โควิดฆ่าไม่ตาย “ใบเตย อาร์สยาม” ซื้อเข้า-ขายออกแบรนด์เนมทุกวัน ทวงคืนเซ็กซี่นุ่งสั้น

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

กลับมาแซ่บซี๊ดแล้วสำหรับ คุณแม่ลูกหนึ่ง ใบเตย อาร์สยาม ที่หลังคลอดลูกสาว น้องเวทย์มน เธอก็ทุ่มเทในการเลี้ยงลูกอย่างหนัก แต่ตอนนี้ลูกสาวเริ่มมีพัฒนาการที่รู้เรื่องขึ้น คุณแม่ก็หันกลับมาดูแลตัวเองบ้าง โดยทุ่มไปทางการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง จนกระทั่งตอนนี้ หุ่นกลับมาเซี้ยะ โชว์ความแซ่ตามสไตล์สาวนุ่งสั้นได้แล้ว

และต้องบอกว่า ใบเตย คืออีกหนึ่งศิลปินคนบันเทิง ที่วิกฤตโควิดไม่สามรถทำอะไรเธอได้ เพราะในช่วงที่ศิลปินหลายคนได้รับผลกระทบ ตกงาน ถูกยกเลิกคอนเสิร์ต สาวใบเตย กลับโชคดีที่มีลูก ทำให้เธอมีลูกค้าแม่และเด็กเข้ามากมาย

แถมได้พลิกวิกฤตมาเป็นโอกาส ขายเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย แบรนด์ตัวเอง รวมถึง ปล่อยของแบรนด์เนมที่ล้นตู้ แต่ไม่ใช่ว่าช็อตเงินนะจ้ะ สาวคนนี้ ขายใบเก่าเอาไปซื้อใบใหม่ต่างหาก

เห็นลงรูปผูกโบว์สีแดง บอกว่ารอพ่อมาแกะ?
“แม่แกะเองค่ะ เพราะว่าพี่แมนกลับมาตี2 (หัวเราะ) อันนี้คือถ่ายเล่นๆกับลูก อยู่บ้าน”

แมนเห็นรูปแล้วว่าไงบ้าง?
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าเพื่อนที่กองถ่ายบอกว่าพี่แมนบอกว่าเขาจะรีบกลับบ้าน เพราะว่าจะมาปั้มลูกคนที่สอง(หัวเราะ) ล่อเล่น คือเราก็ทำคอนเทนต์เล่นๆ เพราะว่าเราว่าง ด้วยรู้สึกว่าเราไม่ได้ถ่ายรูปนานแล้ว หลักๆ เมื่อก่อนเน้นถ่ายกับลูกสาว แต่พอหุ่นเราเข้าที่แล้ว สไตล์ลิสต์เขาขอแบบเซ็กซี่หน่อย จะได้กลับมาเป็นใบเตยได้แล้วช่วงนี้”

พอเราลงรูปเซ็กซี่ขึ้น ยอดคนเข้ามากดไลก์ หรือว่าตามเพิ่มขึ้นไหม?
“มันก็เยอะขึ้น ยอดฟอลโลว์เพิ่มขึ้น มันคงเป็นกระแสมากกว่า เราก็ไม่ได้ถ่ายแบบนี้นานมาก เราก็ทำคอนเทนต์ถ่ายโน้นนี้ แล้วด้วยหุ่นที่เข้าที่ ก่อนหน้านี้ลูกยังเล็กอยู่ เราต้องดูแลเขาใกล้ชิดมาก แต่พอเขาเริ่มรู้เรื่องขึ้น ทำให้มีเวลาที่จะทำอะไรที่เป็นตัวเรามากขึ้น ประเด็นหลักๆเป็นเรื่องหุ่น เพราะทุกคนก็จะแปลกใจว่าทำไมผอมเร็วขนาดนี้”

มีคุณแม่ไดเร็กเข้ามาถามเคล็ดลับไหม?
“เป็นร้อยเลยค่ะ ความจริงมันก็ยากนะ เพราะว่าเราก็ทำทุกวิถีทาง ให้หุ่นกลับมาคงทีที่สุด เราก็เข้าคลีนิค มีอาหารเสริม มีตัวช่วยเครื่องกระชับหุ่น แต่มันต้องขยันมาก และที่สำคัญหนูไม่ทานอะไรเลย ทานแต่สลัด คือมื้อเย็นชมพู่เท่านั้นเลย หนูใช้เวลาลดลง 2 เดือน”

เรื่องของงานเพลง แฟนๆ ก็เริ่มเรียกร้องแล้ว
“เข้าใจว่าทุกคนก็รอ ความจริงเพลงทำเสร็จตั้งแต่ก่อนท้องแล้ว ตอนแรกจะปล่อยตอนเดือน ม.ค.-ก.พ. แต่มันมามีโควิด ทาเก็ตใบเตย ถ้าเราจะปล่อยเพลงออกมา เป้าหมายอันดับแรกคืองานคอนเสิร์ตงานโชว์ รายได้หลักของเราคืองานคอนเสิร์ตที่จะได้ไปทัวร์ทั่วประเทศ เราก็คุยกับค่ายว่า ถ้าเราออกไปเพลงโอเค ยอดวิวโอเค แต่ค่ายบอกว่าถ้าเงินไม่เดินค่ายก็ไม่โอเคเหมือนกัน เพราะว่าค่ายเขาก็ต้องการยอดเปอร์เซ็นต์รายได้จากงานโชว์ของเรา”

“เพราะฉะนั้นถ้าเรายังไม่มีงานจ้าง มันก็ไม่มีประโยชน์ในการออก เพราะว่าเพลงของใบเตย ทางค่ายเขาต้องออกค่าใช้จ่ายในการทำเพลงให้ เราก็รู้สึกว่ารอให้โควิดเข้าที่ รอให้วัคซีนมาก่อน รอให้จัดงานได้ แต่ใบเตยว่าเมื่อแฟนๆ เรียกร้องมาเยอะ เราก็ลองออกไปดู ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร เป็นเหมือนเป็นการให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง ขอดูช่วงนิดนึง อาจจะเป็นเดือนหน้าถ่ายเอ็มวี แล้วเดือนถัดไปก็ปล่อยให้ได้ดูกัน เหมือนว่าคลายล็อคดาวน์แล้ว”

ช่วงหลังเห็นออกมาไลฟ์ขายของบ่อย
“โอเคนะคะ ขายดีมาก มีลูกค้าก็เป็นคนเดิม เอาจริงๆนะ พอมาไลฟ์ขายในไอจีลูกค้าก็จะเป็นร้านขายกระเป๋าแบรนด์เนมในไอจีที่มาซื้อของเรา ขายดีมากเหมือนเดิม กระเป๋าเยอะมาก ต้องบอกก่อนว่าของพวกนี้ใบเตยซื้อมาขายแลกเปลี่ยนจริงจัง ซื้อทุกวัน เราใช้แค่ครั้งสองครั้ง แล้วเป็นคนที่ไม่ได้หวงของ เราเห็นว่าใบนี้ไม่ได้ใช้แล้ว ตั้งโชว์อยู่หลายเดือนก็เอามาปล่อยเลย เพื่อที่จะได้เอาเงินไปซื้อใบใหม่ต่อ อันนี้เป็นประเด็นหลักที่ขาย มันก็มีทั้งที่ได้กำไรและขาดทุน แบรนด์ที่ได้กำไลคือ แอร์เมส กับชาแนล เราเคยปล่อยแอร์เมสได้กำไรเป็นแสน แต่ส่วนใหญ่เป็นใบสองใบ นอกจากนั้นก็ขาดทุนทั้งหมด”

“อันนี้ใบเตยพูดก่อน คือก่อนหน้านี้ที่มีประเด็นดราม่า มันก็เหมือนลางเนื้อชอบลางยา (บางสิ่งบางอย่างใช้ได้กับบางคนแต่ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน) ของแบรนด์เนมแพงแค่ไหน ถ้าเขาชอบ ยังไงเขาก็ซื้อ แต่ที่มีปัญหาหน่อย ก็เป็นคนที่ซื้อไปขาย แต่ลูกค้าที่เขาชอบที่ตัวเราจริงๆ ของกระเป๋าของเราจริงๆ มันจะไม่เคยมีปัญหาเลย ด้วยความที่เป็นดารา พอมาเป็นแม่ค้าเราก็ต้องระวัง เพราะว่าคนก็จะเข้ามาโวยวายได้มากกว่าแม่ค้าทั่วไป ใบเตยจะมีมองแบบนี้ สำหรับใบเตย ไม่ใช่แม่ค้ามืออาชีพ เราเป็นดาราที่มาปล่อยของสวยๆงามๆ ของเรา ที่เราไม่ได้ใช้แล้ว เพื่อที่จะไปซื้อของใหม่ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเราไม่ใช่แม่ค้า เพราะฉะนั้นจะซื้ออะไรจากเราต้องมาจากความชอบเลย”


ดูขายดีมาก
“หมดทุกครั้ง เครื่องสำอางค์ก็ขายเพราะว่ามีเยอะมาก ขนาดว่าแจกเพื่อนเป็นสิบคน คนล่ะกระเป๋าหมดแล้ว แล้วก็แจกญาติ อันนี้คือเหลือจากที่แจกแล้ว จนเพื่อนบอกว่าไม่ต้องแจกแล้วให้ปล่อยขาย ตอนแรกไม่อยากขาย เพราะว่าเครื่องสำอางค์ชิ้นล่ะ 500 บาท เราต้องแพ็คส่งมันเยอะมาก แต่เพื่อนก็บอกให้ปล่อยขายไปเถอะ คือพวกสกีนแคร์ นอกจากที่เราซื้อมาใช้อยู่แล้ว ก็จะได้จากตัวสินค้าที่เขาเอามาให้ช่วยรีวิวอยู่แล้ว”

อย่างช่วงนี้คนบันเทิง เริ่มเอาของมาขายเพราะว่าสู้พิษโควิดไม่ไหว แต่ของคนนี้คนล่ะกรณีกันใช่ไหม
“ของเราขายหลักแสน แต่ไปซื้อใหม่หลักล้าน หนูไม่ได้อะไรเลย ที่ขายหลักๆ คือไม่มีที่เก็บ พอขายออกไปจะได้มีที่เก็บใบใหม่ มันก็มีความบันเทิง เหมือนเราเอามัน เหมือนเราได้เจอเพื่อนด้วยนะ เพราะว่าอาทิตย์ สองอาทิตย์ครั้งมานั่งไลฟ์ขายของ จริงๆเพื่อนๆเป็นตัวตั้งตัวตี เพื่อนก็อยากมาบ้านเรา อย่างที่สองอยากให้เรามาช่วยขาย เพราะบางทีพวกนางก็มีกระเป๋าชาแนลที่ซื้อมาแล้วนางไม่ชอบก็อยากขาย แต่ถ้านางปล่อยเองราคาก็อาจจะไม่ดี เราเอามาปล่อยแป๊บเดียวก็หลุด แต่หลังๆเราก็เลือกนะ เราก็กลัวว่าถ้าเราเอาของคนอื่นมาขาย แล้วอุปกรณ์ไม่ครบ เวลามีปัญหามันก็จะสื่อสารกันลำบาก อีกอย่างเราก็เน้นของเราหมดก่อน เราก็เกรงใจเพื่อน เพราะถ้าเขาเอามาฝากแล้วเขาต้องรอ”

แมนว่าไงบ้าง
“พี่แมนก็โอเค เขารู้ว่าหนูขายดีมาก เขาก็เห็นก็เชียร์ตลอด เขาก็บอกว่าเธอช่วยเอาไปปขายให้หมด เพราะเยอะมาก คือหนูซื้อทุกวันจากร้านอื่นๆมา คือตอนนี้หนูมีเพื่อนเป็นคนที่มาซื้อของหนูและหนูก็คือซื้อของเขาในไอจี ร้านแบรนด์เนมต่างๆที่หนูฟอลโลว์ในเมืองนอก”

มีทั้งมือ1มือ2
“หลักๆเลยของหนูก็คือมือ1 ไม่มีมือ2เลยค่ะ เป็นของในช้อปทั้งหมด อย่างชาแนว กุชชี่ หนูเป็นวีวีไอพีของเขา ซึ่งถ้าหนูมีใขไหนของเขามาใหม่ เซลของทางแบรนด์ ก็จะส่งมาให้หนูก่อนคนแรกเลย ได้เห็นของก่อน”

แบบนี้ก็คือเต็มบ้านเลยซิเนอะ
“เต็มบ้าน เสียหายหลาย”

ถ้าไม่ได้ใช้มันจะพัง
ค่ะ คือ บางทีตัวหนึ่งเราใส่แค่ครั้ง2ครั้ง แล้วพอเราซื้อใหม่มาเรื่อยๆ ก็เหมือนเราลืมตัวนั้นไปแล้ว ก็รีบมาปล่อยขาย เพราะแบรนด์เนมต้องรีบใส่รีบขาย เพราะว่ามันยังได้ราคาอยู่ ก็จะรู้หลักการ”

โควิดรอบนี้เราได้รับผลกระทบยังไม่เยอะใช่ไหม
“หนูจะบอกว่าคงหนูจะบอกว่าเป็นคนโชคดีมาก เราคงเป็นคนที่ขยันมากๆเลยในระดับหนึ่ง
อย่างแรกเลยคือตรงท้องลูก ถ้าสมมุติว่าหนูเป็นนักร้องปกติอย่างคนอื่น เขาไม่มีงานเขาไม่ให้ท้อวลูก รายได้หลักเขาคือคอนเสิร์ตหรือว่าการรีวิวอะไรต่างๆ แต่หนูก็ท้องลูกหนูมาทำงานรีวิวมาทำช่อง คือเราได้ลูกค้าของแม่และเด็กเยอะมาก แล้วหนูก็จับพัดจับผลู และโชคดีที่เพื่อนมาชวนทำ เจลแอลกอฮอลล์ และหน้ากาก คือมันเริ่มบูมมาตั้งแต่เมษาปีที่แล้วเลย ขายได้เป็น แสนชิ้น ล่าสุดหน้ากากล็อตแรกก็เพิ่งหมดไปประมาณ 50,000 ชิ้น เพื่อนที่มาชวนเราไปทำธุรกิจตอนแรกเขาก็บอกว่า ไม่เลือกงานไม่ยากจนนะเตย ตอนแรกเราอะจะปฏิเสธ เพราะไม่คิดว่าเราจะเป็นคนที่ขายของได้ คือในชีวิตไม่เคยขายของตัวเองแล้วได้ดี มีแต่พรีเซนต์รีวิวให้แต่ชาวบ้าน แล้วก็เหมือนว่ามีลูกแล้วให้โชค”

ซึ่งลูกเราน่ารักมากจริงๆ
“เคยกังวนกลัวใจมาก ว่าเขาจะขี้เหร่หรือเปล่า เพราะเรากับพี่แมนก็ไม่ได้หน้าตาดีกลัวลูกจะออกมาแล้วตัวดำปิ๊ดปี๋แล้ววันนี้เรารู้สึกว่ามันเกินความคาดหมายมากเพราะนางน่ารักมากจิ้มลิ้ม คือหนูชอบเด็กที่อ้วนๆอวบๆ แล้วเราก็กลัว เพราะว่าเรากับพี่แมนก็ผอม กลัวออกมาแล้วลูกจะผอมแกน แต่ปรากฏว่านางคือจิ้มลิ้มน่ารักมาก”

อีกสักคนไหม
“คือหนูโอเคแล้วนะกับคนเดียว แล้วหนูก็ต้องรอเวลานิดหนึ่ง ถ้าพี่แมนเขาอยากมี ก็รอซักหนึ่งปีสองปี ให้อะไรๆมันลงตัว หนูรู้สึกว่าโอเค ฉันอยากมีให้เธอแล้ว ใจมันยังไม่มา รู้สึกว่ามันฟื้นตัวยาก กว่าจะมาเหมือนเดิมได้ แล้วก็รู้สึกว่านะวันนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ สถานนะการณ์โลกแบบนี้คือคนเดียวมันโอเคแล้ว เราทุ่มเทไปให้เขาคนเดียวจะหมด จะเสีย ก็ให้เขาคนเดียว”

ได้มีการไปฝากไข่อะไรมาก่อนไหม
“ไม่นะคะ หนูยึดหลักธรรมชาติเหมือนเดิม ตอนนี้อายุ 32 ตอนแรกก็คือคิดนะว่าจะมีช่วงนี้ไปเลยดีไหม อีกใจก็คิดว่าตอนนี้ผอมแล้วถ้ากลับไปท้องฉันคงแบบเซ็ง ก็อยู่ที่ดวงด้วย บทมันจะมาอะไรก็ห้ามไม่ได้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน