วันที่ 5 ต.ค. ที่ โกดัง 4 เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนต์ ‘อุ๋ย บุดด้าเบลส’ นักร้องชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ในงาน “GoPro HERO5” ถึงกระแสดราม่าเพลง “เพื่อนหายเพราะขายตรง” หลังโดนกลุ่มคนขายตรงร้องเรียนให้เปลี่ยนชื่อเพลง เนื่องจากทำให้เสียภาพลักษณ์ต่อธุรกิจ

 

โดย ‘อุ๋ย’ กล่าวว่า “ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วครับ ผมก็เปลี่ยนชื่อเพลงให้แล้ว อยากให้เปลี่ยนก็เปลี่ยนให้ครับ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าที่ผมเขียนเพลงนี้ขึ้นมาเหมือนจะสะท้อนสังคม เพราะเพลงของผมก็เหมือนกับเพลงเพื่อชีวิตสมัยก่อน เพียงแต่ว่าแค่เปลี่ยนรูปแบบแนวดนตรีเท่านั้นเอง ดูว่าสังคมส่วนใหญ่เจออะไรกันมา จากคนรอบตัว แล้วก็จากตัวเองที่เจอด้วย ซึ่งมันก็เป็นประสบการณ์ตรงเลยเอามาเขียนเป็นเพลง ผมคิดว่าการสะท้อนสังคมแบบนี้มันเหมือนเป็นการโยนคำถามเข้าไปในสังคมมากกว่า แล้วเดี๋ยวสังคมก็จะให้คำตอบมาเอง ผมก็เป็นแค่คนเปิดประเด็นครับ”

 

ตอนปล่อยเพลงออกมาคิดไหมว่าจะเจอดราม่าแบบนี้ นักร้องหนุ่มกล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าจะเป็นดราม่าใหญ่โตขนาดนี้ คิดแค่ว่าอาจจะมีคนที่ไม่เข้าใจอยู่บ้างหรือไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ กระแสดราม่าที่เกิดขึ้นผมไม่เครียดเลยแม้แต่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกดีด้วยซ้ำเพราะถ้าเป็นกระแสขึ้นมาคนจะได้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรจะยกออกมาพูดแบบจริงจังสักที แล้วมันก็เป็นเรื่องที่คนเจอกันเยอะ เดือดร้อนกันเยอะ จริงๆ ทุกอาชีพมันมีทั้งแง่ดีแง่เสีย แจ่สำหรับทุกธุรกิจนี้คนได้รับผลกระทบเยอะ อยากให้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นครับ”

s__23617580
“เจตนาจริงๆ ผมไม่ได้จะไปต่อว่าธุรกิจขายตรงอะไรขนาดนั้น ถ้าผมจะต่อว่าคงเขียนรายละเอียดได้เยอะกว่านี้อีกครับ เพราะผมศึกษาเรื่องนี้มาเยอะพอสมควร แต่ที่ผมเขียนมาแค่นี้เพราะเป็นแนวหยิกแกมหยอกจะได้ไม่ซีเรียสกันจนเกินไป อย่างที่บอกว่าผมแค่เป็นคนเปิดประเด็น ส่วนที่เหลือจะไปพัฒนายังไงสังคมก็จะพาไปเองครับ” นักร้องหนุ่มกล่าว

 

เจอคอมเม้นต์หนักๆ บ้างไหม อุ๋ยกล่าวว่า “มีบ้างครับแต่ผมไม่รู้สึกอะไรเลย ด่าว่าผมเลวผมยังไม่รู้สึกอะไรเลย บางคนอาจจะคิดว่าผมหน้าด้าน เปล่านะครับ เพียงแต่ผมรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่มุมมอง คือผมอาจจะได้รับการพัฒนาทัศนคติมาแล้ว ทำให้ผมมีทัศนคติที่จะมุ่งไปสู่ความสำเร็จครับ(หัวเราะ) เลยไม่ได้รู้สึกกับอะไรแบบนี้”

 

อย่างที่ออกมาเขียนชี้แจง บางคนก็มองว่าแอบเหน็บแนมหรือเปล่า อุ๋ยกล่าวว่า “ก็แล้วแต่จะคิดกันนะครับ สิ่งที่ผมเขียนไปก็อยากจะอธิบายในมุมมองของผมให้คนอื่นรับทราบเท่านั้นเอง ส่วนพี่ๆ น้องๆ ในวงการก็มีส่งไลน์ให้กำลังใจ บางคนก็ยังช่วยโปรโมตเพลง แต่ผมก็บอกว่าใครกลัวเดือดร้อนไม่ต้องมาช่วยโปรโมตนะเดี๋ยวจะซวยไปด้วย(หัวเราะ)”
“ตอนนี้ผมก็เปลี่ยนชื่อเพลงให้แล้วจาก “เพื่อนหายเพราะขายตรง” เป็น “เพื่อนหายเพราะขายอ้อม” เพื่อความสบายใจ แต่ว่าเนื้อเพลงก็ยังเหมือนเดิม” นักร้องหนุ่มกล่าว

s__23617584
ชื่อเพลงใหม่นี่ไม่ได้กวนใช่ไหม นักร้องหนุ่มหัวเราะก่อนตอบว่า “ส่วนใหญ่ที่ผมเจอมาก็ไม่ค่อยขายกันตรงๆ ก็จะอ้อมไปอ้อมมา อย่างที่บอกว่าถ้าอยากให้เปลี่ยนจากคำว่าขายตรงไปก็เปลี่ยนให้แล้ว ใช้คำว่าขายอ้อมก็น่าจะพอใจแล้วนะครับ”

 

ในการทำงานเพลงครั้งต่อไปจะหนักใจเพิ่มขึ้นไหม อุ๋ยกล่าวว่า “ส่วนตัวคิดว่าถ้าส่วนที่จะสะท้อนจากสังคมกลับมาแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผมก็กล้าที่จะทำเหมือนเดิม แต่บางอย่างมันก็เซ้นสิทีฟมาก ผมก็ต้องระวัง แต่ระวังในที่นี้คือถ้ามันคุ้มกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นผมยินดีครับ”

 

“เรื่องแบบนี้มันก็แล้วแต่คนแล้วแต่มุมมองด้วย สังคมเมืองไทยคำว่าไทยมุงมีมานานแล้ว คนไทยชอบมุงเวลาคนมีเรื่องกัน ชอบนั่งดู แล้วเดี๋ยวนี้ก็ออกความคิดเห็นกันง่ายเพราะว่ามีโซเชียลมีเดีย ผมรู้สึกว่าศิลปินบางคนก็รับเรื่องแบบนี้ไม่ได้เลยเลือกที่จะทำเพลงรักเพลงจรรโลงโลก หรือแนวบวกๆ ซึ่งก็เป็นสไตล์ของแต่ละคนไป แต่เพลงของผมมีทั้งสองแนวคือสะท้อนสังคมรวมไปถึงเพลงรักเพลงสนุก แต่ถ้าเลือกจะทำแนวสะท้อนสังคมแล้วผมก็ต้องรับให้ได้ว่าจะต้องมีกระแสแบบนี้ตามมา อีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตที่ผมเจอดราม่าแบบนี้ ตอนออกอัลบั้มแรกก็โดนตั้งแต่ชื่อวง โดนตั้งแต่ที่เอาภาษาบาลีมาใช้แล้ว เพียงแต่ตอนนั้นอาจจะไม่ได้ใหญ่โตเท่านี้เพราะสื่อโซเชียลมีเดียไม่ได้รุนแรงเท่านี้” อุ๋ยกล่าว

screenshot-2649

อยากจะฝากอะไรถึงคนที่คิดเห็นไม่ตรงกับเรา นักร้องหนุ่มกล่าวว่า “ผมคิดว่าถ้าคิดเห็นไม่ตรงกับผม ถ้าคุณไม่ได้เป็นแบบในเพลงก็ไม่ต้องเดือดร้อนอะไร แต่ถ้าคุณเป็นอย่างในเพลงคุณก็ลองฟังเสียงสะท้อนจากสังคมรอบข้างด้วยแล้วกันว่าเขาคิดเห็นกันอย่างไรกับการกระทำแบบนี้ ถ้าคิดว่าเป็นเพื่อนมาเตือนกันก็ลองปรับปรุงชีวิตคุณก็คงจะดีขึ้นเอง แต่ถ้าคิดว่าไม่ อันนี้เป็นแนวทางที่คุณมั่นใจแล้วว่าการทำแบบนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องคุณก็ดำเนินต่อไป”

 

“ผมจะรู้สึกดีคือถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงจากธุรกิจจากธุรกิจนี้จริงๆ คนได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนน้อยลง พวกที่หลอกลวงพวกที่ไม่มีมารยาทหากินยากขึ้น แบบนี้ผมถึงจะรู้สึกว่าเพลงมันประสบความสำเร็จจริงๆ” อุ๋ยทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน