สุดกลั้น โย่ง อาร์มแชร์ เผยนาทีเฝ้าพ่อจนสิ้นลม ยึดแบบอย่างความดี
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่ ศาลา 7 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ( บางเขน) ได้มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พ.อ.(พิเศษ) สุรชัย มณีเทศ อายุ 69 ปี บิดาของนักร้องหนุ่มชื่อดัง โย่ง อาร์มแชร์ หรือ อนุสรณ์ มณีเทศ ซึ่งเสียชีวิตด้วยสาเหตุปอดติดเชื้อ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
![]()
โดยก่อนหน้านี้คุณพ่อของนักร้องชื่อดัง ป่วยด้วยโรคไขกระดูกเสื่อม เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 34 วัน ก่อนที่จะเสียชีวิตอย่างสงบ ที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ต่อมาเวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “พันเอก (พิเศษ) สุรชัย มณีเทศ” คุณพ่อของนักร้องชื่อดัง
หลังเสร็จพิธีนักร้องหนุ่ม พร้อม ก้อย วลัยลักษณ์ ภรรยา ให้สัมภาษณ์ถึงการสูญเสียครั้งนี้ว่า
“คุณพ่อผมเป็นโรคไขกระดูกเสื่อมครับ ทำให้ผลิตเม็ดเลือดขาวออกมาได้น้อย เม็ดเลือดขาวที่ผลิตออกมาบางทีก็ไม่ใช่เม็ดเลือดขาวที่ดีนัก สมมุติคนธรรมดาจะมีอยู่ 1,500 แต่คุณพ่อผมมีอยู่ 100 เดียว แล้วเม็ดเลือดขาวก็มีหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรค ป้องกันเชื้อโรคและสร้างภูมิคุ้มกัน”
“พอเม็ดเลือดขาวต่ำ เชื้อโรคก็เข้าได้ง่าย ติดเชื้อได้ง่าย เราต้องระวังไม่ให้คุณพ่อป่วย เพราะแค่ป่วยเป็นไข้หวัดก็อาการหนักถึงขั้นต้องเข้าไอซียูแล้ว เพราะมันจะลามได้เร็ว คุณพ่อก็มีชีวิตอึดอัดมาตลอด เราก็เห็นใจท่านครับ”
“มารู้ว่าท่านป่วยก็ช่วงวันเกิดคุณพ่อเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว คุณพ่อบังเอิญตรวจพบและเห็นว่ามันมีความผิดปกติของเม็ดเลือด พอดีน้องสาวผมเป็นคุณหมอ น้องเขยเป็นคุณหมอ เลยพาคุณพ่อไปตรวจ คิดว่าน่าจะเป็นแบบนี้แน่นอน”
“แต่ยังไม่ได้บอกคุณพ่อเพราะโรคนี้เป็นโรคที่รักษาไม่หาย กลัวคุณพ่อทำใจไม่ได้ ช่วงนั้นเป็นช่วงวันเกิดคุณพ่อ เราก็จัดเป่าเค้กอวยพรวันเกิดให้ ทุกคนก็ต้องกลั้นน้ำตา คิดว่าเราจะมีงานวันเกิดอีกปีนึงมั้ย สุดท้ายก็ไม่ได้”
ตอนที่รักษาที่โรงพยาบาลกำลังใจคุณพ่อเป็นยังไงบ้าง?
“คุณพ่อเป็นคนแข็งแรงมาก เป็นนายทหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุณพ่อมาเสียด้วยภาวะการติดเชื้อที่ปอด คือภูมิคุ้มกันไม่ดีอยู่แล้ว ให้ยาฆ่าเชื้อยังไงก็สู้เชื้อโรคไม่ได้ แม้กระทั่งตอนที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ใส่ยาโน่นนี่เต็มแขนเต็มขาไปหมด คุณพ่อก็ยังมีสติสู้ พยายามสื่อสารกับเรา และพยายามบอกเราทุกวันว่าไหวนะ(น้ำตาซึม)”
ช่วงนั้นให้กำลังใจคุณพ่อยังไงบ้าง?
“ผมใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ รพ. ตอนที่คุณพ่ออยู่ไอซียู คุณพ่อเข้าออก รพ. 2 ครั้ง ครั้งแรกรักษาอาการป่วยจนหายกลับมาอยู่บ้านอาทิตย์นึง แล้วกลับไปป่วยอีกและเข้า รพ. กำลังจะออกแล้ว แต่ทีนี้วันสุดท้ายคือเหมือนติดเชื้อขึ้นมา”
“ตอนแรกเราก็ดีใจที่คุณพ่อจะได้กลับบ้าน แต่สุดท้ายอยู่ดีๆ อาการทรุดลงเรื่อยๆ เข้าไอซียู เราให้กำลังใจพ่อว่าไม่เป็นไรนะ กำลังทำการรักษา ต้องพักผ่อนเยอะๆ มีกำลังใจเข้มแข็ง คือเราบอกพ่อทุกวัน จนสุดท้ายคุณหมอประชุมกับครอบครัวว่าอาการแย่ลงเรื่อยๆ คิดว่า… (นิ่งไป) ที่เราพูดกัน ให้กำลังใจกัน มันไม่มีปาฏิหาริย์แล้ว”
“โรคนี้ก็มีความหวังอยู่ แต่ความหวังน้อยมากๆ แต่เราทุกคนก็ไม่ย่อท้อ ภาวนาทุกวัน แต่คุณพ่อไม่ไหวแล้ว หมอก็จะเพิ่มยาให้หลับ คุณพ่อจะได้นอนหลับแบบไม่ต้องหายใจแรง คุณพ่อพยายามเขียนให้กำลังใจพวกเรา คือแม้กระทั่งตอนที่… (นิ่งไป) ตอนที่พ่อไม่มีสติแล้ว(ร้องไห้)”
“แม้กระทั่งตอนที่คุณพ่อสติเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ คุณพ่อเขียนคำว่ารักทุกคน รักลูก รักแม่ รักภรรยา ซึ่งคุณพ่อมีกำลังใจที่เข้มแข็งมาก อย่างน้อยที่ดีที่สุดคือพวกเราทั้งครอบครัวได้ยืนเฝ้าคุณพ่อจนนาทีสุดท้าย จนท่านนอนหลับไปแบบยาวๆ”
ได้บอกอะไรคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้าย?
“หลังจากที่ประชุมกับคุณหมอเสร็จ คุยกันว่าพวกเราต้องทำใจคุยกับคุณพ่อตรงๆ หลังจากนั้นก็บอกคุณพ่อทุกวันว่าไม่ต้องเป็นห่วง เราดูแลตัวเองกันได้อย่างดี ไม่มีอะไรให้คุณพ่อต้องกังวล ไม่มีอะไรให้คุณพ่อเครียดอีกต่อไป”
“เราพยายามลาคุณพ่อทุกวัน บอกคุณพ่อว่าเดี๋ยวจะดูแลแม่ให้ดีนะ(ร้องไห้) คือผมเรียนเชฟมา แต่ผมไม่มีโอกาสทำอาหารให้คุณพ่อทานเลยแม้แต่มื้อเดียว(ร้องไห้)”
อยากตั้งใจทำอาหารให้คุณพ่อทานสักมื้อ?
“ใช่ครับ ตั้งแต่เด็กคุณพ่อเป็นคนที่ดูแลทุกคนมาตลอดในทุกเรื่อง ผมยึดถือสิ่งดีๆ ที่คุณพ่อทำให้ผมเห็น คุณพ่อเป็นคนรักครอบครัว รักเดียวใจเดียว ดูแลลูกๆ อย่างดีมาก น่าชื่นชมมาก ไปบอกคุณพ่อว่าถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีก ถ้ามีโอกาสคราวหน้ามาเกิดเป็นลูกผมก็ได้(หัวเราะ)”
ส่วนตัวให้กำลังใจคุณแม่อย่างไรบ้าง?
“ตอนแรกผมคิดว่าคุณแม่จะทำใจไม่ได้ แต่คุณแม่แข็งแกร่งกว่าที่ผมคิดเยอะ ท่านบอกว่ามันคือการจากลาชนิดนึง เราไม่ต้องลา แล้วแม่ไม่ลาคุณพ่อเลย เพราะแม่เชื่อว่าสักวันต้องได้เจอคุณพ่ออีก”
ในความคิดของเรา ได้ทำหน้าที่ลูก ได้ดีที่สุดแล้ว?
“ในช่วงชีวิตช่วงสุดท้ายของคุณพ่อ เราพยายามกันที่สุดแล้ว เราให้กำลังใจ ทำทุกอย่างให้เขามีความสุขที่สุดในช่วงที่เขาอยู่กับเรา และมีสติรับรู้ได้”
ตอนรดน้ำศพเราได้บอกอะไรคุณพ่อบ้าง?
“บอกเขาว่าเดี๋ยวเจอกันใหม่ครับ”
ด้าน ก้อย ภรรยา เสริมว่า “ต้องเล่าก่อนว่าจริงๆ คุณพ่อแข็งแรงมาก เป็นไอดอลของทุกคนอยู่แล้วค่ะ พอตอนท่านไม่สบาย ตอนที่ท่านนอนอยู่ในห้อง ท่านก็พยายามใช้ปากกาเขียนบนกระดาษเพื่อให้กำลังใจ เขียนให้ลูกๆ ทุกคน”
“ช่วงที่คุณพ่อไม่สบาย เราต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นอย่างมาก เราคิดว่าพอคุณพ่อหาย เราจะทำทุกอย่าง แต่เราไม่คิดว่าการที่คุณพ่อเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ได้เตรียมใจว่าท่านจะไม่ได้กลับบ้านอีก”
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติสนิท และเพื่อนของนักร้องหนุ่มมาร่วมแสดงความอาลัย จากนั้นเวลา 18.30 น. ได้มีพิธีสวดพระอธิธรรม โดยในวันนี้ทางครอบครัว “มณีเทศ” เป็นเจ้าภาพ จนถึงวันที่ 20 ก.ค. และพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 21 ก.ค. เวลา 17.00 น. ณ เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ( บางเขน)









