MUSIC ศิลปะภาพยนตร์ ฝีมือ เซีย นักร้องดัง ทั้งเขียนบท กำกับฯ อำนวยการสร้าง
บทเพลงของฉันจะรักษาเธอเอง… พบกับ MUSIC (มิวสิก) ผลงานศิลปะภาพยนตร์ที่ทรงพลังมีเอกลักษณ์ และเป็นการเฉลิมฉลองผลงานการเปิดตัวครั้งแรกของ เซีย นักร้องนักดนตรีชื่อดังระดับโลก ในฐานะมือเขียนบท ผู้กำกับฯ และผู้อำนวยการสร้าง ที่กำลังเข้าฉายให้ชมอยู่ตอนนี้ ในโรงภาพยนตร์
นี่คือหนังที่ผู้ชมและนักวิจารณ์ตกหลุมรัก การันตีจากการเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำปีล่าสุด ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทเพลงหรือตลก และ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทเพลงหรือตลก จากนักแสดงนำของเรื่องอย่าง เคท ฮัดสัน
MUSIC เล่าเรื่องราวของ ซู (เคท ฮัดสัน) หญิงสาวผู้ห่างเหินจากครอบครัวของเธอและพร่ำโทษตัวเองมาตลอดชีวิต แต่แล้วเธอกลับต้องมาเป็นผู้ปกครองของ มิวสิก (แมดดี ซิกเลอร์) น้องสาววัยรุ่นต่างพ่อของเธอหลังจากที่ยายของทั้งคู่เสียชีวิตลง
มิวสิกพูดไม่ได้และเป็นออทิสติกอ่อนๆ ยายของเธอจึงได้สร้างตารางเวลาและกิจวัตรประจำวันให้แก่เธออย่างเต็มไปด้วยความรัก พร้อมด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง
ซูไม่เคยรักและห่วงใยมิวสิกเลย ครั้งนี้เธอจึงต้องดิ้นรนกับความรับผิดชอบใหม่ในฐานะผู้ดูแลน้องสาว
จนเมื่อเพื่อนบ้านของพวกเขา เอโบ (เลสลี โอดอม จูเนียร์) ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ จิตใจที่อ่อนโยนและความเข้าใจในตัวมิวสิกของเอโบ ทำให้ซูรู้สึกประหลาดและประทับใจ พร้อมๆ กับที่เขาเริ่มกลายเป็นคนที่ซูสามารถพึ่งพาและเรียนรู้ได้เช่นกัน
เซียกับเหล่านักแสดงได้พากันมาพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์และการเดินทางของพวกเขาเพื่อทำให้หนังเรื่องนี้มีชีวิตขึ้นมา
โดยมี เดวิด ไวลด์ อดีตบรรณาธิการนิตยสารโรลลิงสโตนเป็นผู้สัมภาษณ์
ก่อนอื่น ผมเดวิด ไวลด์ และผมเป็นคนรักดนตรีในทุกๆ ด้าน และมากขึ้นไปอีกเพราะหนังเรื่องนี้ เมื่อคุณได้เห็นสิ่งเคลื่อนไหวที่ทรงพลังและไม่เหมือนใครเช่นนี้ ผมต้องถามว่า อะไรที่รู้สึกว่าใช่เลยในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้?
เซีย : “ฉันเดาว่าคงเป็นลิขิตจากฟ้า อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ฉันพูดอยู่เสมอระหว่างการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ MUSIC เริ่มต้นจากการเป็นเรื่องสั้น และตัวละครที่แมดดีแสดงมีเค้าโครงมาจากเด็กชายผู้ป่วยออทิสติกที่ฉันได้พบในการประชุมผู้ติดสุรา“
“แม่ของเขาเป็นล่ามภาษามือของการประชุมและเธอไม่สามารถจ่ายเงินจ้างพี่เลี้ยงไหวเธอจึงพาเขาไปด้วยทุกเช้าวันอาทิตย์ และฉันก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์กับพวกเขา วันหนึ่งเธอพูดขึ้นมาว่า ‘ใครจะรักและดูแลเขาเมื่อฉันจากไป’ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่กลายมาเป็นหนังเรื่องนี้”
เคท ฮัดสัน : “ภาพยนตร์เรื่องใดๆ ก็ตามมักเริ่มต้นมาจากการเขียน ทุกอย่างเริ่มต้นจากบทภาพยนตร์ สำหรับเรื่องนี้คุณมี ดัลลัส เคลย์ตัน และเซียที่สนิทกันมากและคุณสามารถสัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดนั้นจากแต่ละหน้า นี่เป็นเรื่องราวแบบที่ฉันไม่เคยได้อ่านมาก่อน”
“เมื่อคุณทำงานกับเซีย คุณรู้เลยว่ามันต้องเกี่ยวกับวัยเด็กที่ถ่ายทอดออกมาในแบบที่เธอมองเห็นสิ่งต่างๆ อย่างน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยจินตนาการ และเพราะเซียคุณจึงมั่นใจได้ว่าสิ่งที่คุณอ่านในแต่ละหน้าคุณจะได้สัมผัสมันในฉาก”
“ทุกครั้งที่เราเข้าฉากหรือร้องเพลงหรือเต้น มันมีความไร้เดียงสาอยู่เต็มไปหมด ทุกสิ่งที่เธอเขียนบนแต่ละหน้าล้วนมีน้ำหนักและเข้มข้น และทั้งหมดทั้งมวลเกี่ยวข้องกับความรักและการไถ่โทษ MUSIC ให้ความรู้สึกที่สดชื่นเพราะไม่เหมือนอะไรที่เคยมีมาก่อน ในขณะถ่ายทำเซียจะบอกว่าเรากำลังสร้างสรรค์งานศิลปะและนั่นคือสิ่งที่เรารู้สึกว่ากำลังทำอยู่”
ผมทำงานในแกรมมี่มา20ปีและไม่เคยลืมช่วงเวลาที่คุณกับแมดดีก้าวเข้ามา และผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เห็นพลังสร้างสรรค์ที่ไม่น่าเชื่อของคุณมาโลดแล่นบนเวทีของเรา แต่ผมสงสัยว่า การสร้างภาพยนตร์เป็นเรื่องที่น่ากลัว มันน่ากลัวสำหรับคุณหรือไม่? คุณได้สร้างสรรค์ละครเพลงขึ้นมาใหม่ และคุณได้ประสานระหว่างละครชีวิตที่ลึกซึ้งเข้ากับกลิ่นอายเล็กๆ ของหนังตลก มันแทบไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดที่จะทะเยอทะยานมากไปกว่านี้อีกแล้ว?
เซีย : “ฉันเคยกำกับมิวสิควิดีโอมาก่อนดังนั้นฉันจึงคิดว่าการสร้างหนังก็เหมือนกับการสร้างมิวสิควิดีโอที่ยาวมากๆ และฉันไม่ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าผู้กำกับฯส่วนใหญ่แค่กำกับ แต่พวกเขาไม่ได้ช่วยออกแบบเครื่องแต่งกายและเขียนเพลงด้วย แต่คุณรู้ไหมว่าฉันชอบมันมากแม้ในขณะที่เรามีปัญหา มันเหมือนกับเกมปริศนา”
“ฉันทำเรื่องยากให้กับโปรดิวเซอร์และบรรณาธิการ เพราะวิธีที่เราถ่ายทำนั้นแหวกแนวจริงๆ โดยปกติคุณจะปิดกั้นแนวคิดบางอย่างออกไปและยึดติดกับมันทุกครั้งที่คุณจะทำอะไรกับตัวละครแต่ละตัว ฉันไม่รู้จักอะไรแบบนั้นหรอก เซบาสเตียน วินเทโร ผู้กำกับภาพผู้มากประสบการณ์ของเรารู้ดีแต่เขาก็เต็มใจที่จะร่วมเดินทางไปกับฉัน และในที่สุดเราก็ได้ทุกสิ่งที่เราต้องการ”
“นอกจากนี้ เมื่อฉันขยายเรื่องราวไปสู่บทภาพยนตร์ ในตอนแรกฉันไม่ได้คิดที่จะสร้างมันขึ้นมาเป็นละครเพลง แต่ทุกคนพูดว่า ‘เธอมันโง่บรม’ ในที่สุดฉันก็รับฟังและเริ่มเขียนเพลงที่จะช่วยโยกย้ายเรื่องราวไปยังที่ต่างๆ”
“เมื่อฉันเขียนบทร่วมกับดัลลัส เคลย์ตัน นักเขียนร่วม ฉันคิดบทสนทนาในหัว จากนั้นฉันก็จะลองแสดงดูเพื่อดูว่ามันรู้สึกอย่างไร นี่เป็นวิธีเดียวกับที่ฉันแต่งเพลง ฉันร้องทำนองเพลงขณะเดียวกับที่ฉันเขียนเนื้อเพลง”
“อย่างที่ทุกคนรู้ว่าแมดดีเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจของฉันและฉันแต่งดนตรีโดยนึกถึงเธอ จากที่ได้ทำงานร่วมกับเธอตั้งแต่เธอยังเล็กๆ สำหรับฉันแมดดีเป็นเหมือนครอบครัวและการที่เคยได้กำกับเธอในมิวสิควิดีโอของฉัน ฉันรู้ว่าเราสามารถสร้างตัวละครมิวสิกขึ้นมาด้วยกัน มันสำคัญมากสำหรับเราทั้งสองคนที่จะให้มิวสิกเป็นตัวแทนที่ละเอียดอ่อนของเด็กออทิสติก”
สำหรับนักแสดงแล้ว เคมีระหว่างพวกคุณนั้นงดงามมาก คุณสามคนช่วยบอกเราเกี่ยวกับการสร้างตัวละครเหล่านี้ขึ้นมารวมกันเป็นวงดนตรีได้ไหม?
แมดดี ซิกเลอร์ : “เมื่อเราทุกคนอยู่ในฉาก มันรู้สึกเหมือนว่าเรากลายเป็นตัวละครที่เราเล่นจริงๆ มันรู้สึกเหมือนชีวิตจริงของเราเพราะเคท เลสลี่ และฉันกลายเป็นตัวละครนั้นๆ ทุกตัวพร้อมๆ กัน ฉันรู้สึกได้ทันทีว่าได้รับการปกป้องจากเลสลี่และฉันรู้สึกปลอดภัยที่เขาอยู่ที่นั่นเพื่อปกป้องฉัน”
“แล้วกับเคทมันก็รู้สึกเหมือนเธอเป็นพี่สาวของฉันจริงๆ และฉันก็รู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันกับเธอ ฉันได้เรียนรู้มากมายและรู้สึกทึ่งอยู่ตลอดเวลาและนึกไม่ถึงว่าจะได้เล่นเป็นน้องสาวของคนอื่นและมันก็เป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมมาก”
เคท ฮัดสัน : “ฉันรู้ มันเยี่ยมยอดมาก ฉันรู้สึกตื้นตันเวลาที่คิดถึงมัน เรามีช่วงเวลาที่น่าอัศจรรย์ มีความรักมากมาย และนั่นคือสิ่งที่เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้”
“มันยิ่งกว่าความรักอีกนะ ใช่มั้ย คือการยอมรับว่าคุณเป็นที่รักหรือคุณสามารถที่จะรักผู้อื่นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการในเวลานี้ ไม่มีเวลาใดจะเหมาะไปกว่านี้อีกแล้ว”
เลสลี โอดอม จูเนียร์ : “และ MUSIC หลอมรวมเป็นหนึ่งดนตรีและเสียงเพลงข้ามพรมแดนทางวัฒนธรรมและรวมผู้คนเป็นหนึ่งเดียว”
เคท ฮัดสัน : “ฉันมองว่ามันเป็นประสบการณ์ทางดนตรี แต่ไม่ใช่เพียงดนตรีทั่วไป ฉันคิดว่าสาเหตุที่ฉันได้รับเลือกให้เข้าร่วมแสดงใน Almost Famous เป็นเพราะที่ฉันคุยกับคาเมรอน (คาเมรอน โครว์ ผู้กำกับฯ) เกี่ยวกับความรู้สึกของฉันที่มีต่อดนตรี”
“เฉพาะบางผู้กำกับฯเท่านั้นที่จะมีความสามารถในการรู้จักดนตรีเพื่อเข้าใจว่าดนตรีสามารถยกระดับและเปลี่ยนแปลงภาพยนตร์ได้อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมและคุณรู้สึกอย่างนั้นได้ในภาพยนตร์เรื่องนี้”
คุณหวังว่าผู้คนจะได้อะไรจากภาพยนตร์เรื่องนี้?
เลสลี โอดอม จูเนียร์ : “คนเรามักจะเลือกการผจญภัยของตัวเอง แต่ผมจะบอกคุณว่ามันสอนอะไรผม มันสอนผมเกี่ยวกับขีดจำกัดที่ผมวางไว้บนจินตนาการของตัวเอง จริงๆ การทำงานร่วมกับเซียเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่ในฐานะผู้ทำงานร่วมกันเธอไม่ได้ตัดสินสิ่งต่างๆ ที่มาถึงเธอ แรงบันดาลใจของเธอ สิ่งต่างๆ ที่เข้ามา และไม่ว่าจะมาจากไหนมันเข้าถึงในใจเธอ เธอรู้สึกจริงๆ และพยายามอย่างเต็มที่ที่จะถ่ายทอดมันออกมา”
“กี่ครั้งแล้วที่เราเจอสิ่งที่คิดว่าเป็นไอเดียดีๆ แต่กลับบอกตัวเองว่า ‘ฉันไม่ใช่คนที่จะทำให้มันเกิดขึ้นหรอก’ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำงานกับใครสักคนอย่างใกล้ชิดที่ช่องเปิดรับที่ไม่ถูกปิดกั้น ดังนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อผู้คนได้ชม MUSIC จะจุดประกายและกระตุ้นให้พวกเขาคิดอย่างไร้ขีดจำกัด กำจัดเพดานนั้นออกไป และใช้จินตนาการของพวกเขาในแบบที่พวกเขาไม่เคยทำมาก่อน”
เซีย : “ฉันไปในที่ที่ฉันไม่เคยไปมาก่อนอย่างกล้าหาญและฉันมีทีมที่ยอดเยี่ยม พวกคุณทุกคนช่วยฉันได้มากเพราะเคยทำมาก่อน และ วินเซนต์ แลนเดย์ โปรดิวเซอร์ของฉันก็เหลือเชื่อมาก เขาผลิต Adaptation, Being John Malkovich, Where the Wild Things Are และ Her เขาคืออัจฉริยะ”
“เขาช่วยฉันและฉันก็มักจะรอเขา เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้สร้างภาพยนตร์ ฉันจะบอกว่า ‘ฉันต้องการทำสิ่งนี้ แต่คุณกำลังบอกฉันว่านั่นเป็นสิ่งผิดที่ถ้าฉันทำฉันอาจจะเสียใจ’ สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับวินซ์คือ เขามักจะให้ฉันลองลงมือทำจากนั้นจึงบอกฉันว่า ทีนี้เรามาทำแบบที่ปลอดภัยกว่าเพื่อให้คุณไม่ได้รับอันตรายกันนะ
“ฉันขอให้พวกคุณขอบคุณที่ช่วยฉันทำความฝันนี้ให้เป็นจริง รวมทั้งวินซ์และไรอันนักออกแบบท่าเต้นและทีมงานทั้งหมด ไม่มีทางที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้หากไม่มีพวกคุณทุกคน มันเป็นสิ่งที่เยี่ยมที่สุดที่ฉันเคยทำมาและมีความหมายที่สุดและยากที่สุด”
เคท ฮัดสัน : “เซียมีความรักมากมายใส่ลงไปในโปรเจ็กต์นี้ และสำหรับฉันนั่นคือสิ่งที่หนังพูดถึง มันเกี่ยวกับความรักของเรา และความรักเป็นคำกริยา เราต้องทำมัน ต้องแสวงหามันอย่างกระตือรือร้นและแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน”
แมดดี ซิกเลอร์ : “ฉันรู้สึกว่า MUSIC เป็นเรื่องของการยอมรับ และนั่นคือความหมายของหนังเรื่องนี้สำหรับฉัน ฉันรู้สึกได้รับการยอมรับอย่างมากในการรับบทเป็นมิวสิก และนั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการให้ทุกคนได้รับจากภาพยนตร์เรื่องนี้”
“สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันได้รับคือว่า เราไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงคนอื่น ฉันรู้สึกว่านั่นคือการแปลความที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันของฉันและฉันรู้สึกซาบซึ้ง มันเกี่ยวกับความรักความอบอุ่นและการได้รับการต้อนรับ และนั่นคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันหวังว่าทุกคนจะได้เรียนรู้และได้ไปจากภาพยนตร์เรื่องนี้”
เซีย : “ฉันรักหนังที่ทำให้คุณใจสลายในตอนแรกแต่แล้วก็ทำให้คุณหัวเราะและกลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง มันเหมือนภาพตัดแสงที่มีทั้งความสว่างและความมืด แต่ก็มีอารมณ์ขันเช่นกัน”
“ภาพยนตร์ที่ฉันชอบมีความมหัศจรรย์และความดิบนี้และนั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการใน MUSIC ฉันต้องการให้ผู้คนมีความรู้สึกร่วมในขณะที่พวกเขาดูภาพยนตร์เรื่องนี้ นี่คือจุดประสงค์ทั้งหมดของศิลปะ นั่นคือ เพื่อสร้างความรู้สึก”






