วันที่ 3 พ.ค. ที่โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ นักแสดงชื่อดัง ร่วมงานรอบกาล่าภาพยนตร์ “ฉลาดเกมส์โกง” จากนั้นให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเสื้อผ้าน้อยชิ้นในละครโซ่เสน่หา ซึ่งเป็นคนหาเสื้อผ้ามาใส่แสดงเองว่า แค่ 90 เปอร์เซ็นต์ ขอเต็มที่จัดเต็ม โชคดีที่เรามีเสื้อผ้าสวยๆ แต่ชีวิตจริงไม่ได้ใส่แบบนั้น เห็นมันเข้ากับคาแรกเตอร์เลยเอามาใช้ ช่วยๆกัน พีคมีโอกาสคุยกับทีมงานตั้งแต่วันฟิตติ้งว่าคาแรกเตอร์นี้เสื้อผ้าประมาณไหน พอเราเห็นเสื้อผ้า เลยบอกเดี๋ยวช่วยกัน เอาของพีคมาผสมดู เราคุยกันทุกซีน ช่วยกันเลือก
เหมือนตอนแรกไม่อยากเซ็กซี่แล้วไม่ใช่เหรอ
เพราะคาแรกเตอร์มันเป็นแบบนี้ ที่ผ่านมาชุดก็ไม่ค่อยได้ใส่ นอกจากออกงาน ชีวิตจริงเราสบายมาก
ชุดที่เปียกน้ำแล้วเป็นชุดว่ายน้ำ เป็นที่พูดถึงมากเพราะเห็นแก้มก้นนิดนึง
พีครู้สึกว่าชุดแบบนี้มันเหมือนถูกที่ ถูกสถานการณ์ ถูกจังหวะ คือเราอยู่ทะเลด้วย ก็สมเหตุสมผล ไม่ได้ใส่ไปที่ไหน
ใส่ชุดนี้พระเอกอาจใจสั่นได้
ก่อนเล่นเราใส่เสื้อตลอด พอเข้าฉากเล่นคือใช้เวลาสั้นมาก เพราะถ่ายส่วนใหญ่ไม่กี่เทค ก็ลงน้ำทีเดียวเลย
พอร์ช-ศรัณย์ พระเอกในเรื่อง มีแซวไหม
ไม่ค่อยคุยเรื่องนี้ เป็นเรื่องผู้หญิงๆ
ใส่ชุดเซ็กซี่แบบนี้ กลัวสาวคนสนิทของพอร์ชเข้าใจผิดไหม
เขาคงแยกแยะได้ เพราะเป็นเรื่องงาน พีคไม่ได้คิดตรงนั้น ทำหน้าที่ของเรา แสดงเป็นตัวละครนี้ เราก็เล่นเต็มที่เท่านั้นเอง
คนเมนต์เรื่องเสื้อผ้าเยอะไหม
มีพอสมควร เช่น ทำไมชุดมันดีพอดีจังเลย (หัวเราะ) หรือบางทีคนในกองละครเดียวกันบอกชุดเราดูพอดี น่ารักทุกชุดเลย
เห็นว่าที่เอามาส่วนหนึ่งเพราะเกรงว่าชุดของกองจะไม่พอดีไซซ์เรา
เราเป็นคนตัวเล็ก ใส่อะไรที่ใหญ่มากมันก็จะดูผอม ต้องใส่ที่พอดีหุ่นจริงๆ ถึงจะสวยค่ะ
เรื่องร้านขนม Dessert Warehouse ที่ร่วมกับ เต๋อ-ฉันทวิชช์ เลิกทำเพราะอะไร
พอดีหมดสัญญาแล้วพีคไม่มีเวลาคิดสูตรอะไรใหม่ๆ เลยพักก่อน เราไม่มีเวลา พอพีคอยู่กองละครแล้วร้านมีปัญหา มันก็เครียด เหมือนเราต้องโฟกัส 2 อย่าง ก็ปวดหัว ตอนนี้ขอพีคแสดงให้เต็มที่ก่อน จะได้ไม่ต้องห่วงร้าน ตอนแรกคิดว่าทำไปด้วยกันได้ แต่สุดท้ายลองแล้วไม่เวิร์ก
ปรึกษาเต๋อหรือไม่
คุยกันตลอด เขาก็ทราบว่าพีคเหนื่อย ถามว่าถึงจุดคุ้มทุนหรือยัง ก็ได้ประมาณนึง ตั้งแต่ทำตอนแรกพีคไม่ได้คิดถึงว่าเราจะได้กำไรขนาดไหน แค่ได้ทำก็โอเคมากแล้ว ซึ่งพีคว่ามันก็มาไกลเกินกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำ มันเลยจุดความพอใจเราไปมากแล้ว
คนอาจคิดว่าเลิกกันแล้วธุรกิจก็เลยไม่รอด
มันก็ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้วนะคะถึงค่อยพักเรื่องร้าน มันไม่น่าใช่ประเด็น
ปิดกิจการด้วยดีไม่มีลำบากใจ
ไม่ค่ะ มีการคุยกันมานานแล้วจนสุดท้ายแล้วไม่ไหวจริงๆ นี่เป็นทางออกสุดท้ายที่เราจะเลือกกัน เอาจริงๆเวลาทำธุรกิจมันมีปัญหามากมาย ไม่ใช่แค่ว่าพีคมาทำขนมแล้วจบ มันมีเรื่องอื่นด้วย
ครัวอุปกรณ์ที่ลงทุนตอนนี้ทำอะไร
ยังอยู่เหมือนเดิม แต่มีขายไปบ้างให้กับคนที่อยากเปิดร้านเบเกอรี่





