แอน ทองประสม ร่วมไว้อาลัย ‘เติม ชนินทร’ ยกเป็นสุดยอดผู้กำกับไทย

แอน ทองประสม ร่วมไว้อาลัย ‘เติม ชนินทร’ วันที่ 22 มิ.ย. ที่ วัดอุทัยธาราม(วัดบางกะปิ) ศาลา 2 เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร มีพิธีรดน้ำศพ และพิธีสวดอภิธรรมศพ ผู้กำกับชื่อดัง เติม ชนินทร ประเสริฐประศาสน์ วัย 59 ปี ที่เสียชีวิตจากกานฆ่าตัวตาย ด้วยการยิงตัวเองบนวีลแชร์ ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านมักกะสัน

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

โดยมี แอน ทองประสม มาร่วมไว้อาลัย พร้อมกับให้สัมภาษณ์ถึงความรู้ว่า

“แอนรู้จักพี่เติมครั้งแรกที่ทำ บริษัทบำบัดแค้น เป็นการเจอกันครั้งแรก ได้ทำงานด้วยกันครั้งแรก สนิทกันเร็วมาก
พี่เติมเป็นคนตั้งใจและจริงจัง เป็นผู้กำกับที่เก่งมาก และแอนเชื่อฟังทุกอย่างที่พี่เติมบอก คือเป็นการทำงานที่มีความสุขมาก แปลกมากเป็นบรรยากาศที่เหมือนไม่ได้ไปทำงาน และทุกคนในทีมก็สนิทกันแทบทุกคน หลังจากละครจบก็ยังเป็นเพื่อนกันต่อ หลังจากนั้นแอนก็นับถือพี่เติมเป็นพี่ชาย มีอะไรแอนก็ปรึกษาเรื่องงานบ้าง แต่แอนเป็นผู้จัดก็แลกเปรียน ติดต่อกันมาตลอด”

ได้เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
“แอนไม่ค่อยได้เจอพี่เติมมานานมาก ตั้งแต่พี่เติมทำแรงเงา ตั้งแต่ช่วงนั้นแกก็จะยุ่งมาก บวกกับเริ่มป่วยไปโรงพยาบาล จังหวะที่เรานัดมาเจอ แกก็บอกยังยุ่งอยู่ ถ้าพี่พร้อมพี่จะบอกมา หลังจากนั้นก็เป็นการโทรกันที่ อพาร์ตเมนต์แก แอนก็จะถามสารทุกข์สุขดิบชวนเมาธ์ ส่วนใหญ่เป็นการโทรคุย”

ที่ผ่านมาก็พอทราบปัญหาเรื่องสุขภาพของพี่เติมมาตลอด
“ค่ะ แต่แอนไม่ได้ทราบจากพี่เติมโดยตรง ทราบจากเพื่อนในวงการที่ทำบท เวลาคุยกันแกจะไม่เอาปัญหาแกมาเล่า แกจะคุยสนุกคุยเรื่องงานให้มีความสุข เราก็จะคุยโต้ตอบแกเหมือนว่าแกไม่เป็นอะไร มันก็เลยไม่มีอะไรมาเล่าให้ฟัง แต่เรารู้อยู่แล้วว่าแกเป็นอะไรช่วงที่คุยกับแก รู้หมดว่าแกเป็นระดับไหน”


ตอนที่ทราบข่าวว่าพี่เติมเสียชีวิตแล้วรู้สึกอย่างไร
“ชาไปเลย ฮ่ะ..เพราะว่าแอนเพิ่งคุยกับแกเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แอนขับรถอยู่ รู้สึกว่าวันนี้คิดถึงพี่เติมจังเลย มีช่วงนึงพยายามที่จะโทรแล้ว แต่มีพี่เขียนบทท่านหนึ่ง บอกว่าอย่าเพิ่งโทรเพราะว่าแกอยู่ในช่วงย้ายโรงพยาบาลอยู่ ให้แกพักฟื้นก่อน อยู่ๆก็นึกถึงก็กดมือถือ เจอผู้หญิงรับ แอนก็คิดว่าคงเป็นคนที่ดูแล รู้สึกว่าจะเป็นพี่สาว เขาบอกให้โทรเข้าเบอร์มือถือพี่เติมเลย แอนก็โทรเข้ามือถือ แกก็รับคุยกันปกติ คุยสักพักแอนจับน้ำเสียงได้ว่าพูดช้า ก็ถามว่าเหนื่อยเหรอ แกบอกว่าเวลาพูดมันเหนื่อย ต้องใช้กำลังในการตอบเรา แอนบอกว่าถ้างั้นหยุดมั้ย พี่เติมไปพักผ่อนก่อน สบายแล้วค่อยคุยกันใหม่ก็ได้ แกก็บอกเออๆ ถ้าอยากเมาธ์ต่อ แกคงต่อกับแอน แต่นี้แกยอมไปแบบง่ายๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร”

นั้นคือประโยคสุดท้ายที่ได้คุยกัน
“ใช่ค่ะ มันก็แปลกมาก แกเป็นคนดี เป็นคนมีวิชา แล้วเป็นคนไม่อวดอะไรเลย แต่เราจะรู้ว่าแกเป็นคนที่เก่งมาก แกเป็นคนสนุกสนาน อยากให้แกสนุกกับชีวิตไป”

ตอนที่รดน้ำศพ ได้พูดอะไรกับแกบ้าง
“จับแขน แต่พูดไม่ออก เข้าใจทุกอย่าง แอนอยากจับแขน เพราะว่าไม่ได้แตะตัวกันเลย ไม่รู้จะพูดอะไร เสียใจ(เสียงสั่น) ความรู้สึกเหมือนเสียพี่ชายที่เรานับถือ ก็จะอึ้งๆ นิดนึง กลัวแกเจ็บมั้ย มันเกิดแบบนี้ก็รู้สึกอื้ออึง”

เคารพการตัดสินใจของพี่เติม
“แอนไม่ทราบเลย ยังอึ้งอยู่ ไม่รู้ว่าแกสะสมอะไรไว้ในใจหรือเปล่า”

ที่ผ่านมารู้สึกถึงสัญณานที่พี่เติมจะตัดสินใจแบบนี้
“ไม่ แกเป็นคนเก็บตัว ทำบทอยู่กับบ้าน เราก็เห็นสัญญาน้ก็บตัวแบบนี้ มาตั้งแต่รู้จักกันแรกๆ มันเป็นสัญญานปกติ น้ำเสียทุกอย่าง เป็นคนที่โมโนโทนมาก เป็นคนโทนเดียว จนเราไม่รู้ว่าอันนี้แย่หรือเปล่า จนพอเราคุยอันนี้เรารู้สึกได้ว่า ทำไมตอบช้า แอนมาชวนคุยทำให้เพลียมั้ย แกบอกว่าเพลียจริง เพราะว่าคุยมันต้องใช้กำลัง แอนก็หยุด”

สิ่งสำคัญที่ได้จากพี่เติม
“แกไม่สอนอะไรแบบตรงๆ แต่แกแค่ปลดรหัสคาแรคเตอร์ของ นงฉไหน ตัวละครที่แกรักมากในตอนนั้น แกอธิบายได้อย่าลึกซึ้ง เราสามารถเล่นได้โดยที่ไม่มีความสงสัยอะไรเลย เราอาจจะได้วิชามาโดยที่เราไม่รู้ตัว แอนเล่นให้แกเต็มที่เลย เล่นด้วยความรัก และดีใจกับแกเพราะผลงานที่ผ่านมาขอแกก็ประสบความสำเร็จ เพราะแกเป็นคนตั้งใจมากๆ”

ถ้าพี่เติมได้ยิน อยากบอกอะไรเป็นครั้งสุดท้าย
“อยากจะบอกว่าพี่เติมเป็นสุดยอดของผู้กำกับ พี่เติมเป็นสมบัติที่มีคุณค่าสำหรับประเทศเราค่ะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน