเห็นผมงานแล้วรู้สึกยังไงบ้าง
“บางคนชอบคิดว่านางงามชอบเด็ก แต่ส่วนตัวเราก็ชอบเด็กอยู่แล้ว ชอบมาก ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่เขาน่ารักดี เขาตรงๆ ใสๆ ก็บอกทางทีมว่าถ้าเก็บภาพได้ก็เก็บ แต่เราจะไม่ละเมิดสิทธิเด็กมากเกินไป  หรือเขาอยากให้ถ่าย แล้วเราก็ถ่ายรูปมาให้ดูว่า เรามาแล้วนะ และเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ทุกคนให้มา ได้ใช้หมดนะ ซื้อของให้เด็กหมด ส่วนเงินค่าน้ำมัน ค่านู่นนี่เราเป็นคนออกเองทั้งหมดค่ะ อยากจะขอบคุณมากกว่า ที่ได้ให้เงินบริจาคมา บางคนมีแค่ 50 บาท แต่ก็ให้เรามา อยากจะบอกว่า เงิน 50 บาท โคตรมีค่าเลยค่ะ อยากขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนมากกว่าค่ะ”

จบช้า
เงินทุกบาทช่วยเหลือน้องๆ

คลิกติดตาม ข่าวบันเทิงฮอตๆ ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณรูปภาพ : potter_nat

บทความก่อนหน้านี้จีคิว ทุ่มงบลงทุนกว่า 200 ล้าน เปิดตัว GQWhite ตั้งเป้าผู้นำตลาดเสื้อเชิ้ตขาวในไทย-ต่างประเทศ
บทความถัดไปจับแล้ว! ยิงถล่ม ชรบ. 15 ศพ แฉปืนใช้ก่อเหตุหลายพื้นที่ กอ.รมน.ยกย่อง ชรบ.เป็นผู้เสียสละ