ไอซ์ อภิษฎา พร้อมรับมือกระแสเปรียบเทียบ กาละแมร์-ย้อนเล่า จบความสัมพันธ์ ไฮโซนนท์ ตัดสินใจยากสุดในชีวิต มูฟออนแล้ว พร้อมเรียนรู้คนใหม่
วันที่ 1 มี.ค. 2564 ไอซ์ อภิษฎา เครือคงคา เปิดใจครั้งแรก หลังขึ้นแท่นเป็นพิธีกรคนใหม่ ในรายการ เทคมีเอ้าท์ไทยแลนด์ แทน กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ หลังถูกจับตามอง พร้อมรับมือกระแสเปรียบเทียบ พร้อมเผยถึงสถานะหัวใจ โสดมาหนึ่งปีแล้ว

ช่วงหลังหนักไปทางงานพิธีกร มาทางนี้แล้วหรือยังไง?
“ใช่ ก็ดีนะ ในวงการพอเป็นพิธีกรมันน้อยคนที่เข้ามาปุ๊บแล้วเป็นสายนี้เลย อย่างเราก็ต้องฝึกมาเรื่อยๆ ดูมาเรื่อยๆ เริ่มจากเป็นนักแสดงไปร่วมรายการแล้วดูไปเรื่อยๆแล้ววันหนึ่งก็ได้มีโอกาสมาเป็นพิธีกรค่ะ”
เป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของเราไหม?
“ชอบนะ เป็นคนที่รู้สึกว่าแบบ เห้ย รายการมันจะสนุกหรือยังไง มันก็ขึ้นอยู่ที่พิธีกรด้วยส่วนนึง ก็รู้สึกว่าแต่ละคนก็มีเทคนิคแพรวพราวไม่เหมือนกัน อย่างน้าเน็กจะบอกว่าดูอยู่ที่บ้านตลอดตั้งแต่รายการเพลงที่แกเป็นงู เราก็รู้สึกว่าคนนี้เก่งจังเลย รู้สึกว่าเขาครีเอทเขาพูดอะไรได้ยังไง เก่งมากแล้ววันนึงก็ได้มาทำงานด้วยกัน ก่อนที่มาทำก็แอบกลัวนะเพราะว่าน้าเน็กเป็นคนที่ในฐานะพิธีกรคือจังหวะเป็นของตัวเองมาก คาดเดาไม่ได้ว่าแกจะไปยังไงแล้ววันนี้มันโชคดีมาก เพราะก่อนขึ้นเวทีแกพูดว่าไม่ต้องมาเดาผมนะว่าผมจะเป็นยังไงเพราะผมก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน เราก็ตามไปเรื่อยๆแล้วกัน”
เตรียมรับมือหลังจากนี้ยังไงบ้างเพราะปกติน้าเน็กจะคู่กับกาละแมร์ ?
“ใช่ อย่างวันนี้ไอซ์ก็คิดไว้เลยว่าไอซ์จะเป็นตัวของไอซ์เอง จะไม่คิดว่าพี่แมร์ชอบพูดอะไร ทำอะไรแบบไหนมาก่อน ไอซ์รู้สึกว่ามันไม่มีแทนใครได้ แต่อย่างที่บอกว่ารายการเทค เทค มี เอาท์ ฟอร์แมตสนุกอยู่แล้ว อย่างวันนี้ดูอยู่ทางบ้านก็สนุกใช่ไหม แต่พอวันนี้ได้มาทุกอย่างมันธรรมชาติ ตลก บางทีความสดทั้งพิธีกรคู่แล้วก็แขกรับเชิญที่มาร่วมรายการคือเดาอะไรไม่ได้เพราะฉะนั้นตามน้ำ”
ได้คุยกับกาละแมร์บ้างไหม?
“ยังไม่ได้พูดคุยอะไรค่ะ”

ฟีดแบ๊กหลังจากนี้อาจจะมีการเปรียบเทียบ เตรียมรับมือยังไงบ้าง?
“ไม่ได้คิดว่าจะต้องรับมืออะไร ไอซ์เชื่อว่าคนดูเองก็ต้องเข้าใจเพราะว่ามันถึงวาระการเปลี่ยนแปลง อย่างไอซ์เอง ไอซ์ก็เป็นตัวของไอซ์เองในรายการ วันแรกก็เป็นน้องใหม่ ได้คุยกับน้าเน็กว่ายังไม่ต้องทำหน้าที่อะไรมาก ให้รู้สึกว่าเหมือนน้ามาสอน เดี๋ยวมันต้องเป็นแบบนี้นะ เราก็เหมือนเป็นน้องใหม่ในรายการมาเจอสาวๆ 30 คน เอาเป็นว่าวันนี้เราไม่สร้างความกดดันให้กันและกัน คือรายการมาอยู่ถึง 10 ปีแล้วเรามาแทนตอนแรกก็กดดันแหละแต่ตอนนี้มาด้วยแบบใสๆเลย เขาเป็นยังไงก็จะตามไป”
พิธีกรรายการหญิงเขาโสดตลอดนะ?
“ตอนแรกเลยก่อนขึ้นเขาจะพูดว่าเป็นสาวโสดเราก็เอ๊ะ ที่เราได้เพราะเราโสดหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่นะ ฉันจะไม่อยู่ตรงนี้นาน (หัวเราะ) ก็คุยว่าเทปแรกได้เพราะว่าโสดหรือว่ายังไงจะบอกว่าโสดค่ะ แต่จะไม่อยู่จุดนี้นานเกินไป”
แสดงว่าตอนนี้มีคนคุย?
“ไม่ค่ะ ไม่มีค่ะ แต่ก็บอกไว้ก่อนว่าจะไม่อยู่ตรงนี้นานเกินไป”
ตอนนี้ทำหน้าที่ตรงนั้นต้องงัดมุขงัดวิชาอะไรมาใช้บ้างไหม?
“ก็ยากนะ เราเป็นคนสนุกนะแต่ไม่ใช่คนแบบว่าโบ๊ะบ๊ะคิดมุข แต่ก็คือยังเป็นคนที่ตามทันบ้าง”
คิดมุขคนโสดหรือยัง?
“อ่อ ก็ปีนึงแล้วนะ”
ย้อนถามหลังจากจบความสัมพันธ์กับไฮโซนนท์ เป็นการตัดสินใจที่ยากไหม เพราะหลายคนก็ลุ้นไปอีกสเต็ป?
“ยากที่สุดในชีวิตไอซ์ เพราะว่ามันเหมือนจะเอายังไงเพราะมันอีกก้าวต่อไปแล้ว มันไม่เหมือนคนทั่วไปที่คบกันก็เป็นแฟนกันอยู่ มันยังไม่เห็นอนาคต แต่อันนี้มันเหมือนเห็นมาแล้วนิดนึง ถือว่าเป็นคนตัดสินใจที่ยาก”

ณ ตอนนั้นเข็ดกับความรักไปเลยไหม?
“ไม่ได้เข็ด เข้าใจธรรมชาติว่านี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรารู้สึกแบบนี้ เสียใจแบบนี้ มันก็โตตามวัยพอโตขึ้นมันอาจจะเจ็บมากขึ้นเพราะมันอาจจะมีความคลาดหวังมากขึ้น แต่ไม่ได้เข็ด เรารู้สึกว่าปีที่ผ่านมาที่เราโสดเราพอใจแล้ว เรารู้สึกว่าเราคบกับตัวเองมาอยู่กับตัวเองรู้จักตัวเองมากขึ้น เพราะบางทีสำหรับไอซ์คิดว่าบางเรื่องเรายังไม่รู้เลยว่าเราเป็นคนแบบไหนแล้วเราเจอเรื่องแบบนี้เราจะแก้ไขปัญหาตัดสินใจยังไง ณ วันนี้เราก็รู้สึกว่าปีนึงที่ผ่านมาที่โสดก็ดีเหมือนกัน”
หลังจากนี้ถ้ามีความรักจะกล้าเปิดเร็วไหม?
“สำหรับไอซ์เอง ไอซ์ไม่ใช่คนชอบเปิดอะไรอยู่แล้ว แต่ ณ เวลานั้นมันจำเป็นต้องเปิดเพราะว่าเราจะไปอีกจุดนึงมากกว่าค่ะ”
สาเหตุหลักที่เลิกคืออะไร มีเรื่องมือที่สามหรือเปล่า?
“เอาเป็นว่าเรื่องที่จบไปแล้ว มันจบไปแล้ว เพราะวันนี้มันจบไปปีนึงแล้ว”
มูฟออนได้นานหรือยัง?
“ปีนึงแล้วค่ะ ตั้งแต่ไอซ์ตัดสินใจเลิกก็นับตั้งแต่วันนั้น”
พร้อมเปิดความรักครั้งใหม่แล้วหรือยัง?
“ก็พร้อมนะคะ แต่ไม่รีบร้อน เราจะรู้สึกว่าไม่ได้เป็นผู้หญิงเก่ง แบบชีวิตนี้ฉันจะอยู่คนเดียวค่ะ ฉันไม่แคร์ ก็ยังรู้สึกว่าเราเป็นผู้หญิงคนนึงที่อยากมีความรัก แล้วก็กลัวไหมกับบั้นปลายถ้าสมมุติว่าจะไม่มีใครก็แอบกลัวแต่ไม่ได้กลัวกว่าการเอาใครที่ไม่ดีมาอยู่ข้างกายมากกว่า เพราะว่าเรารู้สึกว่าการที่ดึงคนมาอยู่ข้างๆมันไม่ใช่แค่ตัวเขา เราเอาหัวใจเขามาอยู่ข้างๆเราด้วยว่าถ้าใจเขาคิดอะไรบางทีมันซึมด้วยกันทั้งคู่เนอะคู่รัก เพราะฉะนั้นเรื่องคนที่จะมาอยู่ข้างเรามันก็สำคัญ”

