ยุคนี้ต้องประหยัด โอบ ไม่กล้าฟุ่มเฟือย เก็บเงินสร้างตัว ก่อนแพลนอนาคต มะปราง
เผลอแป๊บเดียว ครบรอบความรัก 4 ปีแล้ว สำหรับหนุ่ม โอบ โอบนิธิ กับแฟนสาว มะปราง อลิสา ที่เรียกต่อมอิจฉาจากบรรดาๆแฟนๆ ได้ กับความทรงจำสุดหวาน เมื่อครั้งเจอกันครั้งแรก จนเกิดเป็นความรัก งานนี้ หนุ่มโอบ ที่มาร่วมบวงสรวงซีรีส์เรื่อง Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก ได้เผยถึงความพิเศษโมเมนต์ครบรอบหวาน และวันคล้ายเกิดอายุครบ 26 ปี ที่ผ่านมา
วันคล้ายวันเกิดที่ผ่านมา?
“ก็โอเคครับ ปีนี้ก็ถือว่าเป็นปีที่แปลกไป เพราะมีทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นพร้อมกัน มันอาจจะมีโรคระบาดเข้ามา แต่เราก็ยังมีความสุขแล้วก็ใช้ชีวิตอยู่กับมันให้ได้ ต้องปรับตัวเข้ากับมันให้ได้”
ซื้ออะไรให้ตัวเองไหม ?
“ไม่มีครับ ไม่มีตังค์ (หัวเราะ) ผมรู้สึกว่ารอบนี้ไม่ได้ซื้ออะไรเลย ปกติก็จะซื้อตลอด อยากเก็บเงินไว้ดีกว่า อะไรมันก็ไม่แน่นอน”
โตขึ้นความคิดเราเลยเปลี่ยน ?
“ใช่ ยิ่งในช่วงนี้ก็ทำให้ยิ่งตระหนักขึ้นว่า ต้องเก็บเงินมากขึ้น ทำโน่นทำนี่มากขึ้น”
อาชีพเดียวไม่มั่นคงแล้ว ?
“ช่วงโควิดทำให้ได้อยู่กับตัวเอง แล้วก็ได้คิดอะไรหลายอย่าง ปกติเราทำแบรนด์เสื้อผ้า มันก็กระทบไปหมดเลย เลยคิดว่าเราต้องไม่หยุดอยู่กับที่แล้ว อยู่เฉยๆไม่ได้แล้ว เพราะเราก็ยังมีพลังที่จะออกไปทำอะไร แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี ช่วงนี้ก็เซฟไว้ก่อน”
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
มะปรางให้อะไรวันเกิด ?
“ก็ให้เป็นของขวัญธรรมดาครับ แต่เป็นของขวัญที่เขาตั้งใจให้ บอกว่าอย่าบอกใครละกัน (หัวเราะ) คือเขาไปแอบซื้อมาโดยที่ไม่บอกผม หลอกผมไปลองด้วย แต่ผมไม่รู้ว่าเขาจะซื้อให้ คือเขาอยากได้อยู่แล้ว ก็ทำทีเป็นว่าเขาจะซื้อให้ตัวเอง หลอกผมไปลอง แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นอะไรครับ อยากรู้ไปหาเอาเอง (ยิ้ม) แล้วก็ไปกินข้าวกันกับที่บ้านผม ก็เหมือนเป็นวันพิเศษวันหนึ่งครับ”
4 ปีที่คบกันมา เป็นอย่างไรบ้าง มีให้อะไรวันครบรอบไหม ?
“ไม่มีนะครับ ก็แค่ลงเป็นการให้นึกถึงว่าวันนี้ครบรอบประมาณนี้”
เขาก็คอมเมนต์ว่าเขิน เป็นครั้งแรกที่เจอกัน ?
“ใช่ๆ เป็นครั้งแรกที่เจอกัน”
ต้องขอบคุณพี่พลพลไหม ที่เขาเป็นพ่อสื่อ ?
“ครับผม (หัวเราะ) ก็ประมาณนั้นแหละครับ”
4 ปีความรู้สึกมันเพิ่มมากขึ้นอย่างไรบ้าง ?
“ปัจจุบันเราได้เรียนรู้อะไรกันไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าการเรียนรู้ของคนแต่ละคน ไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้ว อย่างปัจจุบันพ่อแม่ผมยังต้องมีเรื่องที่มันไม่เข้าใจกันอยู่เลย ก็ต้องปรับตัวกันไปให้คุยกันให้รู้เรื่อง”
คุยเรื่องอนาคตกันบ้างหรือยัง ?
“จริงๆ แล้วไม่ได้ถึงขนาดคุยเรื่องอนาคตว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ผมรู้สึกว่าตัวผมยังจัดการอะไรไม่ค่อยได้ บางสิ่งบางอย่างตัวผมเองยังให้แม่ทำอยู่เลย แม่ช่วยทำโน่นนี่หน่อย แล้วผมก็มีแพลนที่อยากจะทำบ้านให้แม่ด้วย เลยรู้สึกว่าผมเป็นคนที่ทำอะไรสองอย่าง โฟกัสสองอย่างไม่ได้ ถ้าเราโฟกัสอย่างเดียวไปเลยมันจะได้ผลที่ดีกว่า ถ้าถามว่าจริงจังมั้ย คือมันเป็นเรื่องที่จริงจังทั้งสองเรื่องนะครับ ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องเล่นๆ”
ความรู้สึกเราคือเรายังไม่โตพอหรืออย่างไร ?
“คือผมรู้สึกว่าบางอย่าง ผมแค่จัดการอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ พอเกิดเหตุการณ์อะไรแบบนี้ขึ้น วันหนึ่งผมจะต้องโตกว่านี้ เราก็อายุ 26 แล้วนะ อีก 4 ปีจะ 30 แล้วนะ ตอนนี้เราไม่ได้ 20 ต้นๆ แล้ว ค่อนไปทางปลายแล้ว ผมอยากจะเริ่มเมเนทโน่นนี่นั่น ทำอะไรด้วยตัวเองให้ได้มากกว่านี้”
หลังจากสร้างบ้านเสร็จค่อยคิดเรื่องแต่งงานใช่ไหม ?
“ใช่ ก็ต้องมานั่งคุยกันอีกทีหนึ่งครับ ไม่ถึงขนาดว่าสร้างบ้านเสร็จแล้วปุ๊บอย่างงี้เลย ผมรู้สึกว่าเราต้องมานั่งคุยกันอีก ว่ามันเป็นไปในทางเดียวกันมั้ย”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง






